⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 598/2530

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 598/2530

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
ผู้ลงนามในเช็คต้องรับผิดตามเนื้อความในเช็คนั้น เว้นแต่จะพิสูจน์ได้ว่าการลงนามนั้นมีลักษณะเป็นการฉ้อฉลหรือมีข้อตกลงอื่นที่ขัดแย้งกับเนื้อความในเช็ค

ย่อคำพิพากษา

คำให้การของจำเลยทั้งสองกล่าวถึงเพียงความเกี่ยวพันระหว่างจำเลยกับผู้ทรงคนก่อน ส่วนที่กล่าวอ้างว่าโจทก์และผู้ทรงคนก่อนคบคิดกันฉ้อฉลนำเช็คมาฟ้อง ไม่ได้ให้การให้ชัดว่ามีการโอนและคบคิดกันฉ้อฉลอย่างไร จำเลยจึงไม่มีประเด็นนำสืบ เมื่อจำเลยทั้งสองลงลายมือชื่อสั่งจ่ายเช็คพิพาท จึงต้องรับผิดตามเนื้อความในเช็คนั้นโดยไม่จำเป็นต้องฟังพยานอื่นต่อไป.(ที่มา-ส่งเสริม)

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.177 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.900 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.916

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องจำเลยที่ 1 ซึ่งเป็นห้างหุ้นส่วนจำกัดและจำเลยที่ 2ซึ่งเป็นห้างหุ้นส่วนผู้จัดการให้รับผิดในฐานะผู้สั่งจ่ายเช็คพิพาท จำเลยทั้งสองให้การรับว่า ได้ออกเช็คพิพาทจริงแต่เพื่อประกันการชำระหนี้เงินแชร์ที่ได้เล่นกับห้างหุ้นส่วนจำกัด ค. อนงค์โลหะกิจโดยนายไพศาล เลิศสหไพฑูรย์ หุ้นส่วนผู้จัดการเป็นนายวงแชร์ ต่อมานายไพศาล เลิศสหไพฑูรย์ นำเช็คไปเรียกเก็บเงินจากลูกแชร์แล้วไม่นำเงินมาชำระจำเลย จำเลยจึงสั่งให้ธนาคารระงับการจ่ายเงินเช็คพิพาทจึงเป้ฯเช็คที่ไม่มีมูลหนี้และเกิดจากการคบคิดกันฉ้อฉลระหว่างโจทก์กับนายไพศาล เลิศสหไพฑูรย์ ขอให้ยกฟ้อง ศาลชั้นต้นพิเคราะห์คำฟ้องและคำให้การจำเลยแล้ว เห็นว่าคดีพอวินิจฉัยได้ โดยไม่จำต้องสืบพยาน จึงให้งดสืบพยานโจทก์จำเลยและพิพากษาให้จำเลยร่วมกันใช้เงินให้โจทก์ จำเลยทั้งสองอุทธรณ์ขอให้ย้อนสำนวนไปให้ศาลชั้นต้นสืบพยานโจทก์จำเลยต่อไป ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน จำเลยทั้งสองฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "ข้อเท็จจริงฟังได้จากคำฟ้องและคำให้การจำเลยว่าจำเลยทั้งสองได้ออกเช็คพิพาทจริง เช็คพิพาทเป็นเช็คสั่งจ่ายเงินให้แก่ผู้ถือ โจทก์เป็นผู้ถือย่อมเป็นผู้ทรงตามกฎหมายจำเลยทั้งสองถูกฟ้องในมูลตั๋วเงินคือเช็คพิพาท หาอาจต่อสู้ผู้ทรงด้วยข้อต่อสู้อันอาศัยความเกี่ยวพันกันเฉพาะบุคคลระหว่างตนกับผู้ทรงคนก่อน ๆ นั้นได้ไม่ เว้นแต่การโอนจะได้มีขึ้นด้วยคบคิดกันฉ้อฉล ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 916 ประกอบด้วยมาตรา 989 คดีนี้ตามคำให้การของจำเลยทั้งสอง กล่าวถึงความเกี่ยวพันระหว่างจำเลยทั้งสองกับห้างหุ้นส่วนจำกัด ค. อนงค์โลหะกิจโดยนายไพศาล เลิศสหไพฑูรย์ หุ้นส่วนผู้จัดการ ซึ่งเป็นผู้ทรงคนก่อนส่วนที่กล่าวอ้างว่าโจทก์และนายไพศาล เลิศสหไพฑูรย์ หุ้นส่วนผู้จัดการของห้างหุ้นส่วนจำกัด ค. อนงค์โลหะกิจคบคิดกันฉ้อฉลนำเช็คพิพาทมาฟ้อง จำเลยทั้งสองไม่ได้ให้การให้ชัดว่ามีการโอนและคบคิดกันฉ้อฉลอย่างไร จำเลยทั้งสองจึงไม่มีประเด็นนำสืบ จำเลยทั้งสองลายมือชื่อสั่งจ่ายเช็คพิพาท จึงต้องรับผิดตามเนื้อความในเช็คนั้นตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 900 คดีไม่จำเป็นต้องฟังพยานอื่นต่อไปศาลอุทธรณ์พิพากษาไม่ย้อนสำนวนไปให้ศาลชั้นต้นสืบพยานโจทก์จำเลยชอบแล้ว ฎีกาจำเลยทั้งสองไม่ขึ้น" พิพากษายืน. ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 598/2530 นายวิชัย วุฒิวงศ์เสรี โจทก์ ห้างหุ้นส่วนจำกัดแสงอรุณเท็กซ์ไทล์ กับพวก จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นายวิชัย วุฒิวงศ์เสรี · จำเลย - ห้างหุ้นส่วนจำกัดแสงอรุณเท็กซ์ไทล์ กับพวก
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)เสรี แสงศิลป์ · สุชาติ จิวะชาติ · อำนวย เปล่งวิทยา
แหล่งที่มาสำนักงานส่งเสริมงานตุลาการ

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 4359/2540ฎีกา 1452/2511ฎีกา 3206/2537ฎีกา 4838/2548ฎีกา 1195/2535ฎีกา 1415/2540ฎีกา 7903/2568ฎีกา 2902/2557ฎีกา 18343/2556ฎีกา 1360/2544ฎีกา 1765/2492ฎีกา 3474/2538ฎีกา 3601/2526ฎีกา 72/2505ฎีกา 3329/2550ฎีกา 119/2532ฎีกา 4484/2536ฎีกา 6555/2538ฎีกา 1816/2534ฎีกา 3827/2542ฎีกา 234/2491ฎีกา 759/2519ฎีกา 6196/2537ฎีกา 3136/2532
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · สำนักงานส่งเสริมงานตุลาการ