คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 958/2530
ป.อาญา ม.59, 91, 341 ฯลฯ
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การจัดหางานโดยไม่ได้รับอนุญาตจากนายทะเบียนตามกฎหมายเป็นความผิดสำเร็จในทันที และหากการจัดหางานนั้นได้กระทำโดยแสดงข้อความอันเป็นเท็จหรือปกปิดข้อความจริงอันควรบอกให้แจ้งแก่ประชาชน ถือเป็นความผิดฐานฉ้อโกงประชาชนอีกกรรมหนึ่งต่างหาก แม้จะกระทำในคราวเดียวกันก็ตาม
ย่อคำพิพากษา
ความผิดตามพระราชบัญญัติจัดหางานและคุ้มครองคนหางาน พ.ศ.2511 มาตรา 7, 27 ฐานจัดหางานโดยมิได้รับอนุญาต สาระสำคัญอยู่ที่การไม่ได้รับอนุญาตจากนายทะเบียนตามกฎหมาย จำเลยจัดหางานโดยไม่ได้รับอนุญาตเมื่อใดก็เป็นความผิดสำเร็จ และถ้าการจัดหางานนั้นได้กระทำโดยแสดงข้อความอันเป็นเท็จต่อประชาชนหรือปกปิดข้อความจริงซึ่งควรบอกให้แจ้งแก่ประชาชนอันเป็นความผิดฐานฉ้อโกงประชาชน ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 343 ด้วย ย่อมถือว่าเป็นการกระทำอีกกรรมหนึ่งต่างหาก เพราะจำเลยมีเจตนาที่แยกต่างหากจากความผิดฐานแรก ดังนั้นแม้จำเลยจะได้กระทำดังกล่าวในคราวเดียวกัน การกระทำของจำเลยก็เป็นความผิดหลายกรรมต่างกัน.
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
🔎 คำพิพากษาอื่นที่อ้างมาตราเดียวกัน: ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.195 → ประมวลกฎหมายอาญา ม.59 → ประมวลกฎหมายอาญา ม.91 → ประมวลกฎหมายอาญา ม.341 →
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยทั้งสองตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๓๔๑, ๓๔๓ และพระราชบัญญัติจัดหางานและคุ้มครองคนหางาน พ.ศ. ๒๕๑๑ มาตรา ๗, ๒๗ ในข้อหาร่วมกันฉ้อโกงประชาชน และข้อหาจัดหางานโดยไม่ได้รับอนุญาต
จำเลยที่ ๑ ให้การรับสารภาพในข้อหาจัดหางานโดยไม่ได้รับอนุญาต แต่ปฏิเสธข้อหาร่วมกันฉ้อโกงประชาชน ส่วนจำเลยที่ ๒ ให้การปฏิเสธตลอดข้อหา
ศาลชั้นต้นพิพากษาว่าจำเลยทั้งสองมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๓๔๑, ๓๔๓ และพระราชบัญญัติจัดหางานและคุ้มครองคนหางาน พ.ศ. ๒๕๑๑ มาตรา ๗, ๒๗ การกระทำของจำเลยเป็นกรรมเดียว ผิดต่อกฎหมายหลายบท ให้ลงโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๓๔๑, ๓๔๓ อันเป็นบทหนัก
โจทก์อุทธรณ์ว่า การกระทำของจำเลยทั้งสองเป็นความผิดหลายกรรมต่างกัน ส่วนจำเลยที่ ๒ อุทธรณ์ขอให้ยกฟ้อง
ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน
โจทก์ฎีกา
ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ข้อเท็จจริงเป็นยุติตามที่ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยมาว่า ตามวันเวลาเกิดเหตุจำเลยทั้งสองร่วมกันจัดหางานโดยไม่ได้รับอนุญาตจากนายทะเบียนตามกฎหมาย และในการจัดหางานดังกล่าว จำเลยทั้งสองโดยทุจริตร่วมกันหลอกลวงประชาชนว่าจะส่งผู้เสียหายไปทำงานต่างประเทศ ทำให้จำเลยทั้งสองได้ไปซึ่งทรัพย์สินของผู้เสียหาย เห็นว่าความผิดฐานจัดหางานโดยไม่ได้รับอนุญาตกับความผิดฐานฉ้อโกงประชาชนเป็นความผิดต่อกฎหมายคนละฉบับซึ่งอาศัยเจตนาในการกระทำผิดแยกจากกันได้ สำหรับความผิดฐานจัดหางานโดยไม่ได้รับอนุญาตนั้น สาระสำคัญอยู่ที่การไม่ได้รับอนุญาตจากนายทะเบียนตามกฎหมาย จำเลยแม้กระทำการจัดหางานโดยไม่ได้รับอนุญาตเมื่อใด ก็เกิดเป็นความผิดสำเร็จขึ้นเมื่อนั้นและถ้าการจัดหางานดังกล่าวได้กระทำโดยแสดงข้อความอันเป็นเท็จต่อประชาชนหรือปกปิดข้อความจริง ซึ่งควรบอกให้แจ้งแก่ประชาชน อันเป็นความผิดฐานฉ้อโกงอีกด้วยแล้ว ย่อมถือว่าเป็นการกระทำอีกกรรมหนึ่งต่างหาก เพราะจำเลยมีเจตนาที่แยกต่างหากจากการกระทำความผิดฐานแรก แม้จะได้กระทำในครั้งคราวเดียวกัน การกระทำของจำเลยทั้งสองจึงเป็นความผิดหลายกรรมต่างกัน หาใช่เป็นการกระทำกรรมเดียวเป็นความผิดต่อกฎหมายหลายบทไม่
พิพากษาแก้เป็นว่าให้ลงโทษจำเลยทั้งสองตามพระราชบัญญัติจัดหางานและคุ้มครองคนหางาน พ.ศ. ๒๕๑๑ มาตรา ๗, ๒๗ อีกกระทงหนึ่งนอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์.
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 958/2530
พนักงานอัยการกรมอัยการ โจทก์
บริษัทยู.พี.ฟอร์เร้นท์ จำกัด กับพวก จำเลย
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - พนักงานอัยการกรมอัยการ · จำเลย - บริษัทยู.พี.ฟอร์เร้นท์ จำกัด กับพวก |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | สมบูรณ์ ฤกษ์สำราญ · ไพรัช วงศ์วัฒนะ · ไพจิตร วิเศษโกสิน |
| ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ | ศาลอาญา - หม่อมหลวงฤทธิเทพ เทวกุล · ศาลอุทธรณ์ - นายเคลื่อน วัฒนเมธียานนท์ |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา