⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 5877/2530

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5877/2530

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
* ผู้ที่จำเลยใช้ให้กระทำความผิดซึ่งถูกฟ้องในอีกคดีหนึ่งมาเป็นพยานโจทก์ในคดีที่จำเลยถูกฟ้องฐานเป็นผู้ใช้ได้ ไม่ถือว่าเป็นการอ้างจำเลยเป็นพยานอันต้องห้ามตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 232 * ศาลจะสั่งริบของกลางซึ่งศาลได้มีคำสั่งให้ริบไว้แล้วในอีกคดีหนึ่งไม่ได้ * เมื่อปรับบทลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 289 แล้ว ก็ไม่ต้องปรับบทลงโทษตามมาตรา 288 อีก

ย่อคำพิพากษา

โจทก์อ้างผู้ที่จำเลยใช้ให้กระทำความผิดซึ่งถูกฟ้องในอีกคดีหนึ่งมาเป็นพยานโจทก์ในคดีที่จำเลยถูกฟ้องฐานเป็น ผู้ใช้ได้ ไม่ถือว่าเป็นการอ้างจำเลยเป็นพยานอันต้องห้ามตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 232 ศาลจะสั่งริบของกลางซึ่งศาลได้มีคำสั่งให้ริบไว้แล้วในอีกคดีหนึ่งไม่ได้ เมื่อปรับบทลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 289 แล้วก็ไม่ต้องปรับบทลงโทษตามมาตรา 288 อีก

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.232 ประมวลกฎหมายอาญา ม.35 ประมวลกฎหมายอาญา ม.288 ประมวลกฎหมายอาญา ม.289

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยทั้งสองร่วมกันใช้ให้นายวิมล สว่างวัล และนายสุวิทย์ ทองวรรณ ฆ่านางจันทร์เพ็ญ กล้าหาญ ผู้ตายโดยไตร่ตรองไว้ก่อนและนายวิมลกับนายสุวิทย์ได้ร่วมกันฆ่าผู้ตาย ขอให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๒๘๘, ๒๘๙, ๘๓, ๘๔ และริบกระดาษเขียนแผนที่ ปลอกกระสุนปืนและหมอนกระสุนปืนของกลาง จำเลยทั้งสองให้การปฏิเสธ ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยทั้งสองมีความผิดฐานเป็นผู้ใช้ให้ฆ่าผู้อื่นโดยไตร่ตรองไว้ก่อนตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๒๘๘, ๒๘๙, ๘๓, ๘๔ วางโทษประหารชีวิต จำเลยทั้งสองให้การรับสารภาพในชั้นสอบสวนและชั้นพิจารณาเป็นประโยชน์แก่การพิจารณาอยู่บ้าง ลดโทษให้ ๑ ใน ๓ ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๗๘ จำคุกจำเลยทั้งสองตลอดชีวิต ริบของกลาง จำเลยทั้งสองอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน จำเลยทั้งสองฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า คดีนี้โจทก์อ้างนายวิมล สว่างวัล ซึ่งเป็นผู้ที่จำเลยทั้งสองใช้ให้ไปยิงผู้ตายและถูกฟ้องข้อหาฆ่าผู้ตายในคดีอาญาหมายเลขแดงที่ ๗๘๙/๒๕๒๖ ของศาลชั้นต้นเป็นพยาน ไม่ได้อ้างจำเลยทั้งสองเป็นพยานของโจทก์ จึงไม่ต้องห้ามตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา ๒๓๒ และฟังข้อเท็จจริงว่าจำเลยทั้งสองกระทำความผิดตามฟ้อง แล้ววินิจฉัยว่าที่ศาลอุทธรณ์พิพากษายืนตามคำพิพากษาศาลชั้นต้นให้ริบของกลางไม่ชอบ เพราะศาลชั้นต้นมีคำสั่งให้ริบของกลางดังกล่าวไว้แล้วในอีกคดีหนึ่ง ในคดีนี้จึงจะมีคำสั่งให้ริบอีกไม่ได้ และเมื่อฟังจำเลยทั้งสองมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา ๒๘๙ แล้ว ก็ไม่จำต้องปรับบทลงโทษตามมาตรา ๒๘๘ อีก พิพากษาแก้เป็นว่า จำเลยทั้งสองมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๒๘๙ (๔) ประกอบด้วยมาตรา ๘๔ และไม่ริบของกลางนอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5877/2530 พนักงานอัยการจังหวัดเชียงใหม่ โจทก์ นางแววดาว ไชยอินทร์ กับพวก จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - พนักงานอัยการจังหวัดเชียงใหม่ · จำเลย - นางแววดาว ไชยอินทร์ กับพวก
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)เสรี แสงศิลป์ · สุทิน นนทแก้ว · อากาศ บำรุงชีพ
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลจังหวัดเชียงใหม่ - นายเฉลิมศักดิ์ บุญยงค์ · ศาลอุทธรณ์ - นายสมาน เวทวินิจ
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 959/2531ฎีกา 1837/2531ฎีกา 4521/2539ฎีกา 122/2481ฎีกา 2246/2520ฎีกา 1597/2532ฎีกา 1203/2482ฎีกา 1597/2522ฎีกา 2530/2527ฎีกา 180/2554ฎีกา 4979/2541ฎีกา 138/2532ฎีกา 1672/2569ฎีกา 268/2482ฎีกา 593/2510ฎีกา 1336/2553ฎีกา 619/2513ฎีกา 226/2529ฎีกา 2015/2521ฎีกา 1268/2515ฎีกา 1162/2508ฎีกา 235/2499ฎีกา 551/2514ฎีกา 9308/2546
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา