⚖️ LawAraiค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 5881/2530

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5881/2530

พ.ร.บ.อาวุธปืน เครื่องกระสุนปืน วัตถุระเบิด ดอกไม้เพลิง และสิ่งเทียมอาวุธปืน ม.7, 72

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การที่จำเลยให้การรับสารภาพว่าไม่ได้รับอนุญาตให้มีและใช้อาวุธปืน ย่อมถือได้ว่าจำเลยมีความผิดฐานมีอาวุธปืนไว้ในครอบครองและพาอาวุธปืนโดยไม่ได้รับอนุญาต เว้นแต่โจทก์จะนำสืบได้ว่าอาวุธปืนนั้นเป็นของผู้อื่นซึ่งได้รับอนุญาตให้มีตามกฎหมาย

ย่อคำพิพากษา

เมื่อข้อเท็จจริงฟังได้ว่าจำเลยใช้อาวุธปืนที่ติดตัวไปตีทำร้ายผู้เสียหาย แม้จะไม่ได้อาวุธปืนมาเป็นของกลาง แต่จำเลยให้การในชั้นสอบสวนรับว่าไม่ได้รับอนุญาตให้มีและใช้อาวุธปืน จึงลงโทษจำเลยในข้อหามีอาวุธปืนไว้ในครอบครองและพาอาวุธปืนโดยไม่ได้รับอนุญาตได้ แต่ตามฟ้องของโจทก์มิได้ระบุว่าอาวุธปืนที่จำเลยมีและพาไปเป็นอาวุธปืนที่มิได้รับอนุญาตให้มีตามกฎหมาย ทั้งโจทก์ก็นำสืบไม่ได้เช่นนั้น จึงต้องฟังให้เป็นคุณแก่จำเลยว่าอาวุธปืนที่จำเลยมีเป็นอาวุธปืนของผู้อื่นซึ่งได้รับใบอนุญาตให้มีตามกฎหมาย ในกรณีข้างต้น เมื่อศาลอุทธรณ์มิได้ระบุว่าให้ลงโทษจำเลยตามพระราชบัญญัติอาวุธปืน ฯ มาตรา 72 วรรคใด จึงไม่ชัดเจน ศาลฎีกาเห็นสมควรระบุวรรคว่า จำเลยมีความผิดตามพระราชบัญญัติดังกล่าวมาตรา 72 วรรคสาม

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.174 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.195 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.227 ประมวลกฎหมายอาญา ม.268 พระราชบัญญัติอาวุธปืน เครื่องกระสุนปืน วัตถุระเบิด ดอกไม้เพลิง และสิ่งเทียมอาวุธปืน พ.ศ.2490 ม.7 พระราชบัญญัติอาวุธปืน เครื่องกระสุนปืน วัตถุระเบิด ดอกไม้เพลิง และสิ่งเทียมอาวุธปืน พ.ศ.2490 ม.72

🔎 คำพิพากษาอื่นที่อ้างมาตราเดียวกัน: ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.174 → ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.195 → ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.227 → ประมวลกฎหมายอาญา ม.268 →

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยได้ใช้ด้ามปืนตีทำร้ายร่างกายพลทหารสำราญนายศักดิ์ชาย เป็นเหตุให้บุคคลทั้งสองได้รับอันตรายแก่กายและใช้กำลังชกต่อยนายไสว ไม่ถึงกับเป็นอันตรายแก่กาย กับจำเลยมีอาวุธปืนพกสั้นพร้อมกระสุนโดยไม่ได้รับอนุญาตและพาอาวุธปืนดังกล่าวไปในที่สาธารณะ จัดให้มีการรื่นเริงฉลองงานบวชโดยไม่ได้ใบรับอนุญาตให้มีอาวุธปืนติดตัวไป และไม่มีเหตุจำเป็นเร่งด่วนตามสมควรแก่พฤติการณ์ และจำเลยได้ยิงปืนที่บริเวณหมู่บ้านและที่ชุมนุมชน ๑ นัด โดยไม่มีเหตุอันสมควร ขอให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา ๒๙๕, ๓๗๑, ๓๗๖, ๙๑ พระราชบัญญัติอาวุธปืนฯ มาตรา ๗, ๘ ทวิ, ๗๒, ๗๒ ทวิ จำเลยให้การปฏิเสธ ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา ๒๙๕ จำคุก ๑ ปี ลดโทษให้หนึ่งในสี่ตามมาตรา ๗๘ คงจำคุก ๙ เดือนข้อหาอื่นให้ยก โจทก์และจำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า จำเลยมีความผิดตามพระราชบัญญัติอาวุธปืนฯ มาตรา ๗, ๘ ทวิ, ๗๒, ๗๒ ทวิ และประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๓๗๑ ลงโทษตามมาตรา ๗, ๗๒ จำคุก ๑ ปี ลงโทษตามมาตรา ๘ ทวิ, ๗๒ ทวิ ซึ่งเป็นบทที่มีโทษหนักที่สุด จำคุก ๖ เดือน รวมกับโทษฐานทำร้ายร่างกายเป็นจำคุก ๑ ปี ๑๕ เดือน นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น จำเลยฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ปัญหาที่ขึ้นมาสู่ศาลฎีกามีว่า จำเลยกระทำผิดฐานมีอาวุธปืนและพาอาวุธปืนโดยไม่ได้รับอนุญาตตามฟ้องหรือไม่ และฟังข้อเท็จจริงว่าจำเลยได้ใช้อาวุธปืนที่พกติดตัวมาตีทำร้ายพลทหาร สำราญและนายศักดิ์ชายแม้จะไม่ได้อาวุธปืนที่จำเลยใช้ตีผู้เสียหายมาเป็นของกลางก็ตาม แต่จำเลยก็ให้การในชั้นสอบสวนรับว่าจำเลยไม่ได้รับอนุญาตให้มีและใช้อาวุธปืน ซึ่งเจือสมคำฟ้องของโจทก์ ทั้งพยานโจทก์ที่นำสืบก็ฟังได้ว่า จำเลยได้ใช้อาวุธปืนที่ติดตัวไปตีทำร้ายผู้เสียหาย การกระทำของจำเลยย่อมเป็นความผิดฐานมีอาวุธปืนไว้ในครอบครองและพาอาวุธปืนโดยไม่ได้รับอนุญาตด้วย จึงลงโทษจำเลยในความผิดทั้งสองฐานดังกล่าวได้ แต่อย่างไรก็ตาม ในฟ้องโจทก์มิได้ระบุว่อาวุธปืนที่จำเลยมีและพาไปเป็นอาวุธปืนที่ไม่ได้รับใบอนุญาตให้มีตามกฎหมาย และโจทก์ก็นำสืบไม่ได้ว่าเป็นอาวุธปืนที่มิได้รับใบอนุญาตให้มีตามกฎหมายหรือไม่ จึงต้องฟังให้เป็นคุณแก่จำเลยว่า อาวุธปืนที่จำเลยมีเป็นอาวุธปืนของผู้อื่นซึ่งได้รับอนุญาตให้มีและใช้ตามกฎหมายอันเป็นความผิดตามพระราชบัญญัติอาวุธปืนฯ มาตรา ๗, ๗๒ วรรคสาม เท่านั้น ที่ศาลอุทธรณ์พิพากษาลงโทษจำเลยตามมาตรา ๗๒ แห่งพระราชบัญญัติดังกล่าวจึงไม่ชัดเจน ศาลฎีกาเห็นสมควรระบุวรรคเสียด้วย พิพากษาแก้เป็นว่า จำเลยมีความผิดตามพระราชบัญญัติอาวุธปืนฯ มาตรา ๗, ๗๒ วรรคสาม นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5881/2530 พนักงานอัยการ จังหวัดปราจีนบุรี โจทก์ นายอานนท์ ฟันจุย จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - พนักงานอัยการ จังหวัดปราจีนบุรี · จำเลย - นายอานนท์ ฟันจุย
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)เสียง ตรีวิมล · จุนท์ จันทรวงศ์ · ปชา วรธรรมพินิจ
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลจังหวัดปราจีนบุรี - นายวิโรจน์ สุขวโรตม์วัตร · ศาลอุทธรณ์ - นายบุญสิน ตุลากัน
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 6550/2549ฎีกา 2138/2545ฎีกา 6357/2537ฎีกา 958/2530ฎีกา 296/2535ฎีกา 6440/2551ฎีกา 2072/2538ฎีกา 630/2529ฎีกา 347/2500ฎีกา 4393/2565ฎีกา 1857/2563ฎีกา 4035/2543ฎีกา 15179/2551ฎีกา 180/2540ฎีกา 262/2534ฎีกา 1855/2529ฎีกา 8350/2547ฎีกา 1276/2536ฎีกา 3964/2527ฎีกา 5451/2534ฎีกา 6288/2545ฎีกา 4862/2554ฎีกา 9174/2551ฎีกา 12564/2547
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา