⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 1001/2568

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1001/2568

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การแจ้งวันนัดฟังคำพิพากษาแก่คู่ความต้องทำโดยส่งหมายนัดไปยังภูมิลำเนาหรือสำนักทำการงานของคู่ความหรือทนายความก่อน หากศาลแจ้งโดยวิธีอื่นโดยมิได้ดำเนินการตามขั้นตอนปกติ ถือว่าการแจ้งนั้นไม่ชอบด้วยกฎหมาย และกระบวนพิจารณาที่เกิดขึ้นภายหลังการแจ้งที่ไม่ชอบนั้นย่อมไม่ชอบไปด้วย

ย่อคำพิพากษา

การแจ้งวันนัดฟังคำพิพากษาให้ผู้คัดค้านทราบ ศาลชั้นต้นชอบที่จะส่งหมายนัดไปยังภูมิลำเนาหรือสำนักทำการงานของผู้คัดค้านหรือทนายความของผู้คัดค้าน ซึ่งถือว่าเป็นการส่งโดยวิธีธรรมดาก่อนตามที่ ป.วิ.พ. มาตรา 74 บัญญัติไว้ การที่ศาลชั้นต้นแจ้งวันนัดฟังคำพิพากษาให้ผู้คัดค้านทราบโดยปิดประกาศไว้ที่หน้าศาลโดยมิได้ส่งหมายนัดดังกล่าวให้ผู้คัดค้านทราบโดยวิธีธรรมดาก่อนจึงเป็นการกระทำที่ผิดขั้นตอนของกฎหมาย ขัดต่อ ป.วิ.พ. มาตรา 79 ทำให้การประกาศแจ้งวันนัดดังกล่าวไม่ชอบ อันมีผลทำให้กระบวนพิจารณาต่าง ๆ เฉพาะส่วนของผู้คัดค้านที่กระทำภายหลังจากนั้นไม่ชอบไปด้วย กรณีจึงถือไม่ได้ว่าผู้คัดค้านได้ทราบวันนัดฟังคำพิพากษาในวันที่ 13 ธันวาคม 2565 แล้ว ศาลอุทธรณ์ภาค 5 ชอบที่จะมีคำพิพากษายกคำสั่งและคำพิพากษาศาลชั้นต้น ให้ศาลชั้นต้นดำเนินการแจ้งวันนัดฟังคำพิพากษาให้ผู้คัดค้านทราบ แล้วอ่านคำพิพากษาให้ผู้คัดค้านฟังใหม่ต่อไปตามที่ ป.วิ.พ. มาตรา 27 บัญญัติให้อำนาจไว้ และระยะเวลาอุทธรณ์จะเริ่มนับต่อเมื่อศาลชั้นต้นได้อ่านคำพิพากษาให้คู่ความฟังโดยชอบเท่านั้น เมื่อการอ่านคำพิพากษาของศาลชั้นต้นให้ผู้คัดค้านฟังเป็นไปโดยไม่ชอบ ระยะเวลายื่นอุทธรณ์ของผู้คัดค้านจึงยังไม่เริ่มนับ และยังไม่มีกรณีที่ศาลจะต้องขยายระยะเวลาอุทธรณ์ให้แก่ผู้คัดค้านแต่อย่างใด

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.27 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.74 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.79

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

คดีสืบเนื่องมาจากผู้ร้องยื่นคำร้องขอและแก้ไขคำร้องขอให้ศาลมีคำสั่งว่าผู้ร้องได้กรรมสิทธิ์ในที่ดินโฉนดเลขที่ 76116 บางส่วนโดยการครอบครองปรปักษ์ ผู้คัดค้านยื่นคำคัดค้านขอให้ยกคำร้อง ศาลชั้นต้นพิจารณาสืบพยานผู้ร้องและผู้คัดค้านจนเสร็จและนัดฟังคำสั่งในวันที่ 16 พฤศจิกายน 2565 เวลา 9 นาฬิกา ถึงวันนัดศาลชั้นต้นจดรายงานกระบวนพิจารณาว่า นัดฟังคำสั่งวันนี้ ทนายผู้ร้องมาศาล ส่วนผู้คัดค้านทราบนัดโดยชอบแล้วไม่มา เนื่องจากการพิจารณาทำคำสั่งยังไม่แล้วเสร็จ จึงให้เลื่อนไปนัดฟังคำสั่งวันที่ 13 ธันวาคม 2565 เวลา 9 นาฬิกา ปิดประกาศแจ้งวันนัดให้ผู้คัดค้านทราบที่หน้าศาล เมื่อถึงวันนัดวันที่ 13 ธันวาคม 2565 เวลา 9 นาฬิกา ผู้ร้องและทนายผู้ร้องมาศาล ส่วนผู้คัดค้านไม่มา ศาลชั้นต้นจึงอ่านคำพิพากษาให้ผู้ร้องฟังและถือว่าได้อ่านคำพิพากษาให้ผู้คัดค้านฟังตามกฎหมายแล้ว โดยศาลชั้นต้นพิพากษาว่า ที่ดินพิพาทตามแนวเขตที่ดินที่ผู้ร้องนำรังวัด เนื้อที่ประมาณ 6 ไร่ 3 งาน 00.6 ตารางวา ตกเป็นกรรมสิทธิ์ของผู้ร้องโดยการครอบครองปรปักษ์ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 1382 ค่าฤชาธรรมเนียมให้เป็นพับ คำขออื่นนอกจากนี้ให้ยก วันที่ 16 มกราคม 2566 ผู้คัดค้านยื่นคำร้องอ้างว่า เดิมศาลนัดฟังคำพิพากษาในวันที่ 16 พฤศจิกายน 2565 เวลา 9 นาฬิกา ในวันดังกล่าวทนายผู้คัดค้านมาศาล เจ้าหน้าที่หน้าบัลลังก์แจ้งว่าสำนวนศาลอุทธรณ์ (ที่ถูก สำนักงานอธิบดีผู้พิพากษาภาค 5) ยังไม่ส่งกลับมา หากกลับมาจะแจ้งให้ทราบ ทนายผู้คัดค้านจึงรีบเดินทางกลับเพราะมีธุระเตรียมคดีอื่น ในวันยื่นคำร้องนี้จึงตรวจพบว่าศาลอ่านคำพิพากษาไปแล้วเมื่อวันที่ 13 ธันวาคม 2565 โดยศาลปิดประกาศแจ้งวันนัดฟังคำพิพากษาให้ผู้คัดค้านทราบที่หน้าศาล ผู้คัดค้านไม่มีเจตนาที่จะไม่มาฟังคำพิพากษาแต่เป็นเพราะไม่ทราบวันที่ศาลนัดฟังคำพิพากษาเนื่องจากศาลไม่มีหมายนัดแจ้งให้ผู้คัดค้านมาฟัง จึงขอขยายระยะเวลายื่นอุทธรณ์ออกไปอีก 30 วัน ศาลชั้นต้นมีคำสั่งว่า ศาลอ่านคำพิพากษาให้ผู้ร้องฟังและถือว่าได้อ่านคำพิพากษาให้ผู้คัดค้านฟังวันที่ 13 ธันวาคม 2565 จึงพ้นกำหนดระยะเวลายื่นอุทธรณ์คำพิพากษา ผู้คัดค้านไม่อาจขอขยายระยะเวลายื่นอุทธรณ์ได้ ยกคำร้อง ผู้คัดค้านอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์ภาค 5 พิพากษายืน ค่าฤชาธรรมเนียมชั้นอุทธรณ์ให้เป็นพับ ผู้คัดค้านฎีกา โดยได้รับอนุญาตจากศาลฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า คดีมีปัญหาต้องวินิจฉัยตามฎีกาของผู้คัดค้านว่า ที่ศาลอุทธรณ์ภาค 5 ไม่รับวินิจฉัยอุทธรณ์ของผู้คัดค้านที่อุทธรณ์ว่า การที่ศาลชั้นต้นแจ้งวันนัดฟังคำพิพากษาให้ผู้คัดค้านทราบโดยวิธีปิดประกาศที่หน้าศาลแทนการส่งหมายให้แก่ผู้คัดค้าน ขัดต่อประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 79 เป็นการไม่ชอบนั้น ชอบด้วยกฎหมายหรือไม่ เห็นว่า ตามคำร้องขอขยายระยะเวลายื่นอุทธรณ์ของผู้คัดค้านได้บรรยายเหตุที่ผู้คัดค้านไม่มาฟังคำพิพากษาในวันที่ 13 ธันวาคม 2565 ไว้แล้วว่า ผู้คัดค้านไม่มีเจตนาที่จะไม่มาฟังคำพิพากษาแต่เป็นเพราะไม่ทราบวันที่ศาลนัดเนื่องจากศาลไม่มีหมายนัดแจ้งให้ผู้คัดค้านมาฟัง โดยศาลปิดประกาศแจ้งวันนัดฟังคำพิพากษาให้ผู้คัดค้านทราบที่หน้าศาล จึงขอขยายระยะเวลายื่นอุทธรณ์ออกไปอีก 30 วัน ดังนี้ ถือว่าผู้คัดค้านได้ยกปัญหาที่ศาลชั้นต้นแจ้งวันนัดฟังคำพิพากษาให้ผู้คัดค้านทราบโดยวิธีปิดประกาศที่หน้าศาลแทนการส่งหมายให้แก่ผู้คัดค้านขึ้นว่ากันมาแล้วโดยชอบในศาลชั้นต้น ทั้งปัญหาว่าศาลชั้นต้นแจ้งวันนัดฟังคำพิพากษาให้ผู้คัดค้านทราบโดยปิดประกาศที่หน้าศาลแทนการส่งหมายให้แก่ผู้คัดค้านเป็นการชอบด้วยประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 79 หรือไม่ เป็นข้อกฎหมายอันเกี่ยวด้วยความสงบเรียบร้อยของประชาชน ผู้คัดค้านย่อมมีสิทธิที่จะยกขึ้นอ้างซึ่งปัญหาเช่นว่านั้นได้ ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 225 วรรคสอง ที่ศาลอุทธรณ์ภาค 5 ไม่รับวินิจฉัยอุทธรณ์ของผู้คัดค้านในประเด็นนี้จึงเป็นการไม่ชอบ ฎีกาของผู้คัดค้านฟังขึ้น และเมื่อคดีขึ้นมาสู่การพิจารณาของศาลฎีกาแล้ว เพื่อไม่ให้คดีล่าช้า ศาลฎีกาเห็นสมควรวินิจฉัยปัญหาข้อนี้ไปเสียทีเดียว โดยไม่จำต้องย้อนสำนวนไปให้ศาลอุทธรณ์ภาค 5 วินิจฉัยใหม่ เห็นว่า การแจ้งวันนัดฟังคำพิพากษาให้ผู้คัดค้านทราบ ศาลชั้นต้นชอบที่จะส่งหมายนัดไปยังภูมิลำเนาหรือสำนักทำการงานของผู้คัดค้านหรือทนายความของผู้คัดค้าน ซึ่งถือว่าเป็นการส่งโดยวิธีธรรมดาก่อนตามที่ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 74 บัญญัติไว้ การที่ศาลชั้นต้นแจ้งวันนัดฟังคำพิพากษาให้ผู้คัดค้านทราบโดยปิดประกาศไว้ที่หน้าศาลโดยมิได้ส่งหมายนัดดังกล่าวให้ผู้คัดค้านทราบโดยวิธีธรรมดาก่อนจึงเป็นการกระทำที่ผิดขั้นตอนของกฎหมาย ขัดต่อประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 79 ทำให้การประกาศแจ้งวันนัดดังกล่าวไม่ชอบ อันมีผลทำให้กระบวนพิจารณาต่าง ๆ เฉพาะส่วนของผู้คัดค้านที่กระทำภายหลังจากนั้นไม่ชอบไปด้วย อุทธรณ์ของผู้คัดค้านฟังขึ้น กรณีจึงถือไม่ได้ว่าผู้คัดค้านได้ทราบวันนัดฟังคำพิพากษาในวันที่ 13 ธันวาคม 2565 แล้ว เช่นนี้ ศาลอุทธรณ์ภาค 5 ชอบที่จะมีคำพิพากษายกคำสั่งและคำพิพากษาศาลชั้นต้น ให้ศาลชั้นต้นดำเนินการแจ้งวันนัดฟังคำพิพากษาให้ผู้คัดค้านทราบ แล้วอ่านคำพิพากษาให้ผู้คัดค้านฟังใหม่ต่อไปตามที่ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 27 บัญญัติให้อำนาจไว้ และระยะเวลาอุทธรณ์จะเริ่มนับต่อเมื่อศาลชั้นต้นได้อ่านคำพิพากษาให้คู่ความฟังโดยชอบเท่านั้น เมื่อการอ่านคำพิพากษาของศาลชั้นต้นให้ผู้คัดค้านฟังเป็นไปโดยไม่ชอบ ระยะเวลายื่นอุทธรณ์ของผู้คัดค้านจึงยังไม่เริ่มนับ และยังไม่มีกรณีที่ศาลจะต้องขยายระยะเวลาอุทธรณ์ให้แก่ผู้คัดค้านแต่อย่างใด เมื่อได้วินิจฉัยดังนี้แล้ว ฎีกาของผู้คัดค้านข้ออื่นจึงไม่จำต้องวินิจฉัย เพราะไม่ทำให้ผลคดีเปลี่ยนแปลงไป พิพากษายกคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ภาค 5 ยกคำสั่งศาลชั้นต้นที่ให้แจ้งวันนัดฟังคำพิพากษาให้ผู้คัดค้านทราบโดยวิธีปิดประกาศที่หน้าศาลและการอ่านคำพิพากษาของศาลชั้นต้นเฉพาะในส่วนที่อ่านให้ผู้คัดค้านฟัง ให้ศาลชั้นต้นดำเนินการอ่านคำพิพากษาให้ผู้คัดค้านฟังใหม่ ค่าฤชาธรรมเนียมทั้งสามศาลให้เป็นพับ ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1001/2568 นาย น. ผู้ร้อง นาย ช. ผู้คัดค้าน

รายละเอียดคดี

คู่ความผู้ร้อง - นาย น. · ผู้คัดค้าน - นาย ช.
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)อนุรักษ์ สง่าอารีย์กูล · จรูญ โชครุ่งวรานนท์ · สอนชัย สิราริยกุล
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลจังหวัดเชียงราย - นายปาลทองแท่ง ศรุจชานนท์ · ศาลอุทธรณ์ภาค 5 - นางสาวยุภา พรหมดวง
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา
หมายเลขคดีดำพ.401/2567

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 1843/2536ฎีกา 7980/2551ฎีกา 3813/2535ฎีกา 345/2520ฎีกา 280/2530ฎีกา 1460/2515ฎีกา 5146/2537ฎีกา 4637/2567ฎีกา 2521/2540ฎีกา 1572/2511ฎีกา 2266/2515ฎีกา 2884/2541ฎีกา 1172/2514ฎีกา 2926-2929/2524ฎีกา 2280/2559ฎีกา 4041/2542ฎีกา 3589/2525ฎีกา 3055/2526ฎีกา 8108/2542ฎีกา 5415/2543ฎีกา 2051/2536ฎีกา 2356/2534ฎีกา 5094/2565ฎีกา 5015/2541
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา