⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 4005/2528

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4005/2528

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การใช้โรงเรือนเพื่อประกอบกิจการค้า ผลิต ซื้อ ขาย หรือเพื่อการอื่นใดที่มิใช่การที่เจ้าของหรือผู้แทนของเจ้าของอยู่เฝ้ารักษา ถือเป็นการใช้โรงเรือนเพื่อการพาณิชย์ที่ต้องเสียภาษีโรงเรือนและที่ดิน

ย่อคำพิพากษา

โจทก์จดทะเบียนเป็นบริษัทจำกัด มีวัตถุประสงค์ประกอบกิจการค้า ผลิต ซื้อ ขายซีเมนต์ โจทก์เป็นเจ้าของโรงเรือนพิพาท การที่โจทก์ใช้โรงเรือนพิพาทบางหลัง เป็นที่ทำงานฝ่ายบริหารติดต่อกับลูกค้ารายใหญ่และทำนิติกรรมสัญญา บางหลังเป็นห้องรับประทานอาหารของพนักงานของโจทก์บางหลังเป็นที่ติดตั้งเครื่องทำความเย็น และบางหลังเป็นโรงจอดรถของพนักงานของโจทก์นั้น ถือไม่ได้ว่าโจทก์อยู่เองหรือให้ผู้แทนอยู่ เฝ้ารักษาดังที่บัญญัติไว้ในมาตรา 10 แห่งพระราชบัญญัติภาษีโรงเรือนและที่ดิน พ.ศ. 2475 ซึ่งได้แก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติภาษีโรงเรือนและที่ดินแก้ไขเพิ่มเติมพ.ศ. 2475 มาตรา 3 โจทก์จึงมิได้รับงดเว้นการเสียภาษีโรงเรือนตามมาตรา 10 แห่งพระราชบัญญัติดังกล่าว (ประชุมใหญ่ครั้งที่ 8/2528)

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

พระราชบัญญัติภาษีโรงเรือนและที่ดิน พ.ศ.2475 ม.10

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า โจทก์เป็นเจ้าของอาคารได้ยื่นแบบแจ้งรายการเพื่อเสียภาษีโรงเรือนและที่ดินประจำปีภาษี พ.ศ. 2523 ต่อเจ้าพนักงานของจำเลยที่ 1 สำหรับอาคาร 5 หลัง โดยของดเว้นภาษีในรายการที่โจทก์ใช้อาคารเป็นสำนักงานฝ่ายบริหารและติดต่อธุรกิจของโจทก์เอง อาคารที่ใช้เป็นห้องรับประทานอาหารสำหรับพนักงานของโจทก์เอง ที่ใช้ติดตั้งเครื่องทำความเย็นสำหรับอาคารต่าง ๆ ของโจทก์ และที่ใช้เป็นโรงรถสำหรับพนักงานของโจทก์ เจ้าพนักงานประเมินของจำเลยที่ 1 แจ้งให้โจทก์เสียภาษีทุกรายการโดยไม่งดเว้น โจทก์ได้นำเงินไปชำระแก่จำเลยที่ 1 แล้วจำนวน 295,622.29 บาท โจทก์ได้ยื่นคำร้องต่อจำเลยที่ 2 ขอให้พิจารณาการประเมินใหม่โดยของดเว้นบางรายการที่กล่าวข้างต้น แต่จำเลยที่ 2 มีคำสั่งยืนตามเดิมไม่เปลี่ยนแปลง การประเมินและคำชี้ขาดดังกล่าวไม่ชอบเพราะโจทก์ใช้อยู่เองจึงได้รับงดเว้นภาษี จำเลยทั้งสองจะต้องคืนเงินที่ชำระเกินไปให้แก่โจทก์171,040.96 บาท พร้อมกับดอกเบี้ยถึงวันฟ้องอีก 25,149.47 บาท ขอให้เพิกถอนการประเมินเรียกเก็บภาษีโรงเรือนของเจ้าพนักงานของจำเลยที่ 1 กับเพิกถอนใบแจ้งคำชี้ขาดคำร้องขอพิจารณาการประเมินภาษีโรงเรือนของจำเลยที่ 2 กับให้จำเลยทั้งสองคืนเงินตามฟ้องให้แก่โจทก์ จำเลยทั้งสองให้การว่า โจทก์ใช้โรงเรือนตามฟ้องเป็นสถานที่ดำเนินการประกอบอุตสาหกรรมและประกอบกิจการค้าตามวัตถุประสงค์ของโจทก์ มิใช่โรงเรือนที่เจ้าของอยู่เองหรือให้ผู้แทนอยู่เฝ้ารักษา การใช้โรงเรือนของโจทก์จึงไม่เข้าข้อยกเว้นที่จะได้รับการงดเว้นภาษีโรงเรือน การประเมินทุกรายการของเจ้าหน้าที่ จำเลยที่ 1 และการวินิจฉัยชี้ขาดของจำเลยที่ 2 จึงชอบด้วยกฎหมาย ขอให้ยกฟ้อง ศาลชั้นต้นวินิจฉัยว่า โรงเรือนของโจทก์ใช้ประกอบอุตสาหกรรมการแจ้งการประเมินและคำชี้ขาดของจำเลยทั้งสองชอบแล้ว พิพากษายกฟ้อง โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษากลับ ให้เพิกถอนการประเมินภาษีโรงเรือนของจำเลยที่ 1 ตามแบบแจ้งการประเมินลงวันที่ 23 มิถุนายน 2523เฉพาะที่เกี่ยวกับอาคารโรงเรือนที่พิพาทในคดีนี้ ให้เพิกถอนใบแจ้งคำชี้ขาดของจำเลยที่ 2 ลงวันที่ 13 กรกฎาคม 2524 เฉพาะที่เกี่ยวกับอาคารโรงเรือนที่พิพาทในคดีนี้ กับให้จำเลยที่ 1 คืนเงิน 171,040.96 บาทแก่โจทก์ จำเลยทั้งสองฎีกาว่า โจทก์ไม่ได้เข้าอยู่ในอาคารพิพาทเองตามเจตนารมณ์และความหมายของมาตรา 10 แห่งพระราชบัญญัติภาษีโรงเรือนและที่ดิน พ.ศ. 2475 ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติภาษีโรงเรือนและที่ดินแก้ไขเพิ่มเติม พ.ศ. 2475 มาตรา 3 ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า โจทก์จดทะเบียนเป็นบริษัทจำกัดมีวัตถุประสงค์ประกอบกิจการค้า ผลิต ซื้อ ขายซีเมนต์ โจทก์เป็นเจ้าของโรงเรือนพิพาทโจทก์ใช้โรงเรือนพิพาทบางหลังเป็นที่ทำงานฝ่ายบริหารติดต่อกับลูกค้ารายใหญ่และทำนิติกรรมสัญญา บางหลังเป็นห้องรับประทานอาหารของพนักงานของโจทก์ บางหลังเป็นที่ติดตั้งเครื่องทำความเย็นสำหรับอาคารต่าง ๆ ของโจทก์ บางหลังเป็นโรงจอดรถของพนักงานของโจทก์ เจ้าพนักงานประเมินของจำเลยที่ 1 ได้แจ้งรายการประเมินให้โจทก์เสียภาษีโรงเรือนสำหรับโรงเรือนพิพาททั้ง 4 รายการพร้อมกับโรงเรือนที่โจทก์ให้ผู้อื่นใช้หรือเช่าสำหรับ พ.ศ. 2523 รวม 285,622.29 บาท ตามเอกสารหมาย จ.16 โจทก์ยื่นคำร้อง ขอให้พิจารณาใหม่ จำเลยที่ 2 พิจารณาแล้วมีคำสั่งยืนตามแบบแจ้งการประเมินโจทก์จึงชำระภาษีโรงเรือนจำนวนดังกล่าวแก่จำเลยที่ 1 ไปเมื่อวันที่ 12 กันยายน 2523 เฉพาะโรงเรือนรายพิพาท 4 รายการที่โจทก์ถือว่าได้รับงดเว้นภาษีโรงเรือนเป็นเงิน 171,040.96 บาท คดีมีปัญหาว่าโรงเรือนพิพาทของโจทก์ได้รับงดเว้นการเสียภาษีโรงเรือนหรือไม่ ศาลฎีกาโดยมติที่ประชุมใหญ่เห็นว่า การที่โจทก์ใช้โรงเรือนพิพาทบางหลังเป็นที่ทำงานฝ่ายบริหารติดต่อกับลูกค้ารายใหญ่และทำนิติกรรมสัญญา บางหลังเป็นห้องรับประทานอาหารของพนักงานของโจทก์ บางหลังเป็นที่ติดตั้งเครื่องทำความเย็น และบางหลังเป็นโรงจอดรถของพนักงานของโจทก์นั้น ถือไม่ได้ว่าโจทก์อยู่เองหรือให้ผู้แทนอยู่เฝ้ารักษาดังที่บัญญัติไว้ในมาตรา 10 แห่งพระราชบัญญัติภาษีโรงเรือนและที่ดิน พุทธศักราช 2475 ซึ่งได้แก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติภาษีโรงเรือนและที่ดิน แก้ไขเพิ่มเติม พุทธศักราช 2475 มาตรา 3 โจทก์จึงมิได้รับงดเว้นการเสียภาษีโรงเรือนตามมาตรา 10 แห่งพระราชบัญญัติดังกล่าว พิพากษากลับ ให้ยกฟ้อง ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4005/2528 บริษัทปูนซีเมนต์ไทย จำกัด โจทก์ กรุงเทพมหานคร กับพวก จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - บริษัทปูนซีเมนต์ไทย จำกัด · จำเลย - กรุงเทพมหานคร กับพวก
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)ดำริ ศุภพิโรจน์ · อำนวย อินทุภูติ · สมศักดิ์ เกิดลาภผล
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 2592/2529ฎีกา 1698/2518ฎีกา 860/2520ฎีกา 689/2550ฎีกา 4069/2545ฎีกา 1481/2513ฎีกา 3029/2525ฎีกา 23/2527ฎีกา 845/2483ฎีกา 335/2529ฎีกา 1553/2549ฎีกา 321/2518ฎีกา 3043/2522ฎีกา 1238/2531ฎีกา 6408/2534ฎีกา 10305/2550ฎีกา 7583/2538ฎีกา 3540/2528ฎีกา 2861/2519ฎีกา 3749/2553ฎีกา 337/2531ฎีกา 660/2520ฎีกา 8483/2557ฎีกา 1410/2549
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา