⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 613/2530

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 613/2530

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การเลิกจ้างโดยอ้างเหตุตามประกาศกระทรวงมหาดไทย ข้อ 47(2) ถือเป็นการเลิกจ้างโดยมีเหตุอันสมควรตามกฎหมายแล้ว แม้จะมีการอ้างเหตุอื่นในคำให้การต่อสู้คดีก็ตาม

ย่อคำพิพากษา

ตามหนังสือเลิกจ้างของจำเลย จำเลยได้ระบุเหตุเลิกจ้างไว้ว่าโจทก์จงใจกลั่นแกล้งผสมสีพ่นไม้ให้ผิดไปจากที่เคยปฏิบัติเป็นเหตุให้สีที่พ่นไม้แดงปาร์เก้ไม่แห้ง ทำให้จำเลยได้รับความเสียหาย อันเป็นการเลิกจ้างโดยอ้างเหตุโจทก์ได้กระทำผิดตามประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่อง การคุ้มครองแรงงานฯ ข้อ 47(2)จำเลยหาได้ระบุเหตุเลิกจ้างเนื่องจากโจทก์ทำการโดยประมาทเลินเล่อเป็นเหตุให้จำเลยผู้เป็นนายจ้างได้รับความเสียหายอย่างร้ายแรงตามข้อ 47(5) ไม่ ต้องถือว่าจำเลยไม่ประสงค์จะเลิกจ้างโจทก์โดยสาเหตุเช่นว่านี้แล้ว แม้จำเลยจะให้การต่อสู้คดีไว้ และศาลแรงงานกลางหยิบยกขึ้นมาวินิจฉัย ก็ไม่เป็นเหตุที่ศาลฎีกาจะต้องวินิจฉัยให้ จำเลยจึงต้องจ่ายค่าสินจ้างแทนการบอกกล่าวล่วงหน้าแก่โจทก์ โจทก์ได้รับค่าจ้างเดือนละ 3,050 บาท จ่ายค่าจ้างทุกวันที่ 16และวันที่ 1 ของเดือน จำเลยเลิกจ้างโจทก์เมื่อวันที่ 2 กันยายน2529 กรณีนี้การบอกเลิกการจ้างของจำเลยจะมีผลเป็นการเลิกสัญญาเมื่อถึงกำหนดจ่ายสินจ้างคราวถัดไป ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 582 ก็คือวันที่ 1 ตุลาคม 2529จำเลยจึงต้องจ่ายสินจ้างในระหว่างวันที่ 2 กันยายน ถึงวันที่30 กันยายน 2529 รวมเป็นเวลา 29 วัน คิดเป็นสินจ้างแทนการบอกกล่าวล่วงหน้า 2,948.14 บาทแก่โจทก์.(ที่มา-ส่งเสริม)

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.582 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.583

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยจ้างโจทก์เป็นลูกจ้างประจำแล้วเลิกจ้างโจทก์โดยไม่มีความผิด ไม่บอกกล่าวล่วงหน้า และไม่จ่ายค่าชดเชยตามกฎหมาย ขอให้บังคับจำเลยจ่ายสินจ้างแทนการบอกกล่าวล่วงหน้าและค่าชดเชย จำเลยให้การและฟ้องแย้งว่า จำเลยเลิกจ้างโจทก์เพราะโจทก์กระทำผิดหลายกรณี คือทุจริตต่อหน้าที่ กระทำผิดโดยจงใจทำให้จำเลยผู้เป็นนายจ้างได้รับความเสียหาย หรือประมาทเลินเล่อทำให้จำเลยผู้เป็นนายจ้างได้รับความเสียหายอย่างร้ายแรง เพราะโจทก์ได้บังอาจผสมสีพ่นไม้แดงปาร์เก้ผิดไปจากสูตรเดิมที่เคยผสม ทำให้ไม้แดงปาร์เก้จำนวน 1,500 กว่าแผ่นของจำเลยเสียหายคิดเป็นเงิน 29,500บาท ขอให้พิพากษายกฟ้องและบังคับให้โจทก์ชำระค่าเสียหายจำนวน29,500 บาท ตามฟ้องแย้งแก่จำเลยด้วย โจทก์ให้การแก้ฟ้องแย้งว่า โจทก์มิได้จงใจหรือประมาทเลินเล่อทำให้จำเลยได้รับความเสียหาย ขอให้พิพากษายกฟ้องแย้ง ศาลแรงงานกลางวินิจฉัยว่า จำเลยมีอำนาจฟ้องแย้งเรียกค่าเสียหายจากโจทก์ได้ แต่คดียังฟังไม่ถนัดว่าโจทก์จงใจหรือประมาทเลินเล่อทำให้จำเลยเสียหายหรือได้รับความเสียหายอย่างร้ายแรง จำเลยเลิกจ้างจึงต้องจ่ายค่าชดเชยและสินจ้างแทนการบอกกล่าวล่วงหน้า โจทก์ไม่ต้องรับผิดต่อจำเลยตามฟ้องแย้งพิพากษาให้จำเลยจ่ายค่าชดเชย 18,000 บาท และสินจ้างแทนการบอกกล่าวล่วงหน้า 3,933 บาท รวมเป็นเงิน 22,200 บาทแก่โจทก์ให้ยกฟ้องแย้งของจำเลยเสีย จำเลยอุทรณ์ต่อศาลฎีกา ศาลฎีกาแผนดคดีแรงงานวินิจฉัยว่า "...ตามหนังสือเลิกจ้างของจำเลยเอกสารหมาย ล.6 จำเลยได้ระบุเหตุเลิกจ้างไว้ว่า โจทก์จงใจกลั่นแกล้งผสมสีพ่นไม้ให้ผิดไปจากที่เคยปฏิบัติเป็นเหตุให้สีพ่นไม้แดงปาร์เก้ไม่แห้ง ทำให้จำเลยได้รับความเสียหายอันเป็นการเลิกจ้างโดยอ้างเหตุโจทก์ได้กระทำผิดตามประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่อง การคุ้มครองแรงงาน ข้อ 47(2) จำเลยหาได้ระบุเหตุเลิกจ้างเนื่องจากโจทก์กระทำการโดยประมาทเลินเล่อเป็นเหตุให้จำเลยผู้เป็นนายจ้างได้รับความเสียหายอย่างร้ายแรงตามข้อ 47(5) ไม่ ต้องถือว่าจำเลยไม่ประสงค์จะเลิกจ้างโจทก์โดยสาเหตุเช่นว่านี้แล้ว แม้จำเลยจะให้การต่อสู้คดีไว้และศาลแรงงานกลางหยิบยกขึ้นวินิจฉัยให้ ก็ไม่เป็นเหตุที่ศาลฎีกาจะต้องวินิจฉัยให้..." ส่วนข้ออุทธรณ์ของจำเลยที่ว่า ศาลแรงงานกลางพิพากษาให้จำเลยจ่ายสินจ้างแทนการบอกกล่าวล่วงหน้า รวม 29 วันเป็นเงิน 3,933 บาทแก่โจทก์เป็นการไม่ชอบด้วยประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 582 นั้น พิเคราะห์แล้วข้อเท็จจริงได้ความว่า โจทก์ได้รับค่าจ้างเดือนละ 3,050 บาท จ่ายค่าจ้างทุกวันที่ 16 และวันที่ 1 ของเดือน จำเลยเลิกจ้างโจทก์เมื่อวันที่ 2 กันยายน 2529 ศาลฎีกาเห็นว่า กรณีของโจทก์นี้การบอกเลิกจ้างของจำเลยจะมีผลเป็นการเลิกสัญญาเมื่อถึงกำหนดจ่ายสินจ้างคราวถัดไป ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 582 ก็คือวันที่1 ตุลาคม 2529 จำเลยจึงต้องจ่ายสินจ้างในระหว่างวันที่ 2 กันยายน2529 ถึงวันที่ 30 กันยายน 2529 รวมเป็นเวลา 29 วัน คิดเป็นสินจ้างแทนการบอกกล่าวล่วงหน้า 2,948.14 บาท แก่โจทก์ ที่ศาลแรงงานกลางพิพากษาให้จำเลยจ่ายสินจ้างแทนการบอกกล่าวล่วงหน้ารวม 29 วัน เป็นเงิน 3,933 บาท แก่โจทก์เป็นการผิดพลาดไปไม่ถูกต้อง พิพากษาแก้เป็นว่า ให้จำเลยจ่ายสินจ้างแทนการบอกกล่าวล่วงหน้าจำนวน 2,948.14 บาทแก่โจทก์ นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลแรงงานกลาง". ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 613/2530 นายเติม บุญอ้อม โจทก์ บริษัทรุ่งเรืองไม้ไทยอุตสาหกรรม จำกัด จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นายเติม บุญอ้อม · จำเลย - บริษัทรุ่งเรืองไม้ไทยอุตสาหกรรม จำกัด
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)สุรัตน์ ศรีอนุพันธุ์ · จุนท์ จันทรวงศ์ · จำนง นิยมวิภาต
แหล่งที่มาสำนักงานส่งเสริมงานตุลาการ

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 5201-5202/2543ฎีกา 7238-7239/2544ฎีกา 2893/2540ฎีกา 7264/2543ฎีกา 585/2536ฎีกา 3116/2529ฎีกา 2132/2531ฎีกา 8785/2550ฎีกา 2894/2532ฎีกา 6877/2544ฎีกา 2418/2544ฎีกา 8628/2550ฎีกา 221-222/2525ฎีกา 3704/2529ฎีกา 3591/2529ฎีกา 144/2535ฎีกา 6783/2548ฎีกา 1013/2533ฎีกา 1961/2543ฎีกา 1027/2527ฎีกา 897/2547ฎีกา 3049/2540ฎีกา 654/2536ฎีกา 5790-5822/2543
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · สำนักงานส่งเสริมงานตุลาการ