คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 761/2530
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การโอนหุ้นที่ยังไม่ได้จดแจ้งในทะเบียนผู้ถือหุ้น จะไม่สามารถยกขึ้นเป็นข้อต่อสู้เพื่อหลุดพ้นจากความรับผิดในค่าหุ้นที่ค้างได้ และไม่อาจยกขึ้นต่อสู้เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ได้เช่นกัน.
ย่อคำพิพากษา
การโอนหุ้นระหว่างผู้ร้องกับ ธ. ยังมิได้จดแจ้งการโอนลงในทะเบียนผู้ถือหุ้น ผู้ร้องจึงไม่อาจอ้างเหตุผลใด ๆ มาเป็นข้อยกเว้นบทบัญญัติของมาตรา 1129 วรรคท้ายแห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ เพื่อให้ตนเองหลุดพ้นไปจากความรับผิดในค่าหุ้นที่ค้างได้ เมื่อศาลมีคำสั่งพิทักษ์ทรัพย์ของบริษัทจำเลยแล้ว พระราชบัญญัติล้มละลาย พุทธศักราช 2483 มาตรา 22 (2) ให้อำนาจเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์แต่ผู้เดียวในการเก็บรวบรวมและรับเงินหรือทรัพย์สินซึ่งจะตกได้แก่บริษัทจำเลยหรือซึ่งบริษัทจำเลยมีสิทธิจะได้รับจากผู้อื่น ฉะนั้น เมื่อผู้ร้องต้องห้ามมิให้ยกการโอนหุ้นขึ้นยันบริษัทจำเลยดังกล่าวแล้วผู้ร้องก็ย่อมไม่อาจยกการโอนหุ้นขึ้นยันเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ได้เช่นเดียวกัน.
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
คดีนี้สืบเนื่องจากศาลได้มีคำสั่งพิทักษ์ทรัพย์เด็ดขาดและพิพากษาให้จำเลยเป็นบุคคลล้มละลาย ปรากฏว่าผู้ร้องยังค้างค่าหุ้นบริษัทจำเลยเป็นเงิน ๑๕๐,๐๐๐ บาท เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ได้มีหนังสือแจ้งให้ผู้ร้องชำระเงินจำนวนดังกล่าว ผู้ร้องปฏิเสธ เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์สอบสวนแล้วเห็นว่าผู้ร้องเป็นหนี้อยู่จริงจึงแจ้งยืนยันหนี้ไปยังผู้ร้องให้ชำระเงิน ๑๕๐,๐๐๐ บาท พร้อมดอกเบี้ย
ผู้ร้องยื่นคำร้องคัดค้านว่าไม่ได้เป็นหนี้เพราะได้โอนหุ้นให้นายธวัชชัยไปแล้วจึงไม่ต้องรับผิดชำระค่าหุ้นอีกขอให้ศาลมีคำสั่งยกเลิกคำสั่งของเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์
เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์โต้แย้งว่า ผู้ร้องยังไม่ได้ชำระเงินค่าหุ้นที่ค้างให้แก่บริษัทจำเลย ทั้งไม่มีการจดแจ้งการโอนหุ้นไว้ในสมุดทะเบียนผู้ถือหุ้นของบริษัทจำเลย การโอนหุ้นดังกล่าวจึงใช้ยันบุคคลภายนอกไม่ได้
ศาลชั้นต้นมีคำสั่งให้จำหน่ายชื่อผู้ร้องออกจากบัญชีลูกหนี้
เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์อุทธรณ์
ศาลอุทธรณ์พิพากษากลับ ให้ผู้ร้องชำระเงินจำนวน ๑๕๐,๐๐๐ บาท พร้อมดอกเบี้ย
ผู้ร้องฎีกา
ศาลฎีกาวินิจฉัยว่าเงื่อนไขตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์มาตรา ๑๑๒๙ วรรคท้ายได้บัญญัติไว้ชัดแจ้งว่าการโอนหุ้นจะต้องได้จดแจ้งให้ปรากฏหลักฐานการโอนทั้งชื่อและที่อยู่ของผู้รับโอนลงในทะเบียนผู้ถือหุ้นเสียก่อนจึงจะนำมาใช้ยันบริษัทหรือบุคคลภายนอกได้ ดังนั้นเมื่อการโอนหุ้นระหว่างผู้ร้องกับนายธวัชชัยยังมิได้จดแจ้งการโอนลงในทะเบียนดังกล่าวผู้ร้องจึงไม่อาจอ้างเหตุผลใด ๆ มาเป็นข้อยกเว้นบทบัญญัติของกฎหมายเพื่อให้ตนเองหลุดพ้นไปจากความรับผิดได้เมื่อศาลมีคำสั่งพิทักษ์ทรัพย์ของบริษัทจำเลยแล้วพระราชบัญญัติล้มละลายพุทธศักราช ๒๔๘๓ มาตรา ๒๒ (๒) ให้อำนาจเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์แต่ผู้เดียวในการเก็บรวบรวมและรับเงินหรือทรัพย์สินซึ่งจะตกได้แก่บริษัทจำเลยหรือซึ่งบริษัทจำเลยมีสิทธิจะได้รับจากผู้อื่นฉะนั้นเมื่อผู้ร้องต้องห้ามมิให้ยกการโอนหุ้นขึ้นยันบริษัทจำเลยดังกล่าวแล้วผู้ร้องก็ย่อมไม่อาจยกการโอนหุ้นขึ้นยันเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ได้เช่นเดียวกัน
พิพากษายืน.
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 761/2530
นายขจรศักดิ์ อริยะกุล โจทก์
นายชาญชัย ศิริอุทัยกร ผู้ร้อง
บริษัทมหาธนกิจแชร์และเครดิต จำกัด จำเลย
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - นายขจรศักดิ์ อริยะกุล · ผู้ร้อง - นายชาญชัย ศิริอุทัยกร · จำเลย - บริษัทมหาธนกิจแชร์และเครดิต จำกัด |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | สวัสดิ์ รอดเจริญ · ดุสิต วราโห · คำนึง อุไรรัตน์ |
| ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ | ศาลแพ่ง - นายสมาน เวทวินิจ · ศาลอุทธรณ์ - นายประจักษ์ พุทธิสมบัติ |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา