คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 194/2512
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การที่ศาลสอบถามคู่ความเพื่อประกอบการพิจารณาสั่งเลื่อนการขายทอดตลาดหรือไม่ เป็นกระบวนพิจารณาที่ชอบด้วยกฎหมาย หากคู่ความตกลงกันและข้อตกลงนั้นไม่ขัดต่อกฎหมาย การที่คู่ความไม่มีทนายความหรืออ้างว่าไม่เข้าใจภาษาไทย แต่ไม่ได้ร้องขอต่อศาลให้จัดหาล่าม ไม่เป็นเหตุให้กระบวนพิจารณาเสียไป
ย่อคำพิพากษา
การที่ศาลดำเนินกระบวนพิจารณาสอบถามคู่ความเรื่องที่ว่าควรจะเลื่อนการขายทอดลาดต่อไปอีกหรือไม่ เป็นการบวนพิจารณาที่ชอบ เพราะโจทก์จำเลยต่างไม่ตกลงกันว่าควรเลื่อนหรือไม่ และเจ้าพนักงานบังคับคดีผู้ดำเนินการขายทอดตลาดได้รายงานศาลขอคำสั่ง การที่ศาลสอบถามคู่ความก็เพื่อที่จะยังให้เป็นไปด้วยความยุติธรรม เมื่อคู่ความได้ตกลงกันและข้อตกลงนั่น ไม่เป็นการฝ่าฝืนต่อกฎหมาย ทั้งสองฝ่ายได้ลงลายมือชื่อเป็นหลักฐาน กระบวนพิจารณาของศาลจึงชอบด้วยกฎหมาย การที่โจทก์อ้างว่าโจทก์ไม่เข้าใจภาษาไทยดี และไม่มีทนายความ ก็ปรากฏว่าโจทก์มิได้โต้แย้งหรือร้องขอต่อศาลเพื่อจัดหาล่าม ตามรายงานกระบวนพิจารณาไม่ปรากฏเหตุที่จะแสดงว่าโจทก์หลงผิดเพราะไม่เข้าใจภาษาไทย โจทก์เป็นตัวความย่อมมีอำนาจดำเนินกระบวนพิจารณาเองได้โดยลำพัง เพียงแต่โจทก์ไม่มีทนายความ ไม่เป็นเหตุที่จะทำให้กระบวนพิจารณาเสียไป กรณีไม่ต้องประมวลกฎหมาย วิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 27 ที่จะขอให้ศาลสั่งเพิกถอน
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
คดีนี้ คู่ความทำสัญญาประนีประนอมยอมความกัน ศาลพิพากษาตามยอม สัญญายอมความข้อ ๒ มีว่า "โจทก์จำเลยตกลงแบ่งทรัพย์ตามฟ้องข้อ ๑(ก) (ข) คนละครึ่ง โดยวิธีให้ศาลขายทอดตลาดเฉพาะทรัพย์ตามฟ้องข้อ ๑(ก) ให้ขายติดจำนองไป เมื่อขายได้เงินแล้ว แบ่งกันคนละครึ่ง" ในวันขายทอดตลาดปรากฏว่า ทรัพย์ตามฟ้องข้อ ๑(ก)มีผู้ให้ราคาสูงสุด ๑๘๕,๐๐๐ บาท จำเลยแถลงว่าราคาต่ำอยู่ ควรประกาศขายใหม่ โจทก์ค้าน โจทก์จำเลยจึงตกลงกันให้เลื่อนการขาย และเรื่องการแบ่งทรัพย์ ฯลฯ และศาลสั่งให้เป็นไปตามที่ตกลงกันให้เลื่อนการขายไป
ต่อมาโจทก์ยื่นคำร้องว่า โจทก์ลงลายมือชื่อในรายงานโดยไม่เข้าใจข้อความละเอียด ทำให้โจทก์เสียเปรียบ ฯลฯ เป็นการพิจารณาที่ผิดระเบียบ ขอให้เพิกถอนการพิจารณาตามรายงานกระบวนพิจารณาลงวันที่ ๑๐ พฤษภาคม ๒๕๑๐
ศาลชั้นต้นให้ยกคำร้อง
โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน
โจทก์ฎีกา
ศาลฎีกาเห็นว่า การที่ศาลได้ดำเนินกระบวนพิจารณาสอบถามคู่ความเรื่องที่ว่าควรจะเลื่อนการขายทอดตลาดต่อไปอีกหรือไม่ นั้น เป็นกระบวนพิจารณาที่ชอบแล้ว เพราะโจทก์จำเลยต่างไม่ตกลงกันว่าจะควรเลื่อนหรือไม่และเจ้าพนักงานบังคับคดีผู้ดำเนินการขายทอดตลาดได้รายงานขอคำสั่งศาล การที่ศาลสอบถามคู่ความก็เพื่อที่จะยังให้เป็นไปด้วยความยุติธรรม เมื่อคู่ความได้ตกลงกัน และข้อตกลงนั้นไม่เป็นการฝ่าฝืนต่อกฎหมาย ทั้งสองฝ่ายได้ลงลายมือชื่อเป็นหลักฐานกระบวนพิจารณาของศาลตามรายงานกระบวนพิจารณาลงวันที่ ๑๐ พฤษภาคม ๒๕๑๐ชอบด้วยกฎหมายแล้ว กรณีไม่ต้องด้วยประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งมาตรา ๒๗ ที่ขอให้ศาลสั่งเพิกถอนกระบวนพิจารณานั้นได้ ที่โจทก์อ้างว่าโจทก์ไม่เข้าใจภาษาไทยดีและไม่มีทนายความข้อนี้ศาลฎีกาเห็นว่า ในขณะศาลสอบถามโจทก์ก็มิได้โต้แย้งหรือร้องขอต่อศาลเพื่อจัดหาล่าม และข้อแถลงข้อตกลงตามรายงานกระบวนพิจารณาดังกล่าวก็ไม่ปรากฏเหตุที่จะแสดงว่าโจทก์หลงผิดเพราะไม่เข้าใจภาษาไทยโจทก์เป็นตัวความย่อมมีอำนาจดำเนินกระบวนพิจารณาเองได้โดยลำพังเพียงขณะนั้นโจทก์ไม่มีทนาย ไม่เป็นเหตุที่จะทำให้กระบวนพิจารณาเสียไป จึงขอให้เพิกถอนกระบวนพิจารณาฉบับลงวันที่ ๑๐ พฤษภาคม ๒๕๑๐ไม่ได้
พิพากษายืน.
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 194/2512
นายบุนเอง แซ่ตัน หรือบุ่นเฮง แซ่ตั้ง โจทก์
นางเลี่ยน แซ่พู่ หรืออุทัยรัตน์ ภูมิพาณิชยพงศ์ หรือ อุไร ภู่สกุล จำเลย
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - นายบุนเอง แซ่ตัน หรือบุ่นเฮง แซ่ตั้ง · จำเลย - นางเลี่ยน แซ่พู่ หรืออุทัยรัตน์ ภูมิพาณิชยพงศ์ หรือ อุไร ภู่สกุล |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | กิตติ สีหนนทน์ · ชลัม รุทระวณิช · แสวง ลัดพลี |
| ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ | ศาลจังหวัดสงขลา · ศาลอุทธรณ์ - นายวิฑูร เทพพิทักษ์ |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา