⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 2403/2531

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2403/2531

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การกระทำที่แสดงให้เห็นว่าผู้กระทำมีเจตนาฆ่าผู้อื่น ต้องพิจารณาจากพฤติการณ์แวดล้อมที่บ่งชี้ถึงเจตนานั้่นอย่างชัดเจน หากการกระทำนั้นไม่ถึงขนาดนั้น อาจไม่เป็นความผิดฐานพยายามฆ่าได้

ย่อคำพิพากษา

ผู้เสียหายมาพบเห็นจำเลยกำลังลักสังกะสีบนหลังคาจึงร้องถามจำเลย จำเลยกระโดดลงมาจากหลังคาคว้าเอาอาวุธปืนเอ็ม 16 ยิงมายังผู้เสียหาย 2 นัด ขณะอยู่ห่างผู้เสียหายประมาณ 3 วา กระสุนปืนถูกดินห่างจากผู้เสียหายประมาณครึ่งเมตร ผู้เสียหายคลานหลบหนีมาได้ 5 วา ก็ได้ยินเสียงปืนดังมาจากจำเลยอีก 2 นัด และ 3 นัดตามลำดับ การที่จำเลยใช้อาวุธปืนเอ็ม 16 ซึ่งมีประสิทธิภาพสูงใช้ยิงทีละนัดก็ได้หรือจะยิงทีละหลายนัดก็ได้ยิงมายังผู้เสียหายครั้งแรก 2 นัด โดยไม่ปรากฏสิ่งกำบังระหว่างจำเลยกับผู้เสียหาย หากจำเลยมีเจตนาฆ่าผู้เสียหายก็อาจยิงรัวไปที่ผู้เสียหายโดยไม่ต้องเล็ง กระสุนปืนย่อมจะถูกผู้เสียหายถึงแก่ความตายได้โดยง่าย แต่การที่จำเลยยิงไปที่ผู้เสียหายกระสุนปืนตกห่างผู้เสียหายเพียงครึ่งเมตร และยิงครั้งต่อไปกระสุนปืนไม่ถูกผู้ใดเลย แสดงว่าจำเลยยิงขู่เพื่อการพาทรัพย์ที่ลักไป ยังฟังไม่ได้ว่าจำเลยยิงผู้เสียหายโดยเจตนาฆ่า จำเลยไม่มีความผิดฐานพยายามฆ่าผู้เสียหาย

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายอาญา ม.59 ประมวลกฎหมายอาญา ม.80 ประมวลกฎหมายอาญา ม.288

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่าจำเลยกับพวกร่วมกันลักสังกะสีของนายงก ผู้เสียหายโดยใช้ยานพาหนะและใช้อาวุธปืนเอ็ม ๑๖ ยิงนายงกกับนายสอื้น ผู้เสียหายหลายนัดโดยมีเจตนาฆ่า แต่กระสุนปืนไม่ถูกผู้เสียหาย ขอให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา ๓๓๕, ๓๓๖ ทวิ, ๒๘๘, ๘๐, ๘๓ จำเลยให้การปฏิเสธ ศาลชั้นต้นพิพากษาว่าจำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา๓๓๕ (๑) (๗), ๓๓๖ ทวิ, ๒๘๘, ๘๐, ๘๓ ฐานลักทรัพย์จำคุก ๒ ปี ฐานพยายามฆ่าผู้อื่นจำคุก ๑๓ ปี รวมจำคุก ๑๕ ปี จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่าให้ยกฟ้องโจทก์ข้อหาพยายามฆ่าผู้อื่นและลดโทษให้จำเลยหนึ่งในสาม ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา๗๘ ในข้อหาลักทรัพย์จำคุก ๑ ปี ๔ เดือน นอกจากที่แก้คงให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่าข้อเท็จจริงฟังเป็นยุติได้ว่าตามวันเวลาและสถานที่เกิดเหตุ จำเลยมีอาวุธปืนเอ็ม ๑๖ ติดตัว ได้ร่วมกับนายประยูร บุญรังษีลักเอาสังกะสีจำนวน ๑๓ แผ่นราคา ๒๖๐ บาท ของผู้เสียหายที่ ๑ ไปโดยทุจริต ในการลักทรัพย์ดังกล่าวจำเลยกับพวกใช้รถจักรยานยนต์และรถเข็นเป็นยานพาหนะเพื่อสะดวกแก่การลักทรัพย์และพาทรัพย์นั้นไป ในการลักทรัพย์จำเลยใช้อาวุธปืนดังกล่าวยิงหลายนัด กระสุนปืนไม่ถูกผู้เสียหายทั้งสอง ปัญหาที่ต้องวินิจฉัยตามฎีกาโจทก์มีว่าจำเลยกระทำความผิดฐานพยายามฆ่าผู้เสียหายทั้งสองหรือไม่ โจทก์มีผู้เสียหายทั้งสองเบิกความสอดคล้องต้องกันว่าผู้เสียหายทั้งสองได้ยินเสียงสังกะสีดังโครมคราม เสียงมาจากกระท่อมที่บ่อปลาซึ่งไม่มีคนเฝ้าผู้เสียหายทั้งสองจึงค่อย ๆ เดินย่องแอบ ๆ ไป เมื่อเข้าใกล้กระท่อมห่างประมาณ ๓ วา ผู้เสียหายทั้งสองเห็นจำเลยกำลังรื้อสังกะสีบนหลังคา ส่วนชายอีกคนหนึ่งยืนอยู่ที่พื้นดินเห็นไม่ชัด ผู้เสียหายที่ ๒ ร้องตะโกนขึ้นว่า 'มนูทำไมมารื้อสังกะสีของพ่อใหญ่กู' จำเลยจึงกระโดดลงมาจากหลังคาคว้าอาวุธปืนเอ็ม ๑๖ จำเลยยืนยิงหันปากกระบอกปืนมาทางผู้เสียหายทั้งสองจำนวน ๒ นัด กระสุนปืนถูกดินห่างจากผู้เสียหายที่ ๒ ประมาณครึ่งเมตร ผู้เสียหายทั้งสองหมอบและคลานกลับมาทางเก่าก่อนถึงรถเข็น จำเลยยิงปืนอีก ๒ นัด เมื่อคลานมาถึงบริเวณรถเข็นจอดอยู่ ผู้เสียหายที่ ๒ ถีบรถเข็นตกลงไปในคลองฝายน้ำล้น ขณะนั้นเองก็ได้ยินเสียงปืนดังขึ้นอีก ๓ นัด ผู้เสียหายทั้งสองจึงรีบวิ่งกลับบ้าน ศาลฎีกาเห็นว่า จำเลยอยู่ห่างผู้เสียหายทั้งสองประมาณ ๓วา จำเลยใช้อาวุธปืนเอ็ม ๑๖ ยิงมายังผู้เสียหายครั้งแรก ๒ นัด โดยไม่ปรากฏว่ามีสิ่งกำบังระหว่างจำเลยกับผู้เสียหาย จำเลยยืนยิงจึงมีโอกาสยิงถูกผู้เสียหายทั้งสองได้โดยง่าย ทั้งนี้เนื่องจากอาวุธปืนเอ็ม ๑๖ ที่จำเลยใช้ยิงเป็นอาวุธปืนที่ยิงทีละนัดก็ได้หรือจะยิงทีละหลายนัดก็ได้และมีประสิทธิภาพสูง เมื่อกระสุนปืน ๒ นัดแรกไม่ถูกผู้เสียหาย หากจำเลยมีเจตนาฆ่าผู้เสียหายจริงอาจจะยิงรัวไปที่ผู้เสียหายโดยไม่ต้องเล็งกระสุนปืนก็จะถูกผู้เสียหายถึงแก่ความตายโดยง่ายดาย ดังนั้นการที่จำเลยยิงปืนไปที่ผู้เสียหายกระสุนปืนตกห่างผู้เสียหายที่ ๒ เพียงครึ่งเมตร และยิงปืนครั้งต่อไปกระสุนปืนไม่ถูกผู้ใดเลยแสดงว่าจำเลยยิงปืนขู่เพื่อการพาทรัพย์นั้นไป การกระทำของจำเลยยังไม่พอฟังว่าจำเลยยิงปืนไปที่ผู้เสียหายทั้งสองโดยเจตนาฆ่า จำเลยจึงไม่มีความผิดฐานพยายามฆ่า ผู้เสียหายดังโจทก์ฟ้อง พิพากษายืน. ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2403/2531 พนักงานอัยการจังหวัดนครราชสีมา โจทก์ นายมนู ดอนกระโทก จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - พนักงานอัยการจังหวัดนครราชสีมา · จำเลย - นายมนู ดอนกระโทก
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)เจริญ นิลเอสงฆ์ · สมศักดิ์ เกิดลาภผล · สุนทร จันทรศักดิ์
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลจังหวัดนครราชสีมา - นายธงชัย เสนามนตรี · ศาลอุทธรณ์ - นายสมาน เวทวินิจ
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 1560/2529ฎีกา 1597/2522ฎีกา 2530/2527ฎีกา 180/2554ฎีกา 712/2559ฎีกา 2182/2567ฎีกา 226/2529ฎีกา 1268/2515ฎีกา 1715/2545ฎีกา 1162/2508ฎีกา 729/2483ฎีกา 235/2499ฎีกา 551/2514ฎีกา 3237/2543ฎีกา 530/2483ฎีกา 18654/2555ฎีกา 2292/2540ฎีกา 7601/2540ฎีกา 1082/2511ฎีกา 1165/2537ฎีกา 5957/2530ฎีกา 693/2526ฎีกา 1189/2537ฎีกา 110/2513
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา