⚖️ LawAraiค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 191/2531

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 191/2531

ป.อาญา ม.80, 288, 371

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
รัฐเท่านั้นเป็นผู้เสียหายในความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 371 และความผิดต่อพระราชบัญญัติอาวุธปืนฯ โจทก์ร่วมจึงไม่มีสิทธิฎีกาในข้อหาดังกล่าวได้

ย่อคำพิพากษา

ความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 371 และความผิดต่อพระราชบัญญัติอาวุธปืน ฯ รัฐเท่านั้นเป็นผู้เสียหาย โจทก์ร่วมมิใช่ผู้เสียหายจึงเป็นโจทก์ร่วมในข้อหาดังกล่าวไม่ได้ และไม่มีสิทธิฎีกาในข้อหาดังกล่าว แม้ศาลชั้นต้นอนุญาตให้โจทก์ร่วมเข้าเป็นโจทก์ร่วมในคดีนี้ได้ ก็น่าจะหมายถึงอนุญาตให้เข้าเป็นโจทก์ร่วมได้เฉพาะในข้อหาพยายามฆ่าผู้อื่นตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 288, 289, 80 ศาลฎีการับวินิจฉัยเฉพาะฎีกาในข้อหาพยายามฆ่าผู้อื่นเท่านั้น

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.2 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.28 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.30 ประมวลกฎหมายอาญา ม.80 ประมวลกฎหมายอาญา ม.288 ประมวลกฎหมายอาญา ม.371 พระราชบัญญัติอาวุธปืน เครื่องกระสุนปืน วัตถุระเบิด ดอกไม้เพลิง และสิ่งเทียมอาวุธปืน พ.ศ.2490 ม.7 พระราชบัญญัติอาวุธปืน เครื่องกระสุนปืน วัตถุระเบิด ดอกไม้เพลิง และสิ่งเทียมอาวุธปืน พ.ศ.2490 ม.55

🔎 คำพิพากษาอื่นที่อ้างมาตราเดียวกัน: ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.2 → ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.28 → ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา ม.30 → ประมวลกฎหมายอาญา ม.80 →

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยกับพวกร่วมกันมีอาวุธปืนและกระสุนปืนขนาด ๗.๖๒ ร่วมกันพาอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนดังกล่าวโดยมิได้รับอนุญาต และร่วมกันใช้ยิงนายบุญส่ง ชุมแสง ณ อยุธยา ผู้เสียหายหลายนัดโดยไตรตรองไว้ก่อน ขอให้ลงโทษตามพระราชบัญญัติอาวุธปืน ฯ พ.ศ. ๒๔๙๐ มาตรา ๔, ๗, ๘ ทวิ, ๕๕, ๗๒, ๗๒ ทวิ, ๗๘ พระราชบัญญัติอาวุธปืน ฯ (ฉบับที่ ๓) พ.ศ. ๒๕๐๑ มาตรา ๓ พระราชบัญญัติอาวุธปืน ฯ (ฉบับที่ ๗) พ.ศ. ๒๕๒๒ มาตรา ๖, ๘ คำสั่งของคณะปฏิรูปการปกครองแผ่นดิน ฉบับที่ ๔๔ ลงวันที่ ๒๑ ตุลาคม ๒๕๑๙ ข้อ ๓, ๖, ๗ กฎกระทรวงฉบับที่ ๓ (พ.ศ. ๒๔๙๑) ออกตามความในพระราชบัญญัติอาวุธปืน ฯ พ.ศ. ๒๔๙๐ กฎกระทรวง ฉบับที่ ๑๑ (พ.ศ. ๒๕๒๒) ข้อ ๑ ถึงข้อ ๔ ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๓๒, ๓๓, ๘๐, ๘๓, ๙๑, ๒๘๘, ๒๘๙, ๓๗๑ พระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายอาญา (ฉบับที่ ๖) พ.ศ. ๒๕๒๒ มาตรา ๔ ริบของกลาง จำเลยให้การปฏิเสธ ในวันสืบพยานจำเลย นายบุญส่ง ชุมแสง ณ อยุธยา ผู้เสียหายยื่นคำร้องขอเข้าเป็นโจทก์ร่วม ศาลชั้นต้นอนุญาต ศาลชั้นต้นพิจารณาแล้วพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๒๘๙ ประกอบด้วยมาตรา ๘๐, ๓๗๑, ๘๓ พระราชบัญญัติอาวุธปืน ฯ พ.ศ. ๒๔๙๐ มาตรา ๗, ๘ ทวิ, ๕๕, ๗๒, ๗๒ ทวิ, ๗๘ พระราชบัญญัติอาวุธปืน ฯ (ฉบับที่ ๗) พ.ศ. ๒๕๒๒ มาตรา ๖, ๘ คำสั่งของคณะปฏิรูปการปกครองแผ่นดิน ฉบับที่ ๔๔ ลงวันที่ ๒๑ ตุลาคม ๒๕๑๙ ข้อ ๓, ๗ กฎกระทรวง ฉบับที่ ๑๑ (พ.ศ. ๒๕๒๒) ออกตามความในพระราชบัญญัติอาวุธปืน ฯ พ.ศ. ๒๔๙๐ การกระทำของจำเลยเป็นความผิดหลายกรรมต่างกัน ให้เรียงกระทงลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๙๑ ซึ่งแก้ไขใหม่ ให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๒๘๙ ประกอบด้วยมาตรา ๘๐ และ ๕๒ (๑) จำคุกตลอดชีวิต ความผิดต่อพระราชบัญญัติอาวุธปืน ฯ ฐานมีอาวุธปืน จำคุก ๓ ปี ความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๓๗๑ และความผิดต่อพระราชบัญญัติอาวุธปืน ฯ ฐานพาอาวุธปืนติดตัว เป็นความผิดกรรมเดียวให้ลงโทษตามพระราชบัญญัติอาวุธปืน ฯ ซึ่งเป็นบทหนักตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๙๐ จำคุก ๑ ปี รวมโทษทุกกระทงแล้วให้ลงโทษจำคุกจำเลยตลอดชีวิต ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๙๑ (๓) ซึ่งแก้ไขใหม่ ริบของกลาง เว้นรถยนต์ของกลางไม่ริบ จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษากลับให้ยกฟ้อง โจทก์และโจทก์ร่วมฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า เฉพาะฎีกาของโจทก์ร่วมที่ขอให้ลงโทษจำเลยตามฟ้องนั้น เห็นว่าแม้ศาลชั้นต้นได้อนุญาตให้โจทก์ร่วมเข้าเป็นโจทก์ร่วมในคดีนี้ได้น่าจะหมายถึงอนุญาตให้เข้าเป็นโจทก์ร่วมได้เฉพาะในข้อหาพยานฆ่าผู้อื่นตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๒๘๘, ๒๘๙, ๘๐ เท่านั้น เพราะโจทก์ร่วมเป็นผู้เสียหายในข้อหานี้ ส่วนข้อหาตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๓๗๑ และความผิดต่อพระราชบัญญัติอาวุธปืน ฯ รัฐเท่านั้นเป็นผู้เสียหาย โจทก์ร่วมมิใช่ผู้เสียหาย จึงเป็นโจทก์ร่วมในข้อหาดังกล่าวไม่ได้ ดังนั้น โจทก์ร่วมจึงไม่มีสิทธิฎีกาในข้อหาดังกล่าวนี้ ศาลฎีกาไม่รับวินิจฉัยให้ คงรับวินิจฉัยให้เฉพาะฎีกาในข้อหาตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๒๘๘, ๒๘๙, ๘๐ เท่านั้น และวินิจฉัยข้อเท็จจริงว่า ยังรับฟังไม่ได้ว่าจำเลยเป็นคนร้ายยิงโจทก์ร่วม พิพากษายืน ส่วนของกลางนอกจากรถยนต์ของจำเลยเป็นทรัพย์ที่คนร้ายใช้ในการกระทำความผิดให้ริบ ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 191/2531 พนักงานอัยการจังหวัดปทุมธานี โจทก์ นายบุญส่ง ชุมแสง ณ อยุธยา โจทก์ร่วม นายพีระพล เจริญกุล จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - พนักงานอัยการจังหวัดปทุมธานี · โจทก์ร่วม - นายบุญส่ง ชุมแสง ณ อยุธยา · จำเลย - นายพีระพล เจริญกุล
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)วีระชัย สูตรสุวรรณ · สุพจน์ นาถะพินธุ · วิศิษฏ์ ลิมานนท์
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลจังหวัดปทุมธานี - นายอภิศักดิ์ พรวชิราภา · ศาลอุทธรณ์ - นายบุญส่ง วรรณกลาง
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 1955/2546ฎีกา 5840/2544ฎีกา 1093/2568ฎีกา 1680/2520ฎีกา 959/2531ฎีกา 5660/2533ฎีกา 1837/2531ฎีกา 6252/2531ฎีกา 122/2481ฎีกา 9026/2553ฎีกา 1392/2564ฎีกา 1560/2529ฎีกา 20504/2556ฎีกา 1597/2522ฎีกา 9114/2552ฎีกา 1089/2559ฎีกา 2530/2527ฎีกา 180/2554ฎีกา 8080/2538ฎีกา 712/2559ฎีกา 2182/2567ฎีกา 5305/2539ฎีกา 226/2529ฎีกา 1268/2515
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา