⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 5847/2530

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5847/2530

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การที่ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้จากข้อหาพยายามฆ่าเจ้าพนักงานตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 289 เป็นข้อหาทำร้ายร่างกายผู้อื่นตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 295 ถือเป็นการวินิจฉัยปัญหาข้อเท็จจริง โจทก์จึงไม่อาจฎีกาในข้อหานี้ได้ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 220

ย่อคำพิพากษา

โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยฐานพยายามฆ่าเจ้าพนักงานซึ่งกระทำการตามหน้าที่ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 80, 288, 289 ศาลชั้นต้นวินิจฉัยว่า กรณีมีความสงสัยตามสมควรว่าจำเลยได้กระทำผิดหรือไม่สมควรยกประโยชน์แห่งความสงสัยให้จำเลย พิพากษายกฟ้อง โจทก์อุทธรณ์ศาลอุทธรณ์ฟังว่าจำเลยไม่มีเจตนาฆ่าพิพากษาแก้เป็นให้ลงโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 295 ดังนี้ ข้อหาฐานพยายามฆ่าต้องห้ามมิให้ฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 220 โจทก์ฎีกาว่า จำเลยได้กระทำผิดต่อผู้เสียหายในขณะที่ผู้เสียหายเป็นเจ้าพนักงานซึ่งกระทำการตามหน้าที่นั้น เมื่อฎีกาโจทก์ต้องห้ามเสียแล้วคดีไม่อาจขึ้นสู่การวินิจฉัยของศาลฎีกาได้ จึงถือไม่ได้ว่าโจทก์ฎีกาขอให้ลงโทษจำเลยในข้อหาฐานทำร้ายร่างกายตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 296 ด้วยศาลฎีกาย่อมพิพากษาให้ยกฎีกาโจทก์

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.220 ประมวลกฎหมายอาญา ม.80 ประมวลกฎหมายอาญา ม.288 ประมวลกฎหมายอาญา ม.289 ประมวลกฎหมายอาญา ม.295 ประมวลกฎหมายอาญา ม.296

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยโดยเจตนาฆ่าได้ใช้ขวดตีและแทงพลตำรวจสมเด็จบุญธรรม ผู้เสียหาย ซึ่งเป็นเจ้าพนักงานและกำลังปฏิบัติหน้าที่เวรยามรักษาความสงบเรียบร้อยอยู่บริเวณงานทำบุญมหาชาติ ถูกที่ศีรษะและต้นคอผู้เสียหายหลายครั้ง เป็นเหตุให้ได้รับอันตรายแก่กาย จำเลยลงมือกระทำผิดไปตลอดแล้ว แต่การกระทำไม่บรรลุผลเนื่องจากผู้เสียหายได้รับการรักษาจากแพทย์ทันท่วงที จึงไม่ถึงแก่ความตาย ขอให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา ๒๘๘, ๒๘๙, ๘๐ ริบเศษขวดแตกของกลางและเพิ่มโทษจำเลยด้วย จำเลยให้การปฏิเสธ ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้องโจทก์ โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษากลับ (ที่ถูกน่าจะพิพากษาแก้) จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๒๙๕ ให้จำคุก ๑ ปี เพิ่มโทษหนึ่งในสามตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๘๒ เป็นจำคุก ๑ ปี ๔ เดือน ริบของกลาง โจทก์ฎีกา ขอให้ลงโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๘๐, ๒๘๘, ๒๘๙ ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ที่โจทก์ฎีกาขอให้ลงโทษจำเลยในข้อหาพยายามฆ่าเจ้าพนักงานซึ่งกระทำการตามหน้าที่นั้น ศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์ยกฟ้องโจทก์โดยอาศัยข้อเท็จจริง โดยศาลชั้นต้นวินิจฉัยว่า กรณีมีความสงสัยตามสมควรว่าจำเลยได้กระทำผิดหรือไม่ สมควรยกประโยชน์แห่งความสงสัยให้จำเลยและศาลอุทธรณ์ฟังข้อเท็จจริงว่า จำเลยไม่มีเจตนาฆ่า ฎีกาโจทก์ซึ่งเป็นฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริงจึงต้องห้ามตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา ๒๒๐ และตามฎีกาของโจทก์ตอนท้ายที่ว่าจำเลยได้กระทำความผิดต่อผู้เสียหาย ในขณะที่ผู้เสียหายเป็นเจ้าพนักงานซึ่งกระทำการตามหน้าที่อันจะทำให้การกระทำของจำเลยเป็นความผิดฐานทำร้ายร่างกายเจ้าพนักงานซึ่งกระทำการตามหน้าที่ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๒๙๖ นั้น ศาลฎีกาเห็นว่า เมื่อฎีกาโจทก์ต้องห้ามเสียแล้ว คดีจึงไม่อาจขึ้นสู่การวินิจฉัยของศาลฎีกาได้ จึงถือไม่ได้ว่าโจทก์ฎีกาขอให้ลงโทษจำเลยในข้อหาทำร้ายร่างกายตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา ๒๙๖ ด้วย พิพากษาให้ยกฎีกาโจทก์ ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5847/2530 พนักงานอัยการ จังหวัดนครพนม โจทก์ นายวุฒิ พรหมจอม จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - พนักงานอัยการ จังหวัดนครพนม · จำเลย - นายวุฒิ พรหมจอม
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)ประวิทย์ ขัมภรัตน์ · วิฑูรย์ ตั้งตรงจิตต์ · ไมตรี กลั่นนุรักษ์
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลจังหวัดนครพนม - นางสาวสุรางคนา สถาพรเจริญสุข · ศาลอุทธรณ์ - นายสง่า ผลฉาย
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 1560/2529ฎีกา 1597/2522ฎีกา 2530/2527ฎีกา 180/2554ฎีกา 712/2559ฎีกา 2182/2567ฎีกา 789/2480ฎีกา 226/2529ฎีกา 1268/2515ฎีกา 2186/2550ฎีกา 1162/2508ฎีกา 235/2499ฎีกา 551/2514ฎีกา 3237/2543ฎีกา 7601/2540ฎีกา 1082/2511ฎีกา 4883/2541ฎีกา 1165/2537ฎีกา 6675/2531ฎีกา 5957/2530ฎีกา 1189/2537ฎีกา 1184/2546ฎีกา 110/2513ฎีกา 76/2466
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา