⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 3384/2530

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3384/2530

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การที่โจทก์ฟ้องคดีเมื่อพ้นกำหนดหนึ่งปีนับแต่วันที่โจทก์ได้รู้หรือควรจะได้รู้ถึงความตายของเจ้ามรดก ถือว่าคดีขาดอายุความตามกฎหมาย

ย่อคำพิพากษา

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1754 วรรคสาม บัญญัติห้ามมิให้เจ้าหนี้ฟ้องคดีเมื่อพ้นกำหนดหนึ่งปีนับแต่เมื่อเจ้าหนี้ได้รู้หรือควรจะได้รู้ถึงความตายของเจ้า มรดกเท่านั้น การที่โจทก์กล่าวในฟ้องว่า ส. ตายเมื่อวันที่ 27 เมษายน 2527 เป็นการแสดงข้อเท็จจริงให้ปรากฏว่าเจ้ามรดกตายเมื่อไรอันเป็นเหตุให้โจทก์มีสิทธิฟ้องจำเลยทั้งสามในฐานะ ทายาทและผู้จัดการมรดกของผู้ตายเท่านั้น ส่วนข้อเท็จจริงที่โจทก์ได้รู้หรือควรจะได้รู้ถึงการตายของเจ้ามรดกโจทก์ไม่ได้กล่าวถึง เมื่อจำเลยให้การต่อสู้ว่าคดีโจทก์ขาดอายุความ ข้อเท็จจริงที่ว่าโจทก์ได้รู้หรือควรจะได้รู้ถึงการตายของเจ้ามรดกเมื่อใดเป็นข้อเท็จจริงที่เกี่ยวกับประเด็นแห่งคดี โจทก์จำเลยนำสืบได้ การที่ศาลชั้นต้นด่วนสั่งงดสืบพยานโจทก์และวินิจฉัยชี้ขาดเบื้องต้นโดยยังไม่ทราบข้อเท็จจริงที่เกี่ยวกับประเด็นแห่งคดีดังกล่าวจึงไม่ชอบควรให้โจทก์จำเลยสืบพยานในประเด็นแห่งคดีทุกประเด็นให้สิ้นกระแสความก่อนแล้วจึงพิจารณาพิพากษาไปตามรูปคดี.

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.24 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.86 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.118 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.172 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.1754

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยทั้งสามเป็นทายาทโดยธรรมของนายส้า ช่างเหล็ก ผู้ตาย โดยจำเลยที่ ๑ เป็นภริยา จำเลยที่ ๒ ที่ ๓ เป็นบุตร โดยเฉพาะจำเลยที่ ๓ นั้นยังเป็นผู้จัดการมรดกของนายส้า ช่างเหล็ก ตามคำสั่งศาลนายส้า ช่างเหล็ก ได้ทำสัญญากู้เงินโจทก์ จำนวน ๑๐,๐๐๐ บาท โดยคิดดอกเบี้ยให้ในอัตราร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปี เมื่อครบกำหนดตามสัญญาแล้ว นายส้าช่างเหล็กไม่ชำระต้นเงินคืนพร้อมทั้งดอกเบี้ย จนกระทั่งต่อมาวันที่ ๒๗ เมษายน ๒๕๒๗ นายส้า ช่างเหล็ก ได้ถึงแก่ความตาย จำเลยทั้งสามซึ่งเป็นทายาทโดยธรรมต้องรับผิดใช้ต้นเงินกู้พร้อมกับดอกเบี้ย ขอให้พิพากษาบังคับให้จำเลยทั้งสามร่วมกันชำระเงินกู้แก่โจทก์พร้อมกับดอกเบี้ย จำเลยทั้งสามให้การว่า นายส้า ช่างเหล็ก ไม่ได้ทำสัญญากู้เงินโจทก์ สัญญากู้ตามฟ้องเป็นกู้ปลอม จำเลยที่ ๑ ที่ ๒ ไม่ใช่ทายาทของนายส้า ช่างเหล็ก หากฟังว่าเป็นทายาท จำเลยที่ ๑ ที่ ๒ ยังไม่ได้รับมรดกจำเลยที่ ๑ ที่ ๒ ไม่ต้องรับผิดต่อโจทก์ นายส้า ช่างเหล็ก ถึงแก่ความตายตั้งแต่วันที่ ๒๗ เมษายน ๒๕๒๗ โจทก์ซึ่งเป็นเจ้าหนี้นำคดีมาฟ้องเมื่อวันที่ ๕ กันยายน ๒๕๒๘ พ้นกำหนด ๑ ปี ฟ้องโจทก์ขาดอายุความ ขอให้ยกฟ้อง ศาลชั้นต้นมีคำสั่งให้งดสืบพยานและได้วินิจฉัยชี้ขาดเบื้องต้นว่า เจ้ามรดกถึงแก่ความตายเมื่อวันที่ ๒๗ เมษายน ๒๕๒๗ โจทก์ฟ้องทายาทเป็นจำเลยเมื่อวันที่ ๕ กันยายน ๒๕๒๘ พ้นกำหนด ๑ ปีนับแต่วันที่เจ้ามรดกถึงแก่ความตาย สิทธิเรียกร้องของโจทก์ขาดอายุความฟ้องร้องตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา ๑๗๕๔ วรรคสาม พิพากษายกฟ้อง โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายกคำพิพากษาศาลชั้นต้น ให้ศาลชั้นต้นดำเนินกระบวนพิจารณาต่อไปแล้วพิพากษาใหม่ตามรูปคดี จำเลยทั้งสามฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า คดีมีปัญหามาสู่ศาลฎีกาเพียงว่าคดีโจทก์ขาดอายุความฟ้องร้องหรือไม่ ในปัญหาดังกล่าว โจทก์ผู้เป็นเจ้าหนี้นายส้า ช่างเหล็ก ผู้ตายฟ้องขอให้บังคับจำเลยทั้งสามในฐานะผู้รับมรดกและจำเลยที่ ๓ ในฐานะผู้จัดการมรดกของผู้ตายด้วย ชำระหนี้ที่ผู้ตายกู้ยืมเงินโจทก์ไปจำนวนหนึ่งโดยโจทก์บรรยายฟ้องว่นายส้า ช่างเหล็กตายเมื่อวันที่ ๒๗ เมษายน ๒๕๒๗ ซึ่งโจทก์ฟ้องคดีนี้เมื่อวันที่ ๕ กันยายน ๒๕๒๘ อันเป็นระยะเวลาพ้นกำหนดหนึ่งปีนับแต่วันนายส้า ช่างเหล็กตาย ในปัญหาเรื่องอายุความนี้ ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา ๑๗๕๔ วรรคสาม บัญญัติว่า 'ภายใต้บังคับแห่งมาตรา ๑๘๙ แห่งประมวลกฎหมายนี้ ถ้าสิทธิเรียกร้องของเจ้าหนี้อันมีต่อเจ้ามรดกมีอายุความยาวกว่าหนึ่งปี มิให้เจ้าหนี้นั้นฟ้องร้องเมื่อพ้นกำหนดหนึ่งปีนับแต่เมื่อเจ้าหนี้ได้รู้หรือควรได้รู้ถึงความตายของเจ้ามรดก' จากตัวบทกฎหมายดังยกขึ้นกล่าวจะเห็นว่า กฎหมายห้ามมิให้เจ้าหนี้ฟ้องเมื่อพ้นกำหนดหนึ่งปีนับแต่เมื่อเจ้าหนี้ได้รู้หรือควรจะได้รู้ถึงความตายของเจ้ามรดกเท่านั้น การที่โจทก์กล่าวในฟ้องว่า นายส้า ช่างเหล็กตายเมื่อวันที่ ๒๗ เมษายน ๒๕๒๗ นั้น เห็นว่า เป็นการกล่าวแสดงข้อเท็จจริงให้ปรากฏว่าเจ้ามรดกตายเมื่อไรอันเป็นเหตุให้โจทก์มีสิทธิฟ้องจำเลยทั้งสามในฐานะทายาทและผู้จัดการมรดกของผู้ตายเท่านั้น ส่วนข้อเท็จจริงที่โจทก์ได้รู้หรือควรจะได้รู้ถึงการตายของเจ้ามรดก โจทก์ไม่ได้กล่าวถึง เมื่อจำเลยให้การต่อสู้ว่า คดีโจทก์ขาดอายุความ ข้อเท้จจริงที่ว่าดจทก์ได้รู้หรือควรจะได้รู้ถึงการตายของเจ้ามรดกเมื่อใดเป็นข้อเท็จจริงที่เกี่ยวกับประเด็นแห่งคดี โจทก์จำเลยนำสืบได้ ไม่ได้ทำให้จำเลยเสียเปรียบดังจำเลยฎีกาแต่ประการใดการที่ศาลชั้นต้นด่วนงดสืบพยานโจทก์ และวินิจฉัยชี้ขาดเบื้องต้นโดยยังไม่ทราบข้อเท้จจริงที่เกี่ยวกับประเด็นแห่งคดีดังกล่าวจึงไม่ชอบ ควรให้โจทก์จำเลยสืบพยานในประเด็นแห่งคดีทุกประเด็นให้สิ้นกระแสความก่อนแล้วจึงพิจารณาพิพากษาไปตามรูปคดี พิพากษายืน. ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3384/2530 นายสุทัศน์ แสงรัตน์ โจทก์ นางหนาบ ช่างเหล็ก กับพวก จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นายสุทัศน์ แสงรัตน์ · จำเลย - นางหนาบ ช่างเหล็ก กับพวก
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)ยนต์ พิรวินิจ · พลจิตต์ ดียืน · เสงี่ยม ทวีชัยการ
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลจังหวัดภูเก็ต - นายวิวัธน ทองลงยา · ศาลอุทธรณ์ - นายศรีภูมิ สุวรรณโรจน์
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 767/2518ฎีกา 681/2506ฎีกา 610/2520ฎีกา 5473/2548ฎีกา 4359/2540ฎีกา 1200/2523ฎีกา 3007/2525ฎีกา 1195/2535ฎีกา 1415/2540ฎีกา 272/2490ฎีกา 3542/2545ฎีกา 94/2493ฎีกา 6105/2531ฎีกา 3589/2525ฎีกา 56/2520ฎีกา 1896/2492ฎีกา 991/2548ฎีกา 7051/2540ฎีกา 1145/2512ฎีกา 2224/2528ฎีกา 3005/2541ฎีกา 1959/2529ฎีกา 119/2532ฎีกา 1028/2564
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา