⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 6079/2540

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6079/2540

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การครอบครองยาเสพติดให้โทษและเสพยาเสพติดให้โทษ แม้จะเป็นยาเสพติดชนิดเดียวกันและจำนวนเดียวกัน ถือเป็นความผิดต่างกรรมกัน

ย่อคำพิพากษา

โจทก์ฟ้องว่าจำเลยมีเฮโรอีนจำนวน 1 หลอดฉีดยาไว้ในครอบครอง และจำเลยได้เสพเฮโรอีนจำนวนดังกล่าวนั้นโดยบรรยายฟ้องว่า จำเลยกระทำความผิดหลายกรรมต่างกันจึงเป็นกรณีที่โจทก์ ประสงค์ให้ลงโทษจำเลยทุกกรรมเป็นกระทงความผิดไป เมื่อจำเลยให้การรับสารภาพตามฟ้องย่อมหมายความว่ารับว่าได้กระทำความผิดทั้งสองกรรมซึ่งเป็นความผิดต่างฐานกันตามฟ้อง แม้เฮโรอีนที่มีและใช้เสพเป็นจำนวนเดียวกันก็ถือว่าการกระทำดังกล่าวเป็นความผิดสองกรรม หาใช่เป็นกรรมเดียวไม่

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.158 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.176 ประมวลกฎหมายอาญา ม.90 ประมวลกฎหมายอาญา ม.91 พระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ.2522 ม.67 พระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ.2522 ม.91

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า เมื่อวันที่ 27 สิงหาคม 2538 เวลากลางวันจำเลยกระทำความผิดหลายกรรมต่างกันคือ จำเลยมีเฮโรอีนผสมน้ำอันเป็นยาเสพติดให้โทษชนิดร้ายแรงในประเภท 1 จำนวน1 หลอดฉีดยา ไม่อาจชั่งหาน้ำหนักเฮโรอีนได้ไว้ในครอบครอง และเฮโรอีนผสมน้ำดังกล่าว โดยวิธีฉีดเข้าร่างกายโดยไม่ได้รับอนุญาตและฝ่าฝืนต่อกฎหมาย ขอให้ลงโทษตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษพ.ศ. 2522 มาตรา 4, 7, 8, 15, 57, 67, 91, 102 ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 91 และริบของกลาง จำเลยให้การรับสารภาพ ศาลชั้นต้นพิพากษาแล้วพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ. 2522 มาตรา 67, 91 การกระทำของจำเลยเป็นกรรมเดียวเป็นความผิดต่อกฎหมายหลายบทให้ลงโทษตามมาตรา 67 ซึ่งเป็นบทที่มีโทษหนักที่สุดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 90 จำคุก 1 ปี จำเลยให้การรับสารภาพเป็นประโยชน์แก่การพิจารณา มีเหตุบรรเทาโทษลดโทษให้กึ่งหนึ่งตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 78 คงจำคุก 6 เดือน ของกลางริบ คำขออื่นให้ยก โจทก์อุทธรณ์ขอให้เรียงกระทงลงโทษ โดยขอให้ลงโทษจำเลยในความผิดฐานเสพเฮโรอีนอีกกระทงหนึ่ง ศาลอุทธรณ์ภาค 2 พิพากษายืน โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ปัญหาที่ต้องวินิจฉัยมีว่า การกระทำของจำเลยเป็นความผิดสองกรรมหรือไม่ โจทก์ฎีกาว่าจำนวนเฮโรอีนซึ่งจำเลยมีไว้ในครอบครองคือเฮโรอีนจำนวน 1 หลอดฉีดยา จำเลยได้ใช้เฮโรอีนที่มีอยู่ 1 หลอดนี้เสพ คงเหลือเฮโรอีนที่เสพอยู่ในหลอดฉีดยาที่ใช้เสพนี้ ดังนั้น การที่จำเลยมีเฮโรอีนไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาตและจำเลยเสพเฮโรอีนโดยไม่ได้รับอนุญาตจึงถือว่าเป็นความผิดซึ่งแยกการกระทำออกจากกันได้การกระทำของจำเลยจึงเป็นความผิดสองกรรม เห็นว่าโจทก์ฟ้องว่าจำเลยมีเฮโรอีนจำนวน 1 หลอดฉีดยา ไว้ในครอบครองและจำเลยได้เสพเฮโรอีนจำนวนดังกล่าวนั้น โดยบรรยายฟ้องว่า จำเลยกระทำความผิดหลายกรรมต่างกันจึงเป็นกรณีที่โจทก์ประสงค์ให้ลงโทษจำเลยทุกกรรมเป็นกระทงความผิดไป เมื่อจำเลยให้การรับสารภาพตามฟ้องย่อมหมายความว่า รับว่าได้กระทำความผิดทั้งสองกรรมซึ่งเป็นความผิดต่างฐานกันตามฟ้อง แม้เฮโรอีนที่มีและใช้เสพเป็นจำนวนเดียวกันก็ถือว่าการกระทำดังกล่าวเป็นความผิดสองกรรมหาใช่เป็นกรรมเดียวไม่ พิพากษาแก้เป็นว่า จำเลยมีความผิดตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ พ.ศ. 2522 มาตรา 67, 91 ให้เรียงกระทงลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 91 จำคุกกระทงละ 1 ปี รวมจำคุก2 ปี จำเลยให้การรับสารภาพเป็นประโยชน์แก่การพิจารณา มีเหตุบรรเทาโทษลดโทษให้กึ่งหนึ่ง ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78คงจำคุก 1 ปี นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 2 ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 6079/2540 พนักงานอัยการจังหวัดนนทบุรี โจทก์ นายชาญยุทธ กัลยาณมิตร จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - พนักงานอัยการจังหวัดนนทบุรี · จำเลย - นายชาญยุทธ กัลยาณมิตร
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)อธิราช มณีภาค · มงคล สระฏัน · วุฒิ คราวุฒิ
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 9114/2552ฎีกา 3345/2535ฎีกา 4180/2548ฎีกา 5305/2539ฎีกา 130/2528ฎีกา 2197/2547ฎีกา 1715/2545ฎีกา 1992/2530ฎีกา 20/2491ฎีกา 18211/2555ฎีกา 6355/2544ฎีกา 1220/2510ฎีกา 1666/2521ฎีกา 1294/2509ฎีกา 8297/2540ฎีกา 884/2484ฎีกา 2766/2546ฎีกา 2292/2540ฎีกา 8833/2554ฎีกา 514/2486ฎีกา 1857/2492ฎีกา 278/2484ฎีกา 3310/2541ฎีกา 34/2521
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา