⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 533/2507

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 533/2507

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
ในคดีอุกฉกรรจ์ที่มีอัตราโทษจำคุกอย่างสูงตั้งแต่สิบปีขึ้นไป หากจำเลยไม่มีทนายความและต้องการทนายความ ศาลต้องตั้งทนายความให้จำเลยก่อนเริ่มพิจารณา

ย่อคำพิพากษา

ในคดีอุกฉกรรจ์มีอัตราโทษจำคุกอย่างสูงตั้งแต่สิบปีขึ้นไปนั้น ก่อนเริ่มพิจารณาศาลจะต้องถามจำเลยว่ามีทนายหรือไม่ ถ้าไม่มีและจำเลยต้องการ ศาลก็ต้องตั้งให้ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 173 แม้คดีนั้นต่อมาชั้นพิจารณาจำเลยจะให้การรับสารภาพตามฟ้อง และศาลจะพิพากษาโดยไม่สืบพยานหลักฐานต่อไป ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 176 ได้ก็ตาม

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.173 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.176 ประมวลกฎหมายอาญา ม.291

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า เมื่อวันที่ 1 ตุลาคม 2506 เวลากลางวัน จำเลยกับพวก 18 คนออกไล่ยิงหมูป่า โดยจำเลยกับนายมีผู้ตายกับพวกรวม 8 คน มีอาวุธปืนคนละ 1 กระบอกอยู่เฝ้าล้อมดงผาเวอคอยยิงหมูป่า ส่วนพวกที่เหลือคอยตามรอยต้อนหมูป่าให้ออกจากดงผาเวอจำเลยกระทำการโดยประมาทปราศจากความระมัดระวังได้ยินเสียงเหมือนหมูป่าเหยียบไม้มาทางจำเลย และจำเลยมองเห็นหมูป่ากำลังลอดไม้มาทางจำเลย ๆ จึงใช้อาวุธปืนยิงไป 1 นัด ปรากฏว่ากระสุนปืนถูกนายมีถึงแก่ความตาย เหตุเกิดตำบลมาย อำเภอวานรนิวาส จังหวัดสกลนครขอให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 291 ริบปืนของกลาง จำเลยให้การรับสารภาพตามฟ้อง และขอให้ศาลลงโทษในสถานเบาหากจะลงโทษจำคุกก็ขอให้รอการลงโทษ โจทก์จำเลยต่างไม่สืบพยาน ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยผิดประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 291วางโทษจำคุก 4 ปี จำเลยรับสารภาพ บรรเทาโทษให้กึ่งหนึ่งตาม มาตรา 78 คงจำคุก 2 ปี ริบของกลาง จำเลยอุทธรณ์ขอให้ลงโทษเพียงปรับ หรือวางโทษจำคุกต่ำกว่าที่ศาลชั้นต้นกำหนดและรอการลงโทษ ศาลอุทธรณ์ปรึกษาว่า ฟ้องของโจทก์ขอให้ลงโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 291 ซึ่งมีอัตราโทษจำคุกถึง 10 ปีและตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 173 ในคดีที่มีอัตราโทษจำคุกอย่างสูงตั้งแต่ 10 ปีขึ้นไป ก่อนเริ่มพิจารณาให้ศาลถามจำเลยว่ามีทนายหรือไม่ ถ้าไม่มีให้ศาลตั้งให้คดีนี้ศาลชั้นต้นมิได้สอบถาม กระบวนพิจารณาที่ศาลชั้นต้นปฏิบัติมาจึงไม่ถูกต้อง สมควรให้ศาลชั้นต้นปฏิบัติเสียให้ถูกต้อง จึงพิพากษายกคำพิพากษาศาลชั้นต้น ให้ศาลชั้นต้นดำเนินกระบวนพิจารณาแล้วพิพากษาใหม่ตามรูปคดี โจทก์ฎีกาในปัญหาว่า คดีนี้ ศาลจำต้องสอบถามจำเลยในเรื่องทนายหรือไม่ ศาลฎีกาเห็นว่า เมื่อจำเลยให้การรับสารภาพ แม้ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 176 ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา(ฉบับที่ 6) พ.ศ. 2499 ศาลจะพิพากษาโดยไม่สืบพยานหลักฐานต่อไปได้ก็ตาม แต่โจทก์จะอ้างว่า เมื่อไม่ต้องมีการสืบพยาน ซึ่งจะไม่มีการซักค้านพยานกันต่อไปแล้ว ศาลก็ไม่จำต้องถามจำเลยเรื่องทนายความตามมาตรา 173 นั้นหาได้ไม่เพราะมาตรา 173 ที่บัญญัติว่า "ในคดีอุกฉกรรจ์ มีอัตราโทษจำคุกอย่างสูงตั้งแต่สิบปีขึ้นไป ฯลฯ ก่อนเริ่มพิจารณาให้ศาลถามจำเลยว่ามีทนายหรือไม่ ถ้าไม่มีและจำเลยต้องการก็ให้ศาลตั้งทนายให้" มิได้ถูกแก้ไขด้วยประการใด ยังใช้บังคับอยู่ตามเดิม มาตรา 176 ที่แก้ไขเพิ่มเติมใหม่ก็มิได้ยกเว้น การปฏิบัติตามมาตรา 173 นี้ ทั้งการปฏิบัติตามมาตรา 173 ย่อมเป็นผลดีแก่จำเลยที่จะได้มีทนายความดำเนินคดีรักษาประโยชน์ของจำเลยมาแต่ต้น เป็นคนละส่วนกับการพิพากษาคดีของศาล เมื่อคดีนี้โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 291 ซึ่งมีอัตราโทษจำคุกได้ถึงสิบปี เข้าตาม มาตรา 173 ก็ไม่มีเหตุอันใดที่ศาลจะไม่ต้องสอบถามจำเลยเรื่องทนาย ศาลอุทธรณ์พิพากษาให้ศาลชั้นต้นดำเนินการพิจารณาแล้วพิพากษาใหม่ตามรูปคดีชอบแล้ว พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 533/2507 อัยการจังหวัดสกลนคร โจทก์ นายวงศ์ นำสงค์ จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - อัยการจังหวัดสกลนคร · จำเลย - นายวงศ์ นำสงค์
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)โพยม เลขยานนท์ · ประมูล สุวรรณศร · ยุ้ย อาตมียะนันทน์
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 2593/2521ฎีกา 481/2526ฎีกา 597/2485ฎีกา 1798/2550ฎีกา 1167/2530ฎีกา 913/2538ฎีกา 164/2553ฎีกา 5557/2555ฎีกา 848/2545ฎีกา 406/2482ฎีกา 1957/2515ฎีกา 3423/2548ฎีกา 13516/2553ฎีกา 16889/2555ฎีกา 680/2530ฎีกา 514/2486ฎีกา 1895/2492ฎีกา 199/2547ฎีกา 2680/2531ฎีกา 4095/2554ฎีกา 96/2529ฎีกา 4018/2542ฎีกา 6079/2540ฎีกา 3779/2543
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา