⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 1415/2531

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1415/2531

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การกระทำที่แสดงให้เห็นเจตนาฆ่า เช่น การใช้อาวุธมีดปลายแหลมยาว 6 นิ้ว วิ่งไล่แทงผู้เสียหายซ้ำๆ ที่บริเวณหน้าอก แม้ไม่ถูกเพราะผู้เสียหายป้องกันได้ ก็เป็นความผิดฐานพยายามฆ่า

ย่อคำพิพากษา

จำเลยมีปากเสียงกับผู้เสียหาย แล้วจำเลยถือมีดปลายแหลมตัวมีดยาว 6 นิ้ว วิ่งไล่แทงผู้เสียหายเป็นระยะทางประมาณ 100 เมตร เมื่อทันกันและผู้เสียหายล้ม จำเลยจึงแทงผู้เสียหายโดยแรงด้วยมีดที่หน้าอก 2-3 ครั้ง แต่ไม่ถูกเนื่องจากผู้เสียหายใช้กระดานไม้อัดปิดป้องและดันจำเลยออกไป การที่จำเลยใช้มีดปลายแหลมตัวมีดยาวถึง 6 นิ้ว เลือกแทงหน้าอกผู้เสียหายและแทงอย่างซ้ำซ้อนเช่นนี้ แสดงว่าจำเลยมีเจตนาฆ่าผู้เสียหาย เมื่อจำเลยแทงไม่ถูกเพราะผู้เสียหายปิดป้องได้ จำเลยจึงมีความผิดฐานพยายามฆ่าผู้เสียหาย

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายอาญา ม.59 ประมวลกฎหมายอาญา ม.80 ประมวลกฎหมายอาญา ม.288

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยใช้มีดปลายแหลม ๑ เล่มเป็นอาวุธไล่แทงทำร้ายนายวิชัย แซ่ลิ้ม ผู้เสียหาย เป็นเหตุให้ผู้เสียหายล้มลงได้รับอันตรายแก่กายถึงบาดเจ็บ แล้วจำเลยใช้มีดจ้วงแทงที่บริเวณหน้าอกของผู้เสียหายหลายครั้งโดยเจตนาฆ่าแต่ผู้เสียหายเอาไม้กระดานรับกันมีดปลายแหลมที่จำเลยจ้วงแทงได้ทัน ผู้เสียหายจึงไม่ถูกแทงทำร้ายถึงตายสมเจตนาของจำเลย ขอให้ลงโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๒๘๘, ๘๐, ๒๙๕ และริบมีดของกลาง จำเลยให้การปฏิเสธ ศาลชั้นต้นพิจารณาแล้ว พิพากษาว่าจำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๒๙๘ ลงโทษจำคุก ๘ เดือน ริบมีดของกลาง โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา ๒๘๘, ๘๐ ให้จำคุกมีกำหนด ๑๐ ปี นอกจากที่แก้คงให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้นจำเลยฎีกา ศาลฎีกาพิเคราะห์แล้ว ข้อเท็จจริงฟังได้ตามที่โจทก์นำสืบและจำเลยรับในฎีกาว่า ตามวันเวลาเกิดเหตุ จำเลยใช้มีดปลายแหลมตัวมีดยาว ๖ นิ้ว ไล่แทงผู้เสียหาย ปัญหามีว่าจำเลยมีเจตนาทำร้ายร่างกายหรือจะฆ่าผู้เสียหาย โจทก์มีนายวิชัย แซ่ลิ้ม ผู้เสียหาย ยืนยันว่าหลังจากพบและพูดต่อปากต่อคำกับจำเลยเกี่ยวกับนายบุญศิริแล้ว จำเลยเข้าไปในบังกาโลว์ถือมีดของกลางออกมาไล่แทงผู้เสียหายเป็นระยะทางประมาณ ๑๐๐ เมตร จึงหันและใช้มีดนั้นจ้วงแทงแรงพอประมาณที่อกผู้เสียหาย ๒-๓ ครั้ง แต่ไม่ถูกเพราะผู้เสียหายมีกระดานไม้อัดปิดป้องและผลักจำเลยออกไปแล้วลุกหนีพร้อมกับพูดเตือนสติจำเลย จำเลยจึงกลับ โจทก์มีคำให้การชั้นสอบสวนของนายบุญศิริ ดุริยะเสถียร กับนายวิเชียร ขวัญกาง ซึ่งเป็นประจักษ์พยานแต่ไม่ได้ตัวมาเบิกความในชั้นศาล มาประกอบตามเอกสารหมาย จ.๑ และ จ.๒ ตามลำดับ โดยร้อยตำรวจโทณรงค์ ไตรพรหม รับรองความถูกต้องแท้จริงแล้ว ปรากฏว่าพยานทั้งสองต่างยืนยันตรงกันกับผู้เสียหาย จึงทำให้คำเบิกความของผู้เสียหามีน้ำหนักน่าเชื่อ ส่วนจำเลยนำสืบตนเองปากเดียวปฏิเสธลอยและมิได้ซักค้านให้เห็นเป็นอย่างอื่น จึงไม่มีน้ำหนักหักล้างพยานหลักฐานของโจทก์ได้ ที่อ้างในฎีกาว่าจำเลยแทงไม่แรงบ้าง ผู้เสียหายหยุดพูดปรับความเข้าใจกับจำเลยในระยะที่ใกล้พอจะแทงถึงแต่จำเลยไม่แทงบ้าง จึงฟังไม่ขึ้น ข้อเท็จจริงฟังได้เป็นยุติว่าหลังจากต่อปากต่อคำกับผู้เสียหายเกี่ยวกับนายบุญศิริแล้ว จำเลยกลับเข้าไปเอามีดปลายแหลมของกลาง ตัวมีดยาวประมาณ ๖ นิ้วมาไล่แทงผู้เสียหายเป็นระยะทางประมาณ ๑๐๐ เมตร และจ้วงแทงโดยแรงพอประมาณที่หน้าอกผู้เสียหาย ๒-๓ ครั้งขณะผู้เสียหายล้ม แต่ไม่ถูกเพราะผู้เสียหายใช้กระดานไม้อัดปิดป้องและดันจำเลยออกไป จึงหนีเอาตัวรอดได้ ดังนี้ เห็นว่าการที่จำเลยหวนกลับเข้าไปเอามีดในบังกาโลว์ ครั้นผู้เสียหายกับพวกหนี จำเลยก็ยังวิ่งไล่แทงผู้เสียหายอย่างไม่ลดละเป็นระยะทางถึง ๑๐๐ เมตร เมื่อทันกันและผู้เสียหายล้ม จำเลยยังจ้วงแทงผู้เสียหายโดยแรงด้วยมีดของกลางที่หน้าอกอีก ๒-๓ ครั้งนั้นเป็นการแสดงเจตนาร้ายหมายชีวิตผู้เสียหายของจำเลยเป็นสำคัญ ประกอบกับการที่จำเลยใช้มีดปลายแหลมมีตัวมีดยาวถึง ๒ นิ้ว ซึ่งเป็นอาวุธที่สามารถใช้ทำลายชีวิตคนได้ และการที่จำเลยเลือกแทงหน้าอกผู้เสียหายซึ่งภายในมีแต่อวัยวะสำคัญอันจะทำให้ผู้เสียหายถึงแก่ความตายได้ และแทงอย่างซ้ำซ้อนเช่นนั้น ย่อมเป็นเหตุผลบ่งชี้ว่าจำเลยมีเจตนาฆ่าผู้เสียหาย มิใช่เพียงเจตนาทำร้าย เมื่อจำเลยแทงผู้เสียหายไม่ถูกเพราะผู้เสียหายไม่ถูกเพราะผู้เสียหายปิดป้องได้ ผู้เสียหายจึงไม่ตายจำเลยก็มีความผิดเพียงฐานพยายามฆ่าผู้เสียหาย ที่ศาลอุทธรณ์พิพากษามานั้น ชอบแล้วฎีกาจำเลยฟังไม่ขึ้น พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1415/2531 พนักงานอัยการจังหวัดชลบุรี โจทก์ นายสุพิณหรือสุพิน โพธิ์ภัก จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - พนักงานอัยการจังหวัดชลบุรี · จำเลย - นายสุพิณหรือสุพิน โพธิ์ภัก
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)ปชา วรธรรมพินิจ · จุนท์ จันทรวงศ์ · เสียง ตรีวิมล
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลจังหวัดชลบุรี - นายเฉลิมเกียรติ ชาญศิลป์ · ศาลอุทธรณ์ - นายสง่า ผลฉาย
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 1560/2529ฎีกา 1597/2522ฎีกา 2530/2527ฎีกา 180/2554ฎีกา 712/2559ฎีกา 2182/2567ฎีกา 226/2529ฎีกา 1268/2515ฎีกา 1715/2545ฎีกา 1162/2508ฎีกา 729/2483ฎีกา 235/2499ฎีกา 551/2514ฎีกา 3237/2543ฎีกา 530/2483ฎีกา 18654/2555ฎีกา 2292/2540ฎีกา 7601/2540ฎีกา 1082/2511ฎีกา 1165/2537ฎีกา 5957/2530ฎีกา 693/2526ฎีกา 1189/2537ฎีกา 110/2513
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา