คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4546/2530
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
หากนิติบุคคลหนึ่งจัดตั้งขึ้นเพื่อเชิดบังหน้า และการดำเนินการของนิติบุคคลนั้นเป็นการดำเนินกิจการของนิติบุคคลอีกแห่งหนึ่ง นิติบุคคลที่เป็นตัวการย่อมเป็นเจ้าของทรัพย์สินที่นิติบุคคลที่เป็นตัวแทนเชิดนั้นครอบครองอยู่ และเจ้าหนี้ของนิติบุคคลที่เป็นตัวแทนเชิดย่อมมีสิทธิยึดทรัพย์สินของนิติบุคคลที่เป็นตัวการได้
ย่อคำพิพากษา
ศาลแรงงานกลางฟังว่าผู้ร้องและบริษัทจำเลยเป็นนิติบุคคลที่เกี่ยวพันอันเดียวกัน การจัดตั้งบริษัทจำเลยก็เพื่อเชิดบังหน้าต่อทางราชการและบุคคลภายนอก การดำเนินการของบริษัทจำเลยคือการดำเนินกิจการของผู้ร้อง จำเลยเป็นตัวแทนของผู้ร้อง โจทก์ซึ่งเป็นเจ้าหนี้ตามคำพิพากษาของจำเลยจึงมีสิทธิยึดทรัพย์สินของผู้ร้องซึ่งเป็นตัวการได้ ดังนี้อุทธรณ์ของผู้ร้องที่ว่าเมื่อฟังได้ว่าผู้ร้องเป็นเจ้าของทรัพย์ดังกล่าว โจทก์ก็ไม่มีสิทธินำยึด การที่ศาลแรงงานกลางวินิจฉัยว่าจำเลยเป็นตัวแทนเชิดของผู้ร้องเป็นเรื่องนอกประเด็นนั้นผู้ร้องประสงค์ที่จะให้ศาลฎีการับฟังว่าผู้ร้องกับจำเลยมิได้ร่วมกันดำเนินกิจการดังกล่าวโจทก์จึงไม่มีสิทธินำยึดทรัพย์ของผู้ร้อง จึงเป็นการอุทธรณ์ในปัญหาข้อเท็จจริง
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
กรณีสืบเนืองจากโจทก์กับจำเลยทำสัญญาประนีประนอมยอมความโดยจำเลยยอมชำระเงินแก่โจทก์ ศาลแรงงานกลางมีคำพิพากษาตามยอม คดีถึงที่สุด ต่อมาโจทก์ขอให้ศาลแรงงานกลางออกหมายบังคับคดียึดทรัพย์สินของจำเลยหลายรายการ
ผู้ร้องยื่นคำร้องว่า ทรัพย์ที่โจทก์นำยึดเป็นของผู้เสีย ขอให้ปล่อยทรัพย์ดังกล่าว
โจทก์ยื่นคำคัดค้านว่าผู้ร้องและจำเลยเป็นนิติบุคคลเดียวกันกรรมการของผู้ร้องและจำเลยเป็นคนเดียวกัน และจำเลยยังมิได้เลิกกิจการขอให้ยกคำร้อง
ศาลแรงงานกลางวินิจฉัยว่าผู้ร้อง จำเลย และบริษัท ๓๕ รีครีเอชั่นจำกัด ต่างเป็นนิติบุคคลเกี่ยวพันกัด การตั้งบริษัทจำเลยและบริษัท ๓๕ รีครีเอชั่น จำกัด เพื่อเชิดบังหน้าและฉ้อฉลบุคคลภายนอก การดำเนินการของจำเลยและบริษัท ๓๕ รีครีเอชั่น ฯ เป็นการดำเนินกิจการของผู้ร้อง จำเลยเป็นตัวแทนของผู้ร้อง โจทก์จึงมีสิทธิยึดทรัพย์สินของผู้ร้องซึ่งเป็นตัวการได้ ให้ยกคำร้อง
ผู้ร้องอุทธรณ์ต่อศาลฎีกา
ศาลฎีกาแผนกคดีแรงงานวินิจฉัยข้อกฎหมายว่า ผู้ร้องอุทธรณ์ว่า คดีนี้มีประเด็นเพียงว่า ทรัพย์สินที่โจทก์นำยึดเป็นของผู้ร้องหรือไม่ เมื่อศาลแรงงานกลางรับฟังว่าผู้ร้องเป็นเจ้าของทรัพย์สินดังกล่าว โจทก์จึงไม่มีสิทธินำยึดโดยไม่ต้องวินิจฉัยประเด็นข้ออื่นต่อไป การที่ศาลแรงงานกลางวินิจฉัยว่าจำเลยเป็นตัวแทนเชิดของผู้ร้องเป็นเรื่องนอกประเด็นซึ่งหากมีจริงก็ควรได้มีการหยิบยกขึ้นพิจารณาในสำนวนเดิม
พิเคราะห์แล้ว ศาลแรงงานกลางได้วินิจฉัยพยานหลักฐานของโจทก์และผู้ร้องแล้วฟังว่าห้างหุ้นส่วนจำกัดผู้ร้อง บริษัทจำเลยและบริษัท ๓๕ รีครีเอชั่น จำกัด ต่างเป็นนิติบุคคลที่เกี่ยวพันเป็นอันเดียวกัน การจัดตั้งบริษัทจำเลยและบริษัท ๓๕ รีครีเอชั่น จำกัด ก็เพื่อเป็นการเชิดบังหน้าและฉ้อฉลต่อทางราชการและบุคคลภายนอกการดำเนินการของบริษัทจำเลยและของบริษัท ๓๕ รีครีเอชั่น จำกัด ก็คือการดำเนินกิจการของผู้ร้องหรือแทนผู้ร้อง ดังนั้นอุทธรณ์ของผู้ร้องจึงประสงค์ให้ศาลฎีการับฟังว่า ผู้ร้องกับจำเลยมิได้ร่วมกันดำเนินกิจการดังกล่าว โจทก์จึงไม่มีสิทธนำยึดทรัยพ์ของผู้ร้องอันเป็นข้อเท็จจริงซึ่งต้องห้ามอุทธรณ์ตาม พระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ. ๒๕๒๒ มาตรา ๕๔ ศาลฎีกาไม่รับวินิจฉัย
พิพากษายกอุทธรณ์ของผู้ร้อง
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4546/2530
นางสาวกุญชลี ทองล้วน กับพวก โจทก์
บริษัทโบว์ลิ่ง 35 จำกัด จำเลย
ห้างหุ้นส่วนจำกัดอู่ตะเภาโบล์ (35 โบล์) ผู้ร้อง
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - นางสาวกุญชลี ทองล้วน กับพวก · จำเลย - บริษัทโบว์ลิ่ง 35 จำกัด · ผู้ร้อง - ห้างหุ้นส่วนจำกัดอู่ตะเภาโบล์ (35 โบล์) |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | มาโนช เพียรสนอง · จุนท์ จันทรวงศ์ · สีนวล คงลาภ |
| ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ | ศาลแรงงานกลาง - นายเฉลิม สุคนธ์ขจร · ศาลอุทธรณ์ |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา