⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 1326/2499

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1326/2499

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
* การครอบครองปรปักษ์จะอ้างปรปักษ์กับผู้รับโอนกรรมสิทธิ์โดยสุจริตและเสียค่าตอบแทนไม่ได้ * เมื่อคู่ความรับกันในข้อเท็จจริงเกี่ยวกับที่พิพาทแล้ว ศาลย่อมมีอำนาจวินิจฉัยในที่พิพาทนั้นได้ แม้เนื้อที่จริงจะแตกต่างจากที่กล่าวในฟ้องแต่แรก

ย่อคำพิพากษา

โจทก์กล่าวในฟ้องได้ความว่าโจทก์ได้ซื้อที่มีโฉนดมาโดยสุจริตและ เสียค่าตอบแทนและจดทะเบียนแล้ว จำเลยต่อสู้แต่เพียงว่าได้ครอบครองมากว่า 10 ปี ไม่ได้ต่อสู้ว่าโจทก์ได้รับโอนมาโดยไม่สุจริตเช่นนี้คดีย่อมไม่มีประเด็นจะต้องนำสืบต่อไป คดีพิพาทเรื่องกรรมสิทธิที่ดินโจทก์กล่าวในฟ้องว่ามีเนื่อที่ ประมาณ 2 ไร่เศษ แม้ความจริงปรากฎต่อมาว่ามี 4 ไร่เศษ แต่คู่ความก็รับกันว่าที่พิพาทคือ 4 ไร่เศษนี้และศาลสั่งให้เสียค่าขึ้นศาลครบจำนวนที่ดินแล้ว ศาลย่อมมีคำพิพากษาถึงที่ทั้ง 4 ไร่เศษนั้นได้

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.84 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.142 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.177 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.183 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.1299

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่าที่ดินเป็นของนางอุ่ม ๆ ตาย นางแจ่มน้องจำเลยได้รับมรดกปกครองและจดทะเบียนถือกรรมสิทธิต่อมา ต่อมานายแจ่มได้จดทะเบียนโอนขายที่พิพาทให้แก่โจทก์ ในขณะซื้อขายจำเลยปลูกเรือนอาศัยอยู่ในที่พิพาทเนื้อที่ประมาณ ๒ ไร่เศษ บัดนี้จำเลยจะโกงเอาที่พิพาทนั้นเสีย จึงขอให้ขับไล่ จำเลยต่อสู้ว่าจำเลยครอบครองมากว่า ๔๐ ปี แล้ว นายแจ่มรับมรดกเฉพาะที่นาไม่เกี่ยวกับที่พิพาทนี้ และที่นายแจ่มขายก็เฉพาะที่นา คดีโจทก์ขาดอายุความ เมื่อทำแผนที่วิวาทแล้วคู่ความรับกันว่าที่พิพาทมีเนื้อที่ ๔ ไร่ ๑ งาน ๔๐ วา อยู่ในเขตโฉนดของโจทก์นายแจ่มได้โอนโฉนดให้โจทก์แล้ว ศาลชั้นต้นงดสืบพยานแล้ววินิจฉัยว่าจำเลยไม่ได้ต่อสู้ว่าโจทก์ได้ที่พิพาทมาโดยไม่สุจริต ไม่มีประเด็นจะนำสืบ พิพากษาให้ขับไล่จำเลย จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษาให้ยกคำพิพากษาศาลชั้นต้นให้ศาลชั้นต้นพิจารณาต่อไป โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาเห็นว่าโจทก์บรรยายฟ้องขัดแล้วว่าโจทก์ซื้อที่พิพาทมาโดยสุจริต จำเลยมิได้โต้เถียงว่าโจทก์รับโอนมาโดยไม่สุจริต ไม่มีประเด็นที่จำเลยจะนำสืบเรื่องสุจริต ฉนั้นข้อที่จำเลยต่อสู้ว่าครอบครองมากว่า ๔๐ ปี แล้วแม้จะนำสืบได้ก็ไม่มีทางจะชนะคดี เพราะสิทธิของจำเลยยังไม่ได้จดทะเบียนจะใช้ยันโจทก์ซึ่งซื้อที่พิพาทมาโดยเสียค่าตอบแทนโดยสุจริตและจดทะเบียนสิทธิของตนไว้แล้วตาม ป.พ.พ.ม.๑๒๙๙ ไม่ได้ อนึ่งโจทก์ฟ้องเรียกที่ดิน ๒ ไร่ เศษ แม้ปรากฎต่อมาว่าที่พิพาทมีเนื้อที่ ๔ ไร่เศษก็ตาม ศาลฎีกาก็เห็นว่าโจทก์กล่าวในฟ้องเป็นเพียงการประมาณ เมื่อนำแผนที่วิวาทคู่ความรับกันแล้วว่าที่พิพาทมี ๔ ไร่เศษและศาลฎีกาได้สั่งให้เรียกค่าขึ้นศาลเพิ่มขึ้นแล้ว ศาลย่อมพิพากษาถึงเนื้อที่ทั้ง ๔ ไร่เศษได้ คดีไม่จำต้องสืบพยานต่อไป พิพากษากลับให้บังคับคดีตามศาลชั้นต้น ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1326/2499 นายประจัน รักซ้อน นางสำรวย รักซ้อน โจทก์ นายมั่น ปาลพันธ์ จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นายประจัน รักซ้อน นางสำรวย รักซ้อน · จำเลย - นายมั่น ปาลพันธ์
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)ดุลยทรรศน์ปฏิภาณ · ประมูล สุวรรณศร · วิเทศจรรยารักษ์
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลจังหวัดสุพรรณบุรี - นายมงคล วัลยะเพชร · ศาลอุทธรณ์ - หลวงมนูเทศวิมลภัย
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 2749/2538ฎีกา 1721/2528ฎีกา 5473/2548ฎีกา 1452/2511ฎีกา 3206/2537ฎีกา 1342/2509ฎีกา 1879/2542ฎีกา 2834/2527ฎีกา 7903/2568ฎีกา 8875/2542ฎีกา 3099/2524ฎีกา 2135/2518ฎีกา 2572/2541ฎีกา 1360/2544ฎีกา 1765/2492ฎีกา 861/2540ฎีกา 5712/2541ฎีกา 2520/2544ฎีกา 7051/2540ฎีกา 72/2505ฎีกา 1733/2498ฎีกา 2709/2538ฎีกา 6058/2538ฎีกา 1959/2529
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา