⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 1238/2531

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1238/2531

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การที่เจ้าของจะได้รับงดเว้นภาษีโรงเรือนสำหรับโรงเรือนที่ตนเองอยู่เองนั้น ไม่จำเป็นต้องมีชื่อในทะเบียนบ้าน.

ย่อคำพิพากษา

พระราชบัญญัติภาษีโรงเรือนและที่ดินพุทธศักราช 2475 มาตรา 10 แก้ไขเพิ่มเติม โดยพระราชบัญญัติภาษีโรงเรือนและที่ดินแก้ไขเพิ่มเติม พุทธศักราช 2475 มาตรา 3 ไม่ได้วางหลักเกณฑ์ว่าโรงเรือนที่เจ้าของอยู่เอง เจ้าของจะต้องมีชื่อในทะเบียนด้วยจึงจะได้รับงดเว้นไม่ต้องเสียภาษีโรงเรือนตามกฎหมาย เมื่อข้อเท็จจริงฟังได้ว่า โรงเรือนพิพาทเป็นของโจทก์และโจทก์อยู่เอง แม้โจทก์จะไม่มีชื่อในทะเบียนบ้าน โจทก์ก็ย่อมได้รับงดเว้นไม่ต้องเสียภาษีโรงเรือน จำเลยที่ 1 ในฐานะผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครเข้ามาเกี่ยวข้องกับคดีในฐานะผู้ชี้ขาดคำร้องขอให้พิจารณาการประเมินใหม่ของโจทก์ตามที่กฎหมายบัญญัติไว้ ไม่ปรากฏว่าจำเลยที่ 1แกล้งชี้ขาดและรับชำระภาษีไว้ จำเลยที่ 1 จึงไม่ต้องร่วมกับกรุงเทพมหานครจำเลยที่ 2 คืนภาษีที่จำเลยที่ 2 รับชำระไว้ให้โจทก์

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

พระราชบัญญัติภาษีโรงเรือนและที่ดิน พ.ศ.2475 ม.3 พระราชบัญญัติภาษีโรงเรือนและที่ดิน พ.ศ.2475 ม.10 พระราชบัญญัติภาษีโรงเรือนและที่ดิน พ.ศ.2475 ม.25 พระราชบัญญัติภาษีโรงเรือนและที่ดิน พ.ศ.2475 ม.39 พระราชบัญญัติภาษีโรงเรือนและที่ดิน แก้ไขเพิ่มเติม พ.ศ.2475 ม.3

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า โจทก์มีภูมิลำเนาตามทะเบียนบ้านที่อำเภอตะพานหิน จังหวัดพิจิตร จึงไม่อาจมีภูมิลำเนาในทะเบียนบ้านเลขที่ ๑๙/๑๒ ซอยอารี ๔ ถนนพหลโยธิน เขตพญาไท กรุงเทพมหานคร ของโจทก์ ซึ่งโจทก์ใช้เป็นที่พักอาศัยขณะที่มาติดต่อการค้าที่กรุงเทพมหานครได้อีกตามกฎหมาย โจทก์จึงให้นางสาวศรีนิตย์ แดงทองดี บุตรโจทก์ ซึ่งเป็นผู้แทนโจทก์ในการอยู่เฝ้ารักษาและศึกษาเล่าเรียนอยู่ในกรุงเทพมหานคร มีชื่อในทะเบียนบ้านหลังนั้น เมื่อวันที่ ๑๕ สิงหาคม ๒๕๒๗ เจ้าพนักงานเก็บภาษีของจำเลยที่ ๒ ได้แจ้งรายการประเมินไปให้โจทก์ชำระภาษีโรงเรือนสำหรับบ้านหลังนั้น ตั้งแต่ปี ๒๕๒๒ ถึงปี ๒๕๒๗ โจทก์เห็นว่าโจทก์ได้รับยกเว้นตามกฎหมายไม่ต้องชำระภาษีโรงเรือนสำหรับบ้านหลังนั้นจึงได้ยื่นคำร้องต่อผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครหรือจำเลยที่ ๑ ขอให้พิจารณาการประเมินนั้นใหม่ ต่อมาจำเลยที่๑ ชี้ขาดให้ยกคำร้องของโจทก์ โจทก์จึงจัดการชำระภาษีโรงเรือนให้พนักงานเจ้าหน้าที่พร้อมด้วยเงินเพิ่มตามกฎหมายขอให้เพิกถอนการประเมินข้างต้น และห้ามมิให้จำเลยทั้งสองแจ้งการประเมินภาษีโรงเรือนไปให้โจทก์ชำระภาษีอีก ตั้งแต่ปี ๒๕๒๘ เป็นต้นไป กับให้จำเลยทั้งสองร่วมกันคืนเงิน ๑๐,๔๒๒.๕๐ บาทแก่โจทก์ด้วย จำเลยทั้งสองให้การว่า โจทก์มิได้ใช้โรงเรือนตามฟ้องเป็นที่อยู่อาศัยตามปกติ แต่ใช้เป็นครั้งคราวเมื่อมาติดต่อการค้าที่กรุงเทพมหานครและให้บุตรอยู่อาศัยเพื่อการศึกษา โจทก์จึงไม่ได้รับยกเว้นภาษีโรงเรือนตามกฎหมาย การประเมินและคำชี้ขาดชอบแล้ว ขอให้ยกฟ้อง ศาลชั้นต้นพิจารณาแล้ว วินิจฉัยว่า โจทก์มีภูมิลำเนาอยู่ที่โรงเรือนพิพาท และอาศัยอยู่ในโรงเรือนพิพาทพร้อมกับนางสาวศรีนิตย์บุตรสาวย่อมถือได้ว่าเจ้าของโรงเรือนอยู่เอง ได้รับยกเว้นไม่ต้องเสียภาษีโรงเรือนตามพระราชบัญญัติภาษีโรงเรือนและที่ดิน มาตรา ๑๐ จำเลยต้องคืนเงินค่าภาษีและเงินเพิ่มให้แก่โจทก์ พิพากษาให้เพิกถอนรายการประเมินภาษีโรงเรือนตามใบแจ้งการประเมิน ตั้งแต่ปี พ.ศ. ๒๕๒๒ ถึงปีพ.ศ. ๒๕๒๗ กับให้จำเลยทั้งสองร่วมกันคืนเงินภาษีและเงินเพิ่ม๑๐,๔๒๒.๕๐ บาทแก่โจทก์ คำขอของโจทก์นอกจากนี้ให้ยก จำเลยทั้งสองอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิจารณาแล้วฟังว่า โจทก์มีภูมิลำเนาอยู่ในโรงเรือนพิพาทและอยู่ในโรงเรือนพิพาทเอง โจทก์ได้รับประโยชน์ตามมาตรา ๑๐ แห่งพระราชบัญญัติภาษีโรงเรือนและที่ดินพุทธศักราช ๒๔๗๕ ซึ่งแก้ไขแล้ว พิพากษายืน จำเลยทั้งสองฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า คดีมีปัญหาขึ้นมาสู่การพิจารณาของศาลฎีกาว่าโจทก์มีชื่อในทะเบียนบ้านเลขที่ ๓๑ - ๓๕ ตำบลตะพานหิน อำเภอตะพานหิน จังหวัดพิจิตร แม้โจทก์จะเป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์โรงเรือนพิพาท โจทก์ก็ไม่มีชื่อในทะเบียนบ้านหลังนั้นโจทก์จึงไม่ได้รับยกเว้นไม่ต้องเสียภาษีตามพระราชบัญญัติภาษีโรงเรือนและที่ดิน พุทธศักราช ๒๔๗๕ มาตรา ๑๐ ที่แก้ไขแล้วนั้น ศาลฎีกาพิเคราะห์แล้ว พระราชบัญญัติภาษีโรงเรือนและที่ดิน พุทธศักราช ๒๔๗๕ มาตรา ๑๐ แก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติภาษีโรงเรือนและที่ดินแก้ไขเพิ่มเติม พุทธศักราช ๒๔๗๕มาตรา ๓ บัญญัติว่า "โรงเรือนและสิ่งปลูกสร้างอย่างอื่น ๆ ซึ่งเจ้าของอยู่เอง หรือให้ผู้แทนอยู่เฝ้ารักษาและซึ่งมิได้ใช้เป็นที่ไว้สินค้าหรือประกอบการอุตสาหกรรม ท่านให้งดเว้นจากบทบัญญัติแห่งภาคนี้ ตั้งแต่ พ.ศ. ๒๔๗๕ เป็นต้นไป" ตามบทบัญญัติของกฎหมายที่กล่าวนี้ ไม่ได้วางหลักเกณฑ์ว่าโรงเรือนที่เจ้าของอยู่เอง เจ้าของจะต้องมีชื่อในทะเบียนบ้านด้วยจึงจะได้รับงดเว้นไม่ต้องเสียภาษีโรงเรือนตามกฎหมาย เมื่อข้อเท็จจริงฟังยุติตามคำพิพากษาของศาลล่างทั้งสองว่า โรงเรือนพิพาทเป็นของโจทก์และโจทก์อยู่เองแม้โจทก์จะไม่มีชื่อในทะเบียนบ้าน โจทก์ก็ย่อมได้รับงดเว้นไม่ต้องเสียภาษีโรงเรือนตามบทบัญญัติของกฎหมายข้างต้น จำเลยทั้งสองฎีกาว่า จำเลยที่ ๑ ในฐานะผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครต้องร่วมรับผิดกับจำเลยที่ ๒ คืนเงินให้โจทก์ด้วยหรือไม่ ศาลฎีกาเห็นว่าจำเลยที่ ๑ เข้ามาเกี่ยวข้องกับคดีนี้ในฐานะผู้ชี้ขาดคำร้องขอให้พิจารณาการประเมินใหม่ของโจทก์ตามที่กฎหมายบัญญัติไว้เท่านั้น ไม่ปรากฏว่า จำเลยที่ ๑ แกล้งชี้ขาดและรับชำระภาษีในคดีนี้ไว้แต่ประการใด จึงไม่มีเหตุที่จะให้จำเลยที่ ๑ ร่วมกับจำเลยที่ ๒ คืนภาษีที่จำเลยที่ ๒ รับชำระไว้ให้โจทก์ ที่ศาลล่างทั้งสองพิพากษาให้จำเลยที่ ๑ ร่วมรับผิดกับจำเลยที่ ๒ คืนเงินค่าภาษีให้โจทก์ ศาลฎีกาไม่เห็นพ้องด้วย พิพากษาแก้เป็นว่า ฟ้องโจทก์สำหรับคดีเฉพาะตัวจำเลยที่๑ ในส่วนที่ให้จำเลยที่ ๑ ร่วมรับผิดกับจำเลยที่ ๒ คืนเงินค่าภาษีให้โจทก์นั้น ให้ยกนอกจากที่แก้คงให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์. ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1238/2531 นางลำดวน แดงทองดี โจทก์ นายอาษา เมฆสวรรค์ กับพวก จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นางลำดวน แดงทองดี · จำเลย - นายอาษา เมฆสวรรค์ กับพวก
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)เดชา สุวรรณโณ · วิฑูรย์ ตั้งตรงจิตต์ · ประวิทย์ ขัมภรัตน์
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลแพ่ง - นายสุนทร สิทธิเวชวิจิตร · ศาลอุทธรณ์ - นายบุญส่ง วรรณกลาง
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 5620/2536ฎีกา 4051/2524ฎีกา 2592/2529ฎีกา 1698/2518ฎีกา 860/2520ฎีกา 2289/2536ฎีกา 689/2550ฎีกา 658/2545ฎีกา 2841/2553ฎีกา 3820/2534ฎีกา 5430/2557ฎีกา 4774/2533ฎีกา 941/2538ฎีกา 6708/2540ฎีกา 3616/2554ฎีกา 705/2531ฎีกา 1925/2546ฎีกา 1288/2530ฎีกา 1936/2548ฎีกา 4230/2555ฎีกา 4069/2545ฎีกา 1481/2513ฎีกา 3029/2525ฎีกา 562/2532
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา