⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 1798/2550

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1798/2550

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การที่โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยในความผิดฐานลักทรัพย์หรือรับของโจร ศาลจะลงโทษจำเลยในความผิดฐานใดฐานหนึ่งเพียงฐานเดียวเท่านั้น การรับสารภาพของจำเลยต้องชัดเจนว่ากระทำความผิดฐานใด หากไม่ชัดเจน ศาลต้องสืบพยานหลักฐานเพื่อพิสูจน์ความผิดของจำเลย

ย่อคำพิพากษา

โจทก์ฟ้องว่าจำเลยทั้งสามร่วมกันกระทำความผิดฐานลักทรัพย์หรือรับของโจร แสดงว่าโจทก์ประสงค์จะให้ลงโทษจำเลยทั้งสามในข้อหาใดข้อหาหนึ่งเพียงข้อหาเดียว เพราะความผิดฐานลักทรัพย์กับความผิดฐานรับของโจรเป็นความผิดคนละฐานกัน จะลงโทษจำเลยทั้งสามทั้งสองฐานความผิดดังกล่าวย่อมไม่ได้ คำให้การรับสารภาพของจำเลยทั้งสามที่ว่า ขอให้การรับสารภาพตามฟ้องโจทก์ทุกประการนั้นไม่ชัดเจนพอที่จะชี้ขาดว่าจำเลยทั้งสามได้กระทำความผิดฐานใด แม้จะปรากฏว่าโจทก์บรรยายฟ้องด้วยว่าในชั้นสอบสวน จำเลยทั้งสามให้การรับสารภาพข้อหาร่วมกันลักทรัพย์นายจ้างก็ตาม แต่การที่จำเลยทั้งสามให้การชั้นสอบสวนอย่างไรไม่เกี่ยวข้องกับคำให้การในชั้นพิจารณาของจำเลยทั้งสาม กรณีจึงไม่อาจถือได้ว่าการที่จำเลยทั้งสามให้การรับสารภาพตามฟ้องโจทก์ทุกประการนั้นเป็นการให้การรับสารภาพข้อหาร่วมกันลักทรัพย์นายจ้าง ดังนี้ เมื่อคำให้การรับสารภาพของจำเลยทั้งสามไม่สามารถรับฟังได้แน่ชัดว่าจำเลยทั้งสามกระทำความผิดฐานลักทรัพย์หรือรับของโจร จึงมิใช่กรณีที่ศาลจะพิพากษาไปได้โดยไม่สืบพยานตาม ป.วิ.อ. มาตรา 176 วรรคหนึ่ง และเป็นหน้าที่ของโจทก์ที่จะต้องสืบพยานให้ได้ความถึงการกระทำความผิดของจำเลยทั้งสาม เมื่อโจทก์ไม่สืบพยานศาลจึงลงโทษจำเลยทั้งสามไม่ได้

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.176

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า เมื่อวันที่ 15 ธันวาคม 2547 เวลากลางวัน มีคนร้ายหลายคนร่วมกันลักเหล็กกล่องสี่เหลี่ยม ขนาดกว้างด้านละ 1 นิ้ว ยาว 6 เมตร จำนวน 3 เส้น ราคา 600 บาท ของนายวิโรจน์ พรหมพฤกษ์ ผู้เสียหายไปโดยทุจริต เหตุลักทรัพย์เกิดที่ตำบลบ้านแป้น อำเภอเมืองลำพูน จังหวัดลำพูน ต่อมาตามวันดังกล่าวภายหลังเวลาที่มีการลักทรัพย์ไปแล้ว เจ้าพนักงานตำรวจจับกุมจำเลยทั้งสามได้พร้อมทรัพย์ที่ถูกลักไปเป็นของกลาง ทั้งนี้ โดยจำเลยทั้งสามเป็นคนร้ายที่ร่วมกันลักทรัพย์ของผู้เสียหายซึ่งเป็นนายจ้างไปเสียเอง หรือมิฉะนั้นจำเลยทั้งสามร่วมกันรับทรัพย์นั้นไว้ โดยจำเลยทั้งสามรู้ว่าเป็นทรัพย์ที่ได้มาจากการกระทำความผิดฐานลักทรัพย์ แล้วจำเลยทั้งสามช่วยพาเอาไปเสีย และช่วยจำหน่ายซึ่งทรัพย์ดังกล่าว เหตุรับของโจรเกิดที่ตำบลบ้านแป้น อำเภอเมืองลำพูน จังหวัดลำพูน และตำบลบ้านเรือน อำเภอป่าซาง จังหวัดลำพูน เกี่ยวพันกัน ทรัพย์ของกลางผู้เสียหายได้รับคืนไปแล้ว ขอให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 83, 335, 357 จำเลยทั้งสามให้การรับสารภาพตามฟ้อง โจทก์และจำเลยทั้งสามไม่ติดใจสืบพยาน ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยทั้งสามมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 335 (7) วรรคแรก ลงโทษจำคุกคนละ 3 ปี จำเลยทั้งสามให้การรับสารภาพเป็นประโยชน์แก่การพิจารณา มีเหตุบรรเทาโทษ ลดโทษให้คนละกึ่งหนึ่งตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 คงจำคุกคนละ 1 ปี 6 เดือน ข้อหาอื่นนอกจากนี้ให้ยก จำเลยที่ 1 และที่ 3 อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 5 พิพากษากลับ ให้ยกฟ้อง โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "คดีมีปัญหาต้องวินิจฉัยตามฎีกาของโจทก์ว่า จะลงโทษจำเลยทั้งสามในความผิดฐานลักทรัพย์ได้หรือไม่ โดยโจทก์ฎีกาว่า ตามคำฟ้องโจทก์ได้บรรยายไว้ชัดเจนว่า ในชั้นสอบสวนจำเลยทั้งสามให้การรับสารภาพข้อหาร่วมกันลักทรัพย์นายจ้างซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของคำฟ้อง เมื่อจำเลยทั้งสามให้การรับสารภาพตามฟ้องโจทก์ทุกประการจึงเพียงพอให้รับฟังได้ว่า จำเลยทั้งสามให้การรับสารภาพข้อหาร่วมกันลักทรัพย์นายจ้างแล้ว และคดีนี้มีอัตราโทษขั้นต่ำจำคุกไม่ถึง 5 ปี ศาลชั้นต้นชอบที่จะใช้ดุลพินิจในการรับฟังข้อเท็จจริงและลงโทษจำเลยทั้งสามในข้อหาร่วมกันลักทรัพย์นายจ้างได้โดยไม่จำต้องสืบพยานโจทก์ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 176 วรรคหนึ่ง เห็นว่า คดีนี้โจทก์ฟ้องว่าจำเลยทั้งสามร่วมกันกระทำความผิดฐานลักทรัพย์หรือรับของโจร แสดงว่าโจทก์ประสงค์จะให้ลงโทษจำเลยทั้งสามในข้อหาใดข้อหาหนึ่งเพียงข้อหาเดียว เพราะความผิดฐานลักทรัพย์กับความผิดฐานรับของโจรเป็นความผิดคนละฐานกัน จะลงโทษจำเลยทั้งสามทั้งสองฐานความผิดดังกล่าวย่อมไม่ได้ คำให้การรับสารภาพของจำเลยทั้งสามที่ว่า ขอให้การรับสารภาพตามฟ้องโจทก์ทุกประการนั้น ไม่ชัดเจนพอที่จะชี้ขาดว่าจำเลยทั้งสามได้กระทำความผิดฐานใด แม้จะปรากฏว่าโจทก์บรรยายฟ้องด้วยว่า ในชั้นสอบสวนจำเลยทั้งสามให้การรับสารภาพข้อหาร่วมกันลักทรัพย์นายจ้างก็ตาม แต่การที่จำเลยทั้งสามให้การชั้นสอบสวนอย่างไรไม่เกี่ยวข้องกับคำให้การในชั้นพิจารณาของจำเลยทั้งสาม กรณีจึงไม่อาจถือได้ว่า การที่จำเลยทั้งสามให้การรับสารภาพตามฟ้องโจทก์ทุกประการนั้น เป็นการให้การรับสารภาพข้อหาร่วมกันลักทรัพย์นายจ้างดังที่โจทก์ฎีกา ดังนี้ เมื่อคำให้การรับสารภาพของจำเลยทั้งสามไม่สามารถรับฟังได้แน่ชัดว่า จำเลยทั้งสามกระทำความผิดฐานลักทรัพย์หรือรับของโจร จึงมิใช่กรณีที่ศาลจะพิพากษาไปได้โดยไม่สืบพยานตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 176 วรรคหนึ่ง และเป็นหน้าที่ของโจทก์ที่จะต้องสืบพยานให้ได้ความถึงการกระทำความผิดของจำเลยทั้งสาม เมื่อโจทก์ไม่สืบพยานศาลจึงลงโทษจำเลยทั้งสามไม่ได้ ศาลอุทธรณ์ภาค 5 พิพากษายกฟ้องโจทก์ ศาลฎีกาเห็นพ้องด้วย ฎีกาของโจท์ฟังไม่ขึ้น" พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1798/2550 พนักงานอัยการจังหวัดลำพูน โจทก์ นายการุณ ล่ามแก้วศักดิ์ กับพวก จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - พนักงานอัยการจังหวัดลำพูน · จำเลย - นายการุณ ล่ามแก้วศักดิ์ กับพวก
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)ธนัท วิรบุตร์ · สิทธิชัย รุ่งตระกูล · ประเสริฐ วิริยสิทธาวัฒน์
แหล่งที่มาสำนักวิชาการ

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 1038/2485ฎีกา 1062/2481ฎีกา 481/2526ฎีกา 597/2485ฎีกา 3616/2540ฎีกา 330/2491ฎีกา 1496/2543ฎีกา 10892/2555ฎีกา 1187/2539ฎีกา 913/2538ฎีกา 164/2553ฎีกา 2673/2527ฎีกา 5557/2555ฎีกา 1980/2542ฎีกา 848/2545ฎีกา 406/2482ฎีกา 1957/2515ฎีกา 3423/2548ฎีกา 13516/2553ฎีกา 82/2501ฎีกา 4048/2529ฎีกา 16889/2555ฎีกา 127/2556ฎีกา 4824/2553
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · สำนักวิชาการ