⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 1386/2531

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1386/2531

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
สำเนาเอกสารราชการที่เจ้าพนักงานผู้รับผิดชอบรับรองความมีอยู่และความถูกต้อง สามารถรับฟังเป็นพยานหลักฐานได้ แม้จะไม่มีต้นฉบับ

ย่อคำพิพากษา

การที่จำเลยไม่อาจนำต้นฉบับเอกสารของทางราชการมาแสดง แต่มีสำเนาเอกสารซึ่งเจ้าพนักงานผู้รับผิดชอบมาเบิกความรับรองความมีอยู่และถูกต้องของเอกสารดังกล่าว จึงเพียงพอที่จะรับฟังเป็นหลักฐานให้เชื่อได้ว่าเจ้ามรดกได้จดทะเบียนรับจำเลยเป็นบุตรบุญธรรมจริง.(ที่มา-ส่งเสริม)

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.93

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่าโจทก์เป็นหลานของ พ. เจ้ามรดก ส่วนจำเลยเป็นเหลนจำเลยได้ยื่นคำขอโอนที่ดินมีโฉนดทรัพย์มรดกจำนวน 3 แปลงเป็นของจำเลย โดยอ้างว่าจำเลยเป็นบุตรบุญธรรมตามทะเบียนการรับบุตรบุญธรรมเลขทะเบียนที่ 4/60 ลงวันที่ 21 กรกฎาคม 2503 อันไม่เป็นความจริง เจ้ามรดกไม่เคยจดทะเบียนรับจำเลยเป็นบุตรบุญธรรมทั้งภริยาจำเลยไม่ให้ความยินยอม จำเลยไม่มีสิทธิรับมรดกที่ดินมรดกทั้ง 3 แปลงจึงตกได้แก่โจทก์ทั้งสิ้น ขอให้พิพากษาว่าทะเบียนการรับบุตรบุญธรรมดังกล่าวเป็นโมฆะ โจทก์ทั้งสิบเป็นทายาทของ พ. เจ้ามรดก มีสิทธิได้รับมรดกตามส่วน จำเลยให้การว่า โจทก์ทั้งหมดไม่ใช่ทายาทของเจ้ามรดก บัญชีเครือญาติตามฟ้องไม่ถูกต้อง โจทก์ทั้งสิบไม่ใช่บุตรโดยชอบด้วยกฎหมายของบิดามารดาจึงไม่มีสิทธิได้รับมรดกแทนที่ จำเลยเป็นบุตรบุญธรรมโดยชอบด้วยกฎหมายของเจ้ามรดกและจดทะเบียนรับบุตรบุญธรรมก่อนจำเลยสมรส ขอให้ยกฟ้อง ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยเป็นบุตรบุญธรรมของเจ้ามรดก ย่อมตัดโจทก์ทั้งสิบซึ่งเป็นทายาทลำดับอื่น ให้ยกฟ้อง โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า 'คดีคงมีปัญหาตามที่คู่กรณีโต้เถียงกันประเด็นเดียวว่านางสาวพูน ศรีอำพันธ์ เจ้ามรดก ได้จดทะเบียนรับจำเลยเป็นบุตรบุญธรรมหรือไม่โจทก์ฎีกาโต้แย้งอ้างเหตุผลทำนองเดียวกับที่ได้ว่ากันมาแล้วในชั้นอุทธรณ์ซึ่งสรุปแล้วโจทก์เห็นว่า เอกสารอันเป็นหลักฐานแสดงการจดทะเบียนรับจำเลยเป็นบุตรบุญธรรมของเจ้ามรดกนั้น มีข้อพิรุธบกพร่องอยู่หลายประการไม่น่าเชื่อ ศาลฎีกาพิจารณาประเด็นโต้เถียงดังกล่าว เห็นว่า พยานหลักฐานฝ่ายจำเลยนอกจากจะมีเอกสารทางราชการมาแสดงแล้วจำเลยยังมีพยานบุคคลซึ่งเป็นพนักงานเจ้าหน้าที่ เช่น นางอารีศรีชุ่มสิน นายวิจิตร เวชรังษี และร้อยเอกจรัญ ศิริวุฒิ มาเบิกความสนับสนุนให้น่าเชื่อว่าได้มีการจดทะเบียนรับจำเลยเป็นบุตรบุญธรรมของเจ้ามรดกจริง และการที่ไม่ปรากฏต้นฉบับเอกสารเกี่ยวกับการจดทะเบียนดังกล่าว ณ ที่ว่าการเขตมีนบุรี จนจำเลยต้องไปขอสำเนาจากสำนักทะเบียนกลาง กระทรวงมหาดไทย มาแสดงต่อศาลก็ไม่ปรากฏเหตุผลที่จะฟังว่าเป็นพิรุธ ทั้งจำเลยยังมีนายชวลิตร จิตรมั่น ซึ่งเป็นเจ้าหน้าที่ผู้รับผิดชอบอยู่ในสำนักงานแห่งนี้มาเบิกความเป็นพยานรับรองถึงความมีอยู่และถูกต้องของเอกสาร ทั้งการที่ศาลยอมรับฟังสำเนาเอกสารดังกล่าวก็หาได้ขัดต่อมาตรา 93 (2) แห่งประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งไม่ ดังจะเห็นได้จากข้อความในตัวบทนั้นเองที่บัญญัติว่าแม้ไม่มีต้นฉบับมาแสดง ศาลจะอนุญาตให้นำสำเนาหรือพยานบุคคลมาสืบก็ได้ แสดงว่ากฎหมายเปิดช่องไว้อย่างกว้างขวางเพื่อให้โอกาสคู่ความในการนำสืบเพื่อพิสูจน์ความจริง ดังนั้นการที่จำเลยไม่อาจนำต้นฉบับเอกสารมาแสดงแต่ก็มีสำเนาซึ่งเจ้าพนักงานผู้รับผิดชอบมาเบิกความรับรองความมีอยู่และถูกต้องของเอกสารดังกล่าว เช่นนี้จึงเพียงพอที่จะรับฟังเป็นหลักฐานให้เชื่อได้ว่าเจ้ามรดกได้จดทะเบียนรับจำเลยเป็นบุตรบุญธรรมจริง ที่ศาลล่างทั้งสองวินิจฉัยมานั้นชอบแล้ว ฎีกาโจทก์ทั้งสิบฟังไม่ขึ้น' พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1386/2531 ร้อยโท พลี ภูมิมินทร์ กับพวก โจทก์ นาย สำราญ ศรีอำพันธ์ จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - ร้อยโท พลี ภูมิมินทร์ กับพวก · จำเลย - นาย สำราญ ศรีอำพันธ์
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)สวัสดิ์ รอดเจริญ · ส่อง สุขะปุณณพันธ์ · เดชา สุวรรณโณ
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 4940/2539ฎีกา 6993-6996/2542ฎีกา 2216/2553ฎีกา 2732/2534ฎีกา 149/2526ฎีกา 254/2520ฎีกา 2423/2550ฎีกา 4861/2543ฎีกา 8222/2540ฎีกา 1896/2492ฎีกา 2295/2543ฎีกา 128/2492ฎีกา 4562/2536ฎีกา 5594/2536ฎีกา 484/2486ฎีกา 659/2539ฎีกา 923/2523ฎีกา 5540/2541ฎีกา 3127/2535ฎีกา 5037/2565ฎีกา 939/2491ฎีกา 2635/2527ฎีกา 3029/2533ฎีกา 3220/2525
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา