⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 6288/2545

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6288/2545

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
ใบรับรองการตรวจสภาพรถที่ออกโดยสถานตรวจสภาพรถเอกชน ไม่ถือเป็นเอกสารราชการ การปลอมใบรับรองดังกล่าวจึงเป็นความผิดฐานปลอมเอกสารตาม ป.อ. มาตรา 264 ไม่ใช่ความผิดฐานปลอมเอกสารราชการตาม ป.อ. มาตรา 265

ย่อคำพิพากษา

ใบรับรองการตรวจสภาพรถเป็นเอกสารที่กรมการขนส่งทางบกมอบให้บริษัท ต. จำกัด ซึ่งได้รับอนุญาตให้จัดตั้งสถานตรวจสภาพรถ ออกและรับรองการตรวจสภาพรถเพื่อเป็นหลักฐานว่ารถยนต์ได้ผ่านการตรวจสภาพแล้ว พนักงานของบริษัท ต. จำกัด ซึ่งมีหน้าที่ออกใบรับรองการตรวจสภาพรถไม่ใช่เจ้าพนักงานตามกฎหมาย ดังนั้น ใบรับรองการตรวจสภาพรถที่ออกโดยพนักงานของบริษัทดังกล่าว จึงไม่อาจถือว่าเป็นเอกสารราชการตาม ป.อ. มาตรา 1 (8) การที่จำเลยปลอมใบรับรองการตรวจสภาพรถ จึงไม่เป็นความผิดฐานปลอมเอกสารราชการตาม ป.อ. มาตรา 265 แต่เป็นความผิดฐานปลอมเอกสารตาม ป.อ. 264

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.221 ประมวลกฎหมายอาญา ม.1 ประมวลกฎหมายอาญา ม.264 ประมวลกฎหมายอาญา ม.265 ประมวลกฎหมายอาญา ม.268

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยกระทำผิดต่อกฎหมายหลายกรรมต่างกัน กล่าวคือ เมื่อระหว่างต้นเดือนสิงหาคม ๒๕๔๓ ถึงวันที่ ๑๒ กันยายน ๒๕๔๓ เวลากลางวันต่อเนื่องกัน จำเลยทำปลอมใบรับรองการตรวจสภาพรถตามกฎหมายว่าด้วยรถยนต์ เล่มที่ ก. ๐๑๖๑ เลขที่ ๐๐๘๐๓๓ อันเป็นเอกสารราชการของกรมการขนส่งทางบกขึ้นทั้งฉบับ โดยประการที่น่าจะเกิดความเสียหายแก่ผู้อื่น เพื่อให้ผู้อื่นหลงเชื่อว่า ใบตรวจสภาพรถที่จำเลยทำปลอมขึ้นเป็นเอกสารราชการที่แท้จริงของกรมการขนส่งทางบก ซึ่งออกให้แก่จำเลย และเมื่อวันที่ ๑๒ กันยายน ๒๕๔๓ เวลากลางวัน ภายหลังจากที่จำเลยได้ทำปลอมเอกสารราชการดังกล่าวแล้ว จำเลยได้นำไปมอบให้นายพุทธพงษ์ ภู่ประกรณ์ ให้นำไปแสดงต่อเจ้าหน้าที่สำนักงานขนส่งเขตพื้นที่ ๒ เพื่อเป็นหลักฐานแสดงว่ารถยนต์คันหมายเลขทะเบียน ๙ ร - ๙๐๕๔ กรุงเทพมหานคร ของนางอารดา สิทธิสงวน ได้ผ่านการตรวจสภาพรถแล้ว และใช้ประกอบการเสียภาษีประจำปีสำหรับรถยนต์ดังกล่าว เจ้าพนักงานจับจำเลยได้พร้อมใบรับรองการตรวจสภาพรถปลอมดังกล่าวเป็นของกลาง ขอให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๒๖๕ , ๒๐๐๖๘ , ๓๓ , ๙๑ ริบของกลาง จำเลยให้การรับสารภาพ ศาลชั้นต้นพิจารณาแล้วพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๒๖๕ , ๒๖๘ วรรคแรก เป็นความผิดหลายกรรมต่างกัน แต่เนื่องจากจำเลยเป็นผู้ปลอมและใช้เอกสาร จึงให้ลงโทษฐานเป็นผู้ใช้แต่กระทงเดียว ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๒๖๘ วรรคสอง จำคุก ๒ ปี จำเลยให้การรับสารภาพ เป็นประโยชน์แก่การพิจารณา มีเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษให้ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๗๘ กึ่งหนึ่ง คงจำคุก ๑ ปี ริบของกลาง จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน จำเลยฎีกาว่า ใบรับรองการตรวจสภาพรถไม่ใช่เอกสารราชการ จำเลยจึงไม่มีความผิดฐานปลอมเอกสารราชการ โดยผู้พิพากษาในศาลชั้นต้นรับรองว่า มีเหตุสมควรที่จะฎีกาในข้อเท็จจริงได้ ศาลฎีกาพิจารณาแล้ว วินิจฉัยว่า ใบรับรองการตรวจสภาพรถเป็นเอกสารที่กรมการขนส่งทางบกมอบให้บริษัทโตโยต้า นนทบุรี จำกัด ซึ่งได้รับอนุญาตให้จัดตั้งสถานตรวจสภาพรถเพื่อตรวจสภาพรถยนต์และออกใบรับรองการตรวจสภาพรถเพื่อเป็นหลักฐานว่ารถยนต์ได้ผ่านการตรวจสภาพรถแล้ว พนักงานของบริษัทโตโยต้านนทบุรี จำกัด ซึ่งมีหน้าที่ออกใบรับรองการตรวจสภาพรถไม่ใช่เจ้าพนักงานตามกฎหมาย ดังนั้น ใบรับรองการตรวจสภาพรถที่ออกโดยพนักงานของบริษัทโตโยต้านนทบุรี จำกัด จึงไม่อาจถือได้ว่าเป็นเอกสารราชการตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๑ (๘) ที่บัญญัติว่า เอกสารราชการ หมายความว่า เอกสารซึ่งเจ้าพนักงานได้ทำขึ้นหรือรับรองในหน้าที่และให้หมายความรวมถึงสำเนาเอกสารนั้น ๆ ที่เจ้าพนักงานได้รับรองในหน้าที่ด้วย การที่จำเลยปลอมใบรับรองการตรวจสภาพรถของบริษัทโตโยต้านนทบุรี จำกัด จึงไม่เป็นความผิดฐานปลอมเอกสารราชการ ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๒๖๕ แต่เป็นความผิดฐานปลอมเอกสารตามมาตรา ๒๖๔ เมื่อจำเลยได้นำใบรับรองการตรวจสภาพรถที่จำเลยทำปลอมขึ้นไปแสดงต่อเจ้าหน้าที่สำนักงานขนส่งเขตพื้นที่ ๒ เพื่อใช้ประกอบการเสียภาษีประจำปีสำหรับรถยนต์ การกระทำของจำเลยจึงเป็นความผิดตามมาตรา ๒๖๘ วรรคหนึ่ง อีกกระทงหนึ่ง แต่เมื่อจำเลยเป็นผู้ปลอมเอกสารดังกล่าวแล้วใช้เอกสารปลอมที่จำเลยทำขึ้น จึงต้องลงโทษฐานใช้เอกสารปลอมตามมาตรา ๒๖๘ วรรคสอง แต่กระทงเดียว พิพากษาแก้เป็นว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๒๖๔ วรรคหนึ่ง , ๒๖๘ วรรคหนึ่ง ประกอบมาตรา ๒๖๔ วรรคหนึ่ง ให้ลงโทษจำเลยตามมาตรา ๒๖๘ วรรคหนึ่ง ประกอบมาตรา ๒๖๔ วรรคหนึ่ง ตามมาตรา ๒๖๘ วรรคสอง จำคุก ๖ เดือน และปรับ ๖,๐๐๐ บาท ลดโทษให้ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๗๘ กึ่งหนึ่ง คงจำคุก ๓ เดือน และปรับ ๓,๐๐๐ บาท โทษจำคุกให้รอการลงโทษไว้มีกำหนด ๑ ปี หากจำเลยไม่ชำระค่าปรับให้จัดการตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๒๙ , ๓๐ นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์. ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6288/2545 พนักงานอัยการ สำนักงานอัยการสูงสุด โจทก์ นายมงคล บุญโสพิศ จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - พนักงานอัยการ สำนักงานอัยการสูงสุด · จำเลย - นายมงคล บุญโสพิศ
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)สุวัฒน์ วรรธนะหทัย · สุวิทย์ นรนุตกุล · สิทธิชัย รุ่งตระกูล
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลอาญาธนบุรี - นายอาคม ศรียาภัย · ศาลอุทธรณ์ - นายสนอง เล่าศรีวรกต
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 2918/2522ฎีกา 98/2537ฎีกา 591/2540ฎีกา 2014-2015/2539ฎีกา 3578/2538ฎีกา 2186/2550ฎีกา 3911/2568ฎีกา 3081/2527ฎีกา 4225/2559ฎีกา 1250/2520ฎีกา 4009/2566ฎีกา 1746/2524ฎีกา 4048/2528ฎีกา 18654/2555ฎีกา 2766/2546ฎีกา 5138/2537ฎีกา 831/2532ฎีกา 191/2520ฎีกา 3535/2528ฎีกา 5090/2565ฎีกา 581/2527ฎีกา 693/2526ฎีกา 4547/2530ฎีกา 15230/2555
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา