⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 2192/2531

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2192/2531

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การกระทำที่แม้จะใช้อาวุธร้ายแรง แต่หากกระทำเพียงเล็กน้อยและไม่ปรากฏเจตนาที่จะเอาชีวิต ย่อมไม่ถือว่าเป็นการกระทำโดยเจตนาฆ่า แต่เป็นเพียงความผิดฐานทำร้ายร่างกาย

ย่อคำพิพากษา

จำเลยแทงผู้เสียหายเพียงทีเดียว แม้มีดปลายแหลมของกลางที่ใช้แทงมีความยาวทั้งตัวมีดและด้ามประมาณ 10 นิ้วซึ่งอาจทำให้ผู้ถูกแทงถึงแก่ความตายได้ก็ตามแต่จำเลยก็แทงผู้เสียหายเพียงครั้งเดียวและฟังไม่ถนัดว่าจะแทงผู้เสียหายซ้ำอีก บาดแผลที่ผู้เสียหายได้รับก็เป็นบาดแผลเพียงเล็กน้อย ลึกเพียงครึ่งเซนติเมตรยาว 1 เซนติเมตร แสดงว่าจำเลยแทงผู้เสียหายเบามากมิได้มีเจตนาฆ่าผู้เสียหาย ทั้งสาเหตุที่จำเลยโกรธเคืองผู้เสียหายก็มิใช่เรื่องคอบาดบาดตายถึงกับจะฆ่ากัน จำเลยจึงมีความผิดเพียงฐานทำร้ายร่างกายผู้เสียหายเท่านั้น

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายอาญา ม.59 ประมวลกฎหมายอาญา ม.288 ประมวลกฎหมายอาญา ม.295

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยได้ใช้มีดปลายแหลมมีความยาวทั้งคมมีดและด้ามประมาณ 10 1/2 นิ้ว เป็นอาวุธแทงนายซุ้นผู้เสียหายโดยเจตนาฆ่า 1 ครั้ง ถูกที่ไหล่ขวาด้านหลังจำเลยได้กระทำความผิดไปตลอดแล้วแต่ไม่บรรลุผลเพราะผู้เสียหายแย่งมีดได้เสียก่อน ขอให้ลงโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 288, 80 และให้ริบมีดของกลาง จำเลยให้การปฏิเสธ ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 288, 80 ให้จำคุกจำเลย 10 ปี ริบมีดของกลาง จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่าจำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 295 ให้จำคุก 6 เดือน นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "ข้อเท็จจริงฟังได้ว่า จำเลยได้ใช้มีดปลายแหลมของกลางแทงผู้เสียหายถูกที่ไหล่ขวาด้านหลังเป็นเหตุให้ได้รับอันตรายแก่กาย บาดแผลปรากฎตามรายงานผลการตรวจชันสูตรบาดแผลของแพทย์ท้ายฟ้อง ปัญหามีว่าจำเลยกระทำไปโดยเจตนาฆ่าผู้เสียหายหรือไม่ ปรากฏจากคำเบิกความของผู้เสียหายพยานโจทก์ว่าหลังจากผู้เสียหายผลักบิดาของจำเลยที่มาโต้เถียงและท้าทายผู้เสียหายล้มลงไปแล้วผู้เสียหายหันหลังเดินเข้าบ้าน รู้สึกว่าถูกแทงที่หลังจงหันไปดู เห็นจำเลยยืนถือมีดปลายแหลมทำท่าจะแทงผู้เสียหายซ้ำผู้เสียหายจึงเข้าแย่งมีดจากจำเลย แต่นางบุญอ้อย ตุ้มอ่อนพยานโจทก์เบิกความว่า เมื่อจำเลยแทงแล้วผู้เสียหายหันมาแย่งมีดจากจำเลยและนางสาวเดือนฉาย ปานเล็ก พยานโจทก์เบิกความว่า เมื่อจำเลยแทงผู้เสียหายได้แล้วถือมีดมารดา ผู้เสียหายก็เข้าไปแย่งมีด ศาลฎีกาเห็นว่า จากคำเบิกความที่แตกต่างกันดังกล่าว จึงยังรับฟังไม่ถนัดว่าจำเลยจะแทงผู้เสียหายซ้ำอีกหลังจากแทงครั้งแรกแล้ว การที่ผู้เสียหายเข้าแย่งมีดจากจำเลย อาจเป็นเพราะเกรงไปว่าจำเลยจะแทงซ้ำอีกก็เป็นได้ การที่จำเลยแทงผู้เสียหายเพียงทีเดียว แม้มีดปลายแหลมของกลางที่ใช้แทงมีความยาวทั้งตัวมีดและด้านประมาณ 10 นิ้วซึ่งอาจทำให้ผู้ถูกแทงถึงแก่ความตายได้ก็ตาม แต่บาดแผลที่ผู้เสียหายได้รับปรากฏตามรายงานผลการตรวจชันสูตรบาดแผลของแพทย์ท้ายฟ้องว่าลึกเพียงครึ่งเซนติเมตร ยาว 1 เซนติเมตร เห็นได้ชัดว่าเป็นบาดแผลเพียงเล็กน้อย แสดงว่าจำเลยแทงผู้เสียหายเบามาก มิได้มีเจตนาฆ่าผู้เสียหายทั้งสาเหตุที่จำเลยโกรธเคืองผู้เสียหายก็มิใช่เรื่องคอขาดบาดตายถึงกับจะฆ่าฟัน จำเลยจึงมีความผิดเพียงฐานทำร้ายร่างกายผู้เสียหายเท่านั้น" พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2192/2531 พนักงานอัยการ จังหวัด ประจวบคีรีขันธ์ โจทก์ นาย ประเชิญ เกตุ แก้ว จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - พนักงานอัยการ จังหวัด ประจวบคีรีขันธ์ · จำเลย - นาย ประเชิญ เกตุ แก้ว
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)เสียง ตรีวิมล · จุนท์ จันทรวงศ์ · ปชา วรธรรมพินิจ
แหล่งที่มาสำนักงานส่งเสริมงานตุลาการ

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 1597/2522ฎีกา 2530/2527ฎีกา 180/2554ฎีกา 789/2480ฎีกา 226/2529ฎีกา 1268/2515ฎีกา 1715/2545ฎีกา 1162/2508ฎีกา 729/2483ฎีกา 235/2499ฎีกา 551/2514ฎีกา 3237/2543ฎีกา 530/2483ฎีกา 18654/2555ฎีกา 2292/2540ฎีกา 7601/2540ฎีกา 1082/2511ฎีกา 1165/2537ฎีกา 5957/2530ฎีกา 693/2526ฎีกา 1189/2537ฎีกา 110/2513ฎีกา 769-770/2539ฎีกา 1215/2501
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · สำนักงานส่งเสริมงานตุลาการ