⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 680/2530

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 680/2530

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
หากจำเลยถูกฟ้องในคดีที่มีอัตราโทษจำคุกอย่างสูงถึง 10 ปี ศาลต้องสอบถามจำเลยว่ามีทนายหรือไม่ หากจำเลยไม่มีและต้องการ ศาลต้องตั้งทนายให้ก่อนเริ่มพิจารณา การดำเนินกระบวนพิจารณาโดยมิได้ปฏิบัติตามนี้ถือว่าฝ่าฝืนกฎหมาย

ย่อคำพิพากษา

โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามกฎหมายที่มีอัตราโทษจำคุก อย่างสูงถึง 10 ปี ซึ่งประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญามาตรา 173 วรรคแรกบัญญัติว่าก่อนเริ่มพิจารณา ให้ศาลถามจำเลยว่ามีทนายหรือไม่ถ้าไม่มีและจำเลยต้องการ ก็ให้ศาลตั้งทนายให้ ปรากฏว่าศาลชั้นต้นมิได้สอบถามจำเลยในเรื่องทนายเสียก่อนเริ่มพิจารณา แต่ได้ดำเนินกระบวนพิจารณาไปโดยไม่มีทนาย และศาลอุทธรณ์ได้พิพากษาคดีไปโดยที่มิได้สั่งให้ศาลชั้นต้นจัดการเสียให้ถูกต้อง การดำเนินกระบวนพิจารณาดังกล่าวเป็นเป็นการฝ่าฝืนต่อกฎหมาย ศาลฎีกาจึงพิพากษายกคำพิพากษาศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์ โดยให้ศาลชั้นต้นดำเนินกระบวนพิจารณาใหม่ให้ถูกต้อง

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.173

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยฐานมีเฮโรอีนไว้ในครอบครองและเสพเฮโรอีน ตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ. 2522มาตรา 67, 91 จำเลยให้การรับสารภาพ ศาลชั้นต้นพิพากษาลงโทษจำคุกฐานมีเฮโรอีนกระทงหนึ่งและฐานเสพเฮโรอีนอีกกระทงหนึ่งจำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นให้รอการลงโทษไว้มีกำหนด 2 ปี โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยข้อกฎหมายว่า "คดีนี้โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยฐานมีเฮโรอีน อันเป็นยาเสพติดให้โทษประเภท 1 ไว้ในครอบครองกับฐานเสพยาเสพติดให้โทษในประเภท 1 อันเป็นความผิดตามมาตรา 67 และมาตรา 91 ซึ่งมีอัตราโทษจำคุกอย่างสูงถึง 10 ปี และประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 173 วรรคแรก บัญญัติว่า "ในคดีที่มีอัตราโทษจำคุกอย่างสูงตั้งแต่สิบปีขึ้นไปก่อนเริ่มพิจารณา ให้ศาลถามจำเลยว่ามีทนายหรือไม่ ถ้าไม่มีและจำเลยต้องการ ก็ให้ศาลตั้งทนายให้" ปรากฏว่าศาลชั้นต้นมิได้สอบถามจำเลยในเรื่องทนายเสียก่อนเริ่มพิจารณาแต่ได้ดำเนินกระบวนพิจารณาไปโดยจำเลยไม่มีทนาย ต่อมาในชั้นอุทธรณ์ศาลอุทธรณ์ก็ได้พิพากษาคดีไปโดยที่มิได้สั่งให้ศาลชั้นต้นจัดการสอบถามจำเลยเรื่องทนายเสียให้ถูกต้อง การดำเนินกระบวนพิจารณาของศาลล่างทั้งสอง จึงเป็นการฝ่าฝืนต่อบทกฎหมายดังกล่าว ศาลฎีกาเห็นสมควรปฏิบัติเสียให้ถูกต้อง พิพากษายกคำพิพากษาศาลอุทธรณ์และศาลชั้นต้นให้ศาลชั้นต้นดำเนินกระบวนพิจารณาเสียให้ถูกต้อง แล้วพิพากษาใหม่ตามรูปคดี" ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 680/2530 อัยการ นครสวรรค์ โจทก์ นาย ภูษิต ช้อย แสง จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - อัยการ นครสวรรค์ · จำเลย - นาย ภูษิต ช้อย แสง
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)สาระ เสาวมล · สมศักดิ์ เกิดลาภผล · สุนทร จันทรศักดิ์
แหล่งที่มาเนติบัณฑิตยสภา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 4095/2554ฎีกา 4460/2546ฎีกา 650/2489ฎีกา 4612/2536ฎีกา 4608/2545ฎีกา 5764/2550ฎีกา 1045-1046/2516ฎีกา 2149/2523ฎีกา 616/2486ฎีกา 1608/2521ฎีกา 8366/2544ฎีกา 344/2549ฎีกา 3654/2545ฎีกา 204/2516ฎีกา 8287/2559ฎีกา 1554/2535ฎีกา 15140/2555ฎีกา 3661/2556ฎีกา 2064/2535ฎีกา 2923/2541ฎีกา 6915/2544ฎีกา 5715/2538ฎีกา 3971/2542ฎีกา 7701/2547
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · เนติบัณฑิตยสภา