⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 2861/2519

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2861/2519

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
โรงเรือนที่เจ้าของใช้อยู่เองหรือให้ผู้แทนอยู่รักษาและมิได้ใช้เป็นที่ไว้สินค้าหรือประกอบอุตสาหกรรมเท่านั้นที่ได้รับยกเว้นภาษีโรงเรือน การใช้โรงเรือนเป็นที่ดำเนินธุรกิจการค้า แม้เจ้าของจะอยู่เองหรือไม่ก็ตาม ย่อมต้องเสียภาษีโรงเรือน

ย่อคำพิพากษา

ตามพระราชบัญญัติภาษีโรงเรือนและที่ดิน พุทธศักราช 2475 มาตรา 10ซึ่งได้แก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติภาษีโรงเรือนและที่ดินแก้ไขเพิ่มเติมพุทธศักราช 2475 มาตรา 3 โรงเรือนและสิ่งปลูกสร้างอย่างอื่น ๆ ที่กฎหมายให้งดเว้นไม่ต้องเสียภาษีโรงเรือน ตามบทบัญญัติแห่งภาค 1 ของพระราชบัญญัติดังกล่าว ได้แก่โรงเรือนและสิ่งปลูกสร้างซึ่งเจ้าของอยู่เองหรือให้ผู้แทนอยู่รักษาและมิได้ใช้เป็นที่ไว้สินค้าหรือประกอบอุตสาหกรรม โรงเรือนหรือสิ่งปลูกสร้างซึ่งเจ้าของอยู่และใช้เป็นร้านค้า หรือสถานที่ประกอบการค้าด้วย หาได้รับงดเว้นจากการที่จะต้องเสียภาษีโรงเรือนไม่ ดังนี้ เมื่อโจทก์เป็นบริษัทจำกัดมีวัตถุประสงค์ในการประกอบการค้าน้ำมันและผลิตภณฑ์ปิโตรเลี่ยมต่างๆโดบใช้ตึกพิพาททั้งหมด เป็นสถานที่บริหารงานและติดต่อธุรกิจการค้า แม้โจทก์จะเก็บสินค้าน้ำมันและตั้งโรงกลั่นน้ำมันอยู่ที่อื่น การบริหารงานอันเป็นส่วนสำคัญหรือหัวใจของการค้าน้ำมันของโจทก์ย่อมอยู่ที่ตึกพิพาทได้ชื่อว่าโจทก์ใช้ตึกพิพาทเป็นที่ดำเนินธุรกิจการค้า เมื่อโจทก์ใช้ตึกพิพาทประกอบธุรกิจการค้าแล้วโจทก์จะอยู่เองหรือไม่ ก็ไม่ทำให้โจทก์ได้รับการงดเว้นที่จะไม่ต้องเสียภาษีโรงเรือนตามบทกฎหมายข้างต้น (อ้างคำพิพากษาฎีกาที่ 658/2489)

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.69 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.71 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.1111 พระราชบัญญัติภาษีโรงเรือนและที่ดิน พ.ศ.2475 ม.3 พระราชบัญญัติภาษีโรงเรือนและที่ดิน พ.ศ.2475 ม.10

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า โจทก์เป็นบริษัทจำกัดมีวัตถุประสงค์ในการประกอบการค้าน้ำมันและผลิตภัณฑ์ปิโตรเลี่ยมต่าง ๆ โจทก์สร้างโรงเรือนของโจทก์เป็นตึก 12 ชั้นใช้เป็นที่อยู่เองรวม 7 ชั้น โดยมิได้ใช้เป็นที่ไว้สินค้าหรือประกอบการอุตสาหกรรมโจทก์ได้ยื่นแบบแจ้งรายการเพื่อเสียภาษีโรงเรือนและที่ดินประจำปี พ.ศ. 2516ต่อจำเลยที่ 3 จำเลยที่ 3 ได้มีใบแจ้งรายการประเมินกำหนดค่ารายปีและค่าภาษีที่โจทก์ต้องเสียเป็นเงิน 152,400 บาท 31 สตางค์ โจทก์ไม่พอใจจึงได้ยื่นคำร้องต่อจำเลยที่ 2 ขอให้พิจารณาการประเมินนั้นใหม่ จำเลยที่ 2 ได้ชี้ขาดโดยให้ยื่นการประเมินตามที่พนักงานเจ้าหน้าที่ประเมินไว้เดิม โจทก์เห็นว่าคำชี้ขาดดังกล่าวไม่ถูกต้องเพราะได้กระทำโดยฝ่าฝืนบทบัญญัติของพระราชบัญญัติภาษีโรงเรือนและที่ดิน มาตรา 10 เพราะทั้ง 7 ชั้นดังกล่าวเป็นชั้นที่โจทก์อยู่เองและมิได้ใช้เป็นที่ไว้สินค้าหรือประกอบอุตสาหกรรมแต่อย่างใด โจทก์จึงได้รับงดเว้นจากการเสียภาษีโรงเรือนและที่ดินในชั้นดังกล่าวทั้ง 7 ชั้นเป็นจำนวนเงิน126,187 บาท 81 สตางค์ ขอให้เพิกถอนคำชี้ขาดของจำเลยที่ 2 และยกเลิกใบแจ้งประเมินของจำเลยที่ 3 เฉพาะรายการที่ 1, 5, 6, 7, 8 และ 9 ที่ให้โจทก์เสียภาษีโรงเรือนและที่ดินแก่จำเลยที่ 1 ให้จำเลยที่ 1 คืนเงินภาษีพร้อมด้วยดอกเบี้ยรวมทั้งสิ้น 130,387 บาท 81 สตางค์แก่โจทก์พร้อมด้วยดอกเบี้ยอัตราร้อยละ 7 ครึ่งต่อปีของต้นเงิน 126,187 บาท 81 สตางค์ นับแต่วันฟ้องจนกว่าจะชำระเสร็จ จำเลยทั้งสามให้การว่า การประเมินภาษีโรงเรือนและที่ดินของจำเลยที่ 3และคำชี้ขาดของจำเลยที่ 2 เป็นไปโดยชอบด้วยกฎหมาย เพราะโจทก์ใช้อาคารจำนวน 7 ชั้น รวมชั้นใต้ดินเป็นสำนักงานหรือสถานที่ดำเนินกิจการค้าของโจทก์โจทก์ไม่ได้ใช้เป็นที่อยู่เองตามที่กล่าวอ้าง ไม่เข้าข้อยกเว้นตามมาตรา 10 แห่งพระราชบัญญัติภาษีโรงเรือนและที่ดิน พ.ศ. 2475 ที่แก้ไขเพิ่มเติม ศาลชั้นต้นเห็นว่า การประเมินภาษีของจำเลยที่ 3 และคำชี้ขาดของจำเลยที่ 2 ชอบด้วยกฎหมาย จำเลยที่ 1 ไม่ต้องคืนเงินภาษีโรงเรือนให้โจทก์พิพากษายกฟ้อง โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ตามพระราชบัญญัติภาษีโรงเรือนและที่ดินพุทธศักราช 2475 มาตรา 10 ซึ่งได้แก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติภาษีโรงเรือนและที่ดินแก้ไขเพิ่มเติม พุทธศักราช 2475 มาตรา 3 โรงเรือนและสิ่งปลูกสร้างอย่างอื่น ๆ ที่กฎหมายให้งดเว้นไม่ต้องเสียภาษีโรงเรือนตามบทบัญญัติแห่งภาค 1 ของพระราชบัญญัติดังกล่าว ได้แก่โรงเรือนและสิ่งปลูกสร้างซึ่งเจ้าของอยู่เองหรือให้ผู้แทนอยู่รักษา และมิได้ใช้เป็นที่ไว้สินค้าหรือประกอบอุตสาหกรรมโรงเรือนหรือสิ่งปลูกสร้างซึ่งเจ้าของอยู่เองและใช้เป็นร้านค้าหรือสถานที่ประกอบการค้าด้วยหาได้รับการงดเว้นจากการที่จะต้องเสียภาษีโรงเรือนไม่(คำพิพากษาฎีกาที่ 658/2489 ระหว่างนายสุภักษร วิริยาพร โจทก์ นายเสรีเลขะกุล จำเลย) โจทก์เป็นบริษัท จำกัด มีวัตถุประสงค์ในการประกอบการค้าน้ำมัน และผลิตภัณฑ์ปิโตรเลี่ยมต่าง ๆ โดยใช้ตึกพิพาททั้งหมดเป็นสถานที่บริหารงานและติดต่อธุรกิจการค้า ฉะนั้น แม้โจทก์จะเก็บสินค้าน้ำมันและตั้งโรงกลั่นน้ำมันอยู่ที่อื่น การบริหารงานอันเป็นส่วนสำคัญหรือหัวใจของการค้าน้ำมันของโจทก์ย่อมอยู่ที่ตึกพิพาทได้ชื่อว่าโจทก์ใช้ตึกพิพาทเป็นที่ดำเนินธุรกิจการค้า เมื่อโจทก์ใช้ตึกพิพาทประกอบธุรกิจการค้าแล้ว โจทก์จะอยู่เองหรือไม่ก็ไม่ทำให้โจทก์ได้รับการงดเว้นที่จะไม่ต้องเสียภาษีโรงเรือนตามบทกฎหมายข้างต้นฎีกาโจทก์ฟังไม่ขึ้น พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2861/2519 บริษัทเอสโซ่แสตนดาร์ดฯ โจทก์ กรุงเทพมหานคร กับพวก จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - บริษัทเอสโซ่แสตนดาร์ดฯ · จำเลย - กรุงเทพมหานคร กับพวก
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)จันทร์ ระรวยทรง · แผ้ว ศิวะบวร · พยนต์ ยาวะประภาษ
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 681/2506ฎีกา 990/2514ฎีกา 702/2517ฎีกา 2592/2529ฎีกา 2766/2528ฎีกา 1511/2520ฎีกา 1463-1464/2518ฎีกา 484/2507ฎีกา 3834/2526ฎีกา 13140/2556ฎีกา 4117/2566ฎีกา 588/2514ฎีกา 1121/2533ฎีกา 6459/2546ฎีกา 2885/2532ฎีกา 156/2513ฎีกา 2837/2522ฎีกา 3352/2529ฎีกา 279/2513ฎีกา 1698/2518ฎีกา 3056/2526ฎีกา 860/2520ฎีกา 2229/2521ฎีกา 1361/2527
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา