⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 3371/2536

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3371/2536

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การค้ำประกันสินเชื่อเบิกเงินเกินบัญชีโดยสามีเพียงฝ่ายเดียวไม่ต้องได้รับความยินยอมจากภรรยา และการที่เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์งดสอบสวนพยานจำเลยเนื่องจากจำเลยไม่มาตามนัดโดยได้ส่งหมายเรียกโดยชอบแล้ว ถือว่าชอบด้วยกฎหมาย

ย่อคำพิพากษา

การค้ำประกันสัญญากู้เบิกเงินเกินบัญชีไม่ใช่การจัดการเกี่ยวกับสินสมรสสามีไม่จำต้องรับความยินยอมจากภรรยาก็ใช้บังคับได้ ในชั้นสอบสวนเกี่ยวกับกิจการและทรัพย์สินของจำเลยการไต่สวนจำเลยโดยเปิดเผยและการส่งประกาศนัดประชุมเจ้าหนี้ครั้งแรกเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์แจ้งไปยังภูมิลำเนาจำเลยซึ่งเป็นสถานที่เดียวกันกับที่ปิดหมายนัดสอบสวนพยานลูกหนี้ซึ่งจำเลยก็ทราบทุกครั้งทั้งมิได้แจ้งว่าย้ายภูมิลำเนาแล้ว จึงเป็นอำนาจของเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์เมื่อเห็นว่าได้ส่งหมายเรียกให้จำเลยโดยชอบแล้วจำเลยไม่มา เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ชอบที่จะสั่งงดสอบสวนพยานจำเลยเสียได้

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.74 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.1476 พระราชบัญญัติล้มละลาย พ.ศ.2483 ม.105

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

คดีสืบเนื่องมาจากศาลชั้นต้นมีคำสั่งให้พิทักษ์ทรัพย์จำเลยเด็ดขาดเมื่อวันที่ 7 ธันวาคม 2531 เจ้าหนี้ยื่นคำขอรับชำระหนี้เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์นัดตรวจคำขอรับชำระหนี้แล้วไม่มีผู้ใดโต้แย้งคำขอรับชำระหนี้ เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ทำความเห็นเสนอต่อศาลว่า ควรให้เจ้าหนี้ได้รับชำระหนี้จำนวน 7,978,377.04 บาทจากกองทรัพย์สินของจำเลย ศาลชั้นต้นมีคำสั่งอนุญาตให้เจ้าหนี้ได้รับชำระหนี้ตามความเห็นของเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน จำเลยฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ฯลฯ ข้ออ้างที่ว่าจำเลยมิได้ค้ำประกันสัญญาฉบับหลังและเจ้าหนี้กรอกข้อความในสัญญาโดยจำเลยมิได้ยินยอมนั้นเป็นการขัดกับคำรับของจำเลยที่ว่าได้ลงชื่อในสัญญาจริง เป็นการปฏิเสธลอย ๆ ฟังไม่ขึ้น การค้ำประกันสัญญากู้เบิกเงินเกินบัญชีไม่ใช่การจัดการเกี่ยวกับสินสมรส จำเลยไม่จำต้องรับความยินยอมจากภรรยาก็ใช้บังคับได้ ฯลฯ ส่วนฎีกาในข้อที่ว่าเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์สั่งงดการสอบสวนพยานจำเลยไม่ชอบนั้นก็ปรากฏว่าในชั้นสอบสวนเกี่ยวกับกิจการและทรัพย์สินของจำเลยการไต่สวนจำเลยโดยเปิดเผยและการส่งประกาศนัดประชุมเจ้าหนี้ครั้งแรกเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ก็แจ้งไปยังภูมิลำเนาจำเลยซึ่งเป็นสถานที่เดียวกันกับที่ปิดหมายนัดสอบสวนพยานลูกหนี้ในครั้งนี้ตามที่เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ยื่นคำแก้ฎีกาและสำเนาเอกสารท้ายคำแก้ฎีกาซึ่งในครั้งนั้นจำเลยก็ทราบทุกครั้งทั้งมิได้แจ้งว่าย้ายภูมิลำเนาแล้วจึงเป็นอำนาจของเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์เมื่อเห็นว่าได้ส่งหมายเรียกให้จำเลยโดยชอบแล้วจำเลยไม่มา เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ชอบที่จะสั่งงดสอบสวนพยานจำเลยเสียได้ ที่ศาลอุทธรณ์พิพากษายืนโดยให้เจ้าหนี้ได้รับชำระหนี้ตามความเห็นของเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์นั้นชอบแล้ว ฎีกาของจำเลยฟังไม่ขึ้น พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3371/2536 นาย วิชัย ประถม โจทก์ เจ้าหนี้ โจทก์ ธนาคาร กรุงไทย จำกัด โจทก์ นาย ชินรัฐ จิตรภัก ดี จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นาย วิชัย ประถม · โจทก์ - เจ้าหนี้ · โจทก์ - ธนาคาร กรุงไทย จำกัด · จำเลย - นาย ชินรัฐ จิตรภัก ดี
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)เสมอ อินทรศักดิ์ · บุญศรี กอบบุญ · เพี้ยน พุทธสุอัตตา
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 3293/2530ฎีกา 6193/2551ฎีกา 874/2532ฎีกา 1395/2534ฎีกา 946/2509ฎีกา 1546/2514ฎีกา 3544/2542ฎีกา 518/2538ฎีกา 1266/2519ฎีกา 2394/2533ฎีกา 7419/2543ฎีกา 5015/2541ฎีกา 1429/2505ฎีกา 290/2520ฎีกา 44/2549ฎีกา 4378/2531ฎีกา 610/2545ฎีกา 3392/2548ฎีกา 462/2518ฎีกา 3178/2533ฎีกา 6695/2540ฎีกา 4433/2536ฎีกา 114/2549ฎีกา 5047/2547
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา