⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 1862/2531

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1862/2531

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การกู้ยืมเงินของภริยาโดยลำพัง แม้สามีมิได้ให้ความยินยอม ก็ไม่ทำให้สัญญากู้เป็นโมฆะ หากการกู้ยืมนั้นมิใช่การจัดการสินสมรส.

ย่อคำพิพากษา

จำเลยเป็นหญิงมีสามี สมัครใจทำสัญญากู้ยืมเงินโจทก์ เมื่อไม่ปรากฏว่าสัญญากู้ทำขึ้นเพราะถูกบังคับหรือสำคัญผิดก็ย่อมเป็นสัญญาที่ชอบด้วยกฎหมาย แม้สามีจำเลยไม่ได้ให้ความยินยอมในการกู้เงินก็ไม่ทำให้สัญญากู้ดังกล่าวเป็นสัญญาที่ไม่ชอบด้วยกฎหมาย เพราะการกู้เงินของจำเลยไม่ใช่การจัดการเกี่ยวกับสินสมรสที่จะต้องให้สามีจำเลยยินยอม.

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.1476

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่าจำเลยกู้เงินไปจากโจทก์จำนวน 23,000 บาท ตกลงให้ดอกเบี้ยตามกฎหมาย นับตั้งแต่จำเลยกู้เงินไปจำเลยไม่เคยชำระดอกเบี้ย และเมื่อครบกำหนดชำระเงินต้น จำเลยก็ไม่ได้ชำระขอให้บังคับให้จำเลยใช้เงินจำนวน 23,862.50 บาท กับดอกเบี้ยร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปีในต้นเงิน 23,000 บาทนับแต่วันฟ้องจนกว่าจะชำระเสร็จ จำเลยให้การว่าจำเลยไม่ได้กู้เงินตามฟ้องจำเลยเป็นหญิงมีสามีแต่ในสัญญากู้ไม่ปรากฏว่าสามีจำเลยให้ความยินยอม สัญญากู้ที่โจทก์นำมาฟ้องจึงไม่มีผลบังคับตามกฎหมาย ขอให้ยกฟ้อง ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้อง โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษากลับให้จำเลยใช้เงินจำนวน 23,862.50 บาท พร้อมดอกเบี้ยร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปีในต้นเงิน 23,000 บาท นับแต่วันถัดจากวันฟ้องจนกว่าจะชำระเสร็จ ให้จำเลยใช้ค่าฤชาธรรมเนียมทั้งสองศาลแทนโจทก์โดยกำหนดค่าทนายความ 1,000 บาท จำเลยฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า 'พิเคราะห์แล้วเห็นว่าเมื่อศาลชั้นต้นให้จำเลยลงลายมือชื่อและนามสกุลของจำเลยต่อหน้าศาล จำนวน 5 แผ่นเพื่อส่งไปให้กองพิสูจน์หลักฐานกรมตำรวจทำการเปรียบเทียบกับลายมือชื่อของจำเลยในหนังสือสัญญากู้ตามที่ท้ากัน จำเลยน่าจะเขียนในลักษณะการเขียนหวัดเช่นเดียวกับลายมือชื่อที่ปรากฏในหนังสือสัญญากู้ ไม่น่าจะเขียนแบบตัวบรรจงและประดิษฐ์ตัวอักษรการที่จำเลยเขียนชื่อและนามสกุลแบบตัวบรรจงและประดิษฐ์ตัวอักษรเช่นนี้จึงเป็นพิรุธ แสดงว่าจำเลยประสงค์จะให้แตกต่างไปจากลายมือชื่อในช่องผู้กู้ในหนังสือสัญญากู้ส่วนโจทก์มีตัวโจทก์และนายวิวาดผู้เขียนและพยานในหนังสือสัญญากู้ดังกล่าวเป็นพยาน ต่างเบิกความว่าจำเลยได้ลงลายมือชื่อในช่องผู้กู้จึงรับฟังได้ว่าจำเลยได้กู้เงินโจทก์ตามหนังสือสัญญากู้เอกสารหมาย จ.1 และจำเลยได้ลงลายมือชื่อในช่องผู้กู้ในหนังสือสัญญาดังกล่าว ที่จำเลยฎีกาว่าจำเลยเป็นหญิงมีสามีสามีจำเลยไม่ได้ให้ความยินยอมในการกู้เงินรายนี้ สัญญากู้เงินตามเอกสารหมาย จ.1 จึงไม่ชอบด้วยกฎหมาย จำเลยไม่ต้องรับผิดนั้น เห็นว่าเมื่อจำเลยทำสัญญากู้โดยสมัครใจและไม่ปรากฏว่าจำเลยถูกบังคับหรือสำคัญผิดแต่อย่างใด สัญญากู้ดังกล่าวจึงเป็นสัญญาที่ชอบด้วยกฎหมายการที่สามีจำเลยไม่ได้ให้ความยินยอมในการที่จำเลยกู้ยืมเงินโจทก์นั้น เห็นว่าการกู้เงินของจำเลยไม่ใช่การจัดการเกี่ยวกับสินสมรสที่จำเลยจะต้องให้สามียินยอม จึงไม่ทำให้สัญญากู้ยืมดังกล่าวกลายเป็นสัญญาที่ไม่ชอบด้วยกฎหมายศาลอุทธรณ์พิพากษามาชอบแล้ว ฎีกาจำเลยฟังไม่ขึ้น' พิพากษายืนให้จำเลยใช้ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นฎีกาแทนโจทก์ โดยกำหนดค่าทนายความให้ 600 บาท. ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1862/2531 นาย นิคม ยุ ระยาตร์ โจทก์ นาง ชื่น พรหม ทอง จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นาย นิคม ยุ ระยาตร์ · จำเลย - นาง ชื่น พรหม ทอง
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)ธิรพันธุ์ รัศมิทัต · สมบูรณ์ ฤกษ์สำราญ · อรรถวิทย์ วรรธนวินิจ
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 3293/2530ฎีกา 6193/2551ฎีกา 874/2532ฎีกา 3544/2542ฎีกา 1266/2519ฎีกา 2394/2533ฎีกา 7419/2543ฎีกา 1429/2505ฎีกา 290/2520ฎีกา 3392/2548ฎีกา 462/2518ฎีกา 6695/2540ฎีกา 4433/2536ฎีกา 1037/2495ฎีกา 4046/2535ฎีกา 1365/2509ฎีกา 9105/2539ฎีกา 2472/2522ฎีกา 980/2538ฎีกา 2096/2523ฎีกา 8264/2538ฎีกา 9607/2544ฎีกา 1360/2503ฎีกา 2910/2531
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา