⚖️ LawAraiค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 874/2532

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 874/2532

ป.พ.พ. ม.1476, 1480

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
สิทธิเรียกร้องตามสัญญาจ้างแรงงานเป็นสิทธิเฉพาะตัวของผู้เป็นลูกจ้าง ไม่เป็นสินสมรส และลูกจ้างมีอำนาจฟ้องเรียกเงินตามสัญญาจ้างแรงงานได้โดยลำพัง นายจ้างจะเรียกเงินค่าจ้างคืนจากลูกจ้างไม่ได้ หากลูกจ้างทำงานสายหรือทำงานไม่ครบเวลา แต่เป็นการผิดระเบียบข้อบังคับเกี่ยวกับการทำงานที่นายจ้างสามารถลงโทษทางวินัยได้

ย่อคำพิพากษา

สิทธิตามสัญญาจ้างแรงงานเป็นสิทธิเฉพาะตัวของโจทก์ผู้เป็นลูกจ้างไม่เป็นสินสมรส การฟ้องเรียกเงินตามสัญญาจ้างแรงงานมิใช่เป็นการจัดการสินสมรส โจทก์ซึ่งเป็นหญิงมีสามีจึงมีอำนาจฟ้องได้ตามลำพังตนเอง โดยไม่ต้องได้รับความยินยอมจากสามี การที่โจทก์มาทำงานสายและทำงานให้แก่จำเลยผู้เป็นนายจ้างไม่ครบตามเวลาที่กำหนด หากเป็นการผิดต่อระเบียบข้อบังคับเกี่ยวกับการทำงานของจำเลย จำเลยชอบที่จะลงโทษทางวินัยตามระเบียบข้อบังคับดังกล่าวได้ หาชอบที่จะเรียกเงินค่าจ้างคืนจากโจทก์ไม่.

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.1476 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.1480

🔎 คำพิพากษาอื่นที่อ้างมาตราเดียวกัน: ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.1476 → ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.1480 →

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องและแก้ไขคำฟ้องว่า จำเลยจ้างโจทก์เป็นลูกจ้างประจำวันที่ ๓๑ กรกฎาคม ๒๕๓๑ จำเลยเลิกจ้างโจทก์ ขอให้บังคับจำเลยจ่ายค่าชดเชย ค่าเสียหายจากการเลิกจ้างไม่เป็นธรรม สินจ้างแทนการบอกกล่าวล่วงหน้า ค่าทำงานในวันหยุดตามประเพณี ค่าทำงานล่วงเวลา และค่าทำงานวันหยุดพักผ่อนประจำปีพร้อมดอกเบี้ยตามกฎหมาย จำเลยให้การและฟ้องแย้งว่า โจทก์ไม่มีอำนาจฟ้องเพราะเป็นหญิงมีสามีและไม่ได้รับความยินยอมจากสามีให้ฟ้องคดีนี้ จำเลยเลิกจ้างโจทก์เพราะโจทก์มีพฤติการณ์ไม่เหมาะสมแก่การปฏิบัติหน้าที่ฝ่าฝืนคำสั่งของจำเลยเป็นกรณีร้ายแรง โจทก์จงใจทำให้จำเลยเสียหายและทุจริต โดยมาทำงานสายหรือไม่มาทำงาน แต่ลงชื่อเท็จเพื่อเบิกค่าจ้างค่าล่วงเวลาและให้คนอื่นลงชื่อแทน จำเลยไม่ต้องรับผิดตามฟ้อง ระหว่างการทำงาน โจทก์ทำละเมิดต่อจำเลยโดยทิ้งงานไปสามวัน จำเลยขอคิดค่าเสียหายเพราะทำให้ขาดความเชื่อถือ ค่าจ้างในวันทิ้งงานและวันที่โจทก์มาสาย ขอให้ยกฟ้อง และขอให้โจทก์ใช้เงินจำนวน ๔๒๐,๔๐๕ บาท พร้อมดอกเบี้ยแก่จำเลย โจทก์ให้การแก้ฟ้องแย้งว่า โจทก์มีอำนาจฟ้อง โจทก์ไม่เคยทุจริต โจทก์มาทำงานสายเพียงเล็กน้อย ขอให้ยกฟ้อง ศาลแรงงานกลางพิพากษาให้จำเลยจ่ายค่าชดเชย ค่าทำงานในวันหยุดพักผ่อนประจำปี ค่าทำงานในวันหยุดตามประเพณี พร้อมดอกเบี้ยแก่โจทก์ คำขออื่นให้ยก และให้ยกฟ้องแย้งของจำเลย จำเลยอุทธรณ์ต่อศาลฎีกา ศาลฎีกาแผนกคดีแรงงานวินิจฉัยข้อกฎหมายว่า แม้โจทก์เป็นหญิงมีสามีฟ้องความโดยไม่ได้รับความยินยอมจากสามี แต่สิทธิตามสัญญาจ้างแรงงานเป็นสิทธิเฉพาะตัวของโจทก์ผู้เป็นลูกจ้าง ไม่เป็นสินสมรส การฟ้องเรียกเงินตามสัญญาจ้างแรงงานมิใช่เป็นการจัดการสินสมรสตามบทกฎหมายที่จำเลยอ้าง โจทก์มีอำนาจฟ้องได้ตามลำพังตนเองหาจำต้องได้รับความยินยอมจากสามีโจทก์ก่อนไม่ และการที่โจทก์มาทำงานสายและทำงานให้จำเลยไม่ครบตามเวลาที่กำหนด หากเป็นการผิดต่อระเบียบข้อบังคับเกี่ยวกับการทำงานของจำเลย จำเลยก็ชอบที่จะดำเนินการลงโทษทางวินัยตามระเบียบข้อบังคับการทำงานของจำเลยต่างหาก หาชอบที่จะมาเรียกเงินคืนจากโจทก์ไม่ พิพากษายืน. ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 874/2532 นาง เนาวรั ตน์ พลังไพบูลย์. นายแพทย์ เรืออากาศเอก วิวัฒน์ ชินพิลาศ (33 เมดิคลีนิก).

รายละเอียดคดี

คู่ความตน์ พลังไพบูลย์. - นาง เนาวรั · (33 เมดิคลีนิก). - นายแพทย์ เรืออากาศเอก วิวัฒน์ ชินพิลาศ
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)นำชัย สุนทรพินิจกิจ · มาโนช เพียรสนอง · ศักดา โมกขมรรคกุล
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 3293/2530ฎีกา 6193/2551ฎีกา 6868/2541ฎีกา 7419/2543ฎีกา 4995-5000/2531ฎีกา 290/2520ฎีกา 3392/2548ฎีกา 1171/2543ฎีกา 6695/2540ฎีกา 590/2521ฎีกา 4046/2535ฎีกา 980/2538ฎีกา 3775/2546ฎีกา 2096/2523ฎีกา 8185/2538ฎีกา 9607/2544ฎีกา 1360/2503ฎีกา 2910/2531ฎีกา 386-387/2505ฎีกา 778/2503ฎีกา 3788/2552ฎีกา 357/2485ฎีกา 8739/2552ฎีกา 1326/2499
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา