⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 2485/2531

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2485/2531

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การที่โจทก์ฟ้องคดีใหม่โดยอ้างเหตุแห่งการเลิกจ้างแตกต่างจากคดีเดิม แต่ประเด็นที่ต้องวินิจฉัยคือการเลิกจ้างนั้นมีเหตุสมควรหรือไม่ ถือเป็นฟ้องซ้ำได้หากคดีเดิมมีคำพิพากษาถึงที่สุดแล้ว

ย่อคำพิพากษา

ฟ้องโจทก์คดีนี้ และคดีก่อนมีมูลมาจากการเลิกจ้างตามคำสั่งเลิกจ้างฉบับเดียวกัน เป็นแต่เพียงโจทก์กล่าวอ้างในฟ้องคดีก่อนว่าการที่จำเลยเลิกจ้างโจทก์เป็นการเลิกจ้างที่ไม่เป็นธรรม ส่วนคดีนี้โจทก์กล่าวอ้างว่าเป็นการเลิกจ้างที่ถูกปรักปรำและถูกบีบคั้นของจำเลย ซึ่งไม่ว่าโจทก์จะกล่าวอ้างถึงเหตุแห่งการเลิกจ้างอย่างในคดีก่อนหรือคดีนี้ก็ตาม คดีทั้งสองก็มีประเด็นที่ศาลจะต้องวินิจฉัยโดยอาศัยเหตุอย่างเดียวกันว่ามีเหตุสมควรที่จำเลยจะเลิกจ้างได้หรือไม่เมื่อคดีก่อนคำพิพากษาถึงที่สุดแล้วฟ้องโจทก์คดีนี้จึงเป็นฟ้องซ้ำ

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.148 พระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ.2522 ม.31

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยเป็นลูกจ้างโจทก์ ต่อมาวันที่ ๒๙ ธันวาคม ๒๕๒๔ จำเลยได้มีคำสั่งการไฟฟ้าส่วนภูมิภาคที่ ๓๘๗๐/๒๕๒๔ ให้โจทก์ออกจากงานเพราะเหตุหย่อนความสามารถ บกพร่องในหน้าที่ ซึ่งไม่เป็นความจริง เป็นการเลิกจ้างที่ถูกปรักปรำ และถูกบีบคั้นของจำเลย ขอให้ศาลพิพากษาเพิกถอนคำสั่งการไฟฟ้าส่วนภูมิภาคที่๓๘๗๐/๒๕๒๔ เรื่อง ให้พนักงานออกจากงาน และให้จำเลยรับโจทก์กลับเข้าทำงานในตำแหน่งหน้าที่เดิม จำเลยให้การว่า จำเลยเลิกจ้างโจทก์โดยคำสั่งที่ ๓๘๗๐/๒๕๒๔เพราะโจทก์ประพฤติผิดระเบียบข้อบังคับและวินัย โดยไม่อุทิศตนให้แก่หน้าที่การงานขัดคำสั่งผู้บังคับบัญชา ละทิ้งหน้าที่ ถือว่าเป็นผู้หย่อนความสามารถในอันที่จะปฏิบัติหน้าที่การงานจำเลยจึงให้โจทก์ออกจากงานตามคำสั่งดังกล่าว โจทก์เคยฟ้องจำเลยโดยอาศัยเหตุแห่งการเลิกจ้างตามคำสั่งฉบับเดียวกันนี้ โดยอ้างว่าเป็นการเลิกจ้างโดยไม่เป็นธรรม ศาลพิพากษายกฟ้อง ตามคดีหมายเลขดำที่ ๔๔๑/๒๕๒๕ คดีหมายเลขแดงที่ ๑๒๑๒/๒๕๒๕ ของศาลแรงงานกลางคดีถึงที่สุดแล้ว ฟ้องโจทก์คดีนี้จึงเป็นฟ้องซ้ำกับคดีดังกล่าว ขอให้ยกฟ้อง ศาลแรงงานกลางพิพากษายกฟ้อง โจทก์อุทธรณ์ต่อศาลฎีกา ศาลฎีกาแผนกคดีแรงงานวินิจฉัยข้อกฎหมายว่า ข้อที่โจทก์อุทธรณ์ว่า ตามคดีหมายเลขแดงที่ ๑๒๑๒/๒๕๒๕ โจทก์ฟ้องกล่าวอ้างว่าจำเลยเลิกจ้างโดยเป็นการเลิกจ้างที่ไม่เป็นธรรม ส่วนคดีนี้โจทก์ฟ้องกล่าวอ้างว่าจำเลยเลิกจ้างโจทก์เป็นการเลิกจ้างที่ถูกปรักปรำและถูกบีบคั้นของจำเลยจึงมิใช่ประเด็นที่ศาลจะได้วินิจฉัยโดยอาศัยเหตุอย่างเดียวกัน ฟ้องโจทก์คดีนี้จึงไม่เป็นฟ้องซ้ำกับคดีหมายเลขแดงที่ ๑๒๑๒/๒๕๒๕ นั้น พิเคราะห์แล้วในปัญหาดังกล่าวนี้ข้อเท็จจริงได้ความว่าจำเลยจ้างโจทก์เป็นลูกจ้างประจำตั้งแต่ พ.ศ. ๒๕๑๗ ต่อมาจำเลยได้มีคำสั่งที่ ๓๘๗๐/๒๕๒๔ลงวันที่ ๘ ธันวาคม ๒๕๒๔ ให้โจทก์ออกจากงานฐานเป็นผู้หย่อนความสามารถในอันที่จะปฏิบัติหน้าที่การงาน ประพฤติตนไม่เหมาะสมกับตำแหน่งหน้าที่บกพร่องในหน้าที่ ตามข้อ ๓๔ (๒) แห่งข้อบังคับการไฟฟ้าส่วนภูมิภาคว่าด้วยระเบียบพนักงาน พ.ศ. ๒๕๑๗โจทก์จึงฟ้องจำเลยต่อศาลแรงงานกลางกล่าวหาว่าคำสั่งของจำเลยที่ ๓๘๗๐/๒๕๒๔ ที่เลิกจ้างโจทก์เป็นการเลิกจ้างที่ไม่เป็นธรรม ขอให้ศาลบังคับจำเลยรับโจทก์กลับเข้าทำงานในตำแหน่งและอัตราค่าจ้างไม่ต่ำกว่าเดิม ศาลแรงงานกลางพิพากษายกฟ้อง ตามคดีหมายเลขแดงที่ ๑๒๑๒/๒๕๒๕ โจทก์อุทธรณ์ต่อศาลฎีกา ศาลฎีกาพิพากษายกอุทธรณ์โจทก์ คดีถึงที่สุด โจทก์จึงมาฟ้องจำเลยเป็นคดีนี้โดยอ้างเหตุว่าคำสั่งของจำเลยที่ ๓๘๗๐/๒๕๒๔ ที่จำเลยเลิกจ้างโจทก์เป็นการเลิกจ้างที่ถูกปรักปรำและบีบคั้นของจำเลย ขอให้ศาลเพิกถอนคำสั่งดังกล่าวและให้รับโจทก์กลับเข้าทำงานในตำแหน่งหน้าที่เดิม คดีมีปัญหาที่จะต้องวินิจฉัยว่าว่า ฟ้องโจทก์คดีนี้เป็นฟ้องซ้ำกับคดีหมายเลขแดงที่ ๑๒๑๒/๒๕๒๕ของศาลแรงงานกลางหรือไม่ ศาลฎีกาเห็นว่า ฟ้องโจทก์คดีนี้ และคดีหมายเลขแดงที่ ๑๒๑๒/๒๕๒๕ มีมูลมาจากการเลิกจ้างตามคำสั่งของจำเลยที่ ๓๘๗๐/๒๕๒๔ ลงวันที่ ๘ ธันวาคม ๒๕๒๔ ฉบับเดียวกันนั้นเองเป็นแต่เพียงโจทก์กล่าวอ้างในฟ้องคดีก่อนว่าการที่จำเลยเลิกจ้างโจทก์เป็นการเลิกจ้างที่ไม่เป็นธรรมส่วนคดีนี้โจทก์กล่าวอ้างว่าเป็นการเลิกจ้างที่ถูกปรักปรำและถูกบีบคั้นของจำเลยซึ่งไม่ว่าโจทก์จะกล่าวอ้างถึงเหตุแห่งการเลิกจ้างอย่างในคดีก่อนหรือคดีนี้ก็ตามคดีทั้งสองก็มีประเด็นที่ศาลจะต้องวินิจฉัยโดยอาศัยเหตุอย่างเดียวกันว่ามีเหตุอันสมควรที่จำเลยจะเลิกจ้างโจทก์ได้หรือไม่ เมื่อศาลแรงงานกลางพิพากษายกฟ้องโจทก์ในคดีก่อน โดยวินิจฉัยว่าการเลิกจ้างโจทก์ไม่ใช่การเลิกจ้างที่ไม่เป็นธรรม ตามคดีหมายเลขแดงที่๑๒๑๒/๒๕๒๕ และคดีถึงที่สุดแล้ว ฟ้องโจทก์คดีนี้จึงเป็นฟ้องซ้ำตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา ๑๔๘ ประกอบด้วยพระราชบัญญัติจัดตั้งศาลแรงงานและวิธีพิจารณาคดีแรงงาน พ.ศ. ๒๕๒๒ มาตรา ๓๑ พิพากษายืน. ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2485/2531 นายอรรถวุฒิ สฤษฎิพันธ์ โจทก์ การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นายอรรถวุฒิ สฤษฎิพันธ์ · จำเลย - การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)จำนง นิยมวิภาต · จุนท์ จันทรวงศ์ · ครีภูมิ สุวรรณโรจน์
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลแรงงานกลาง - นายปรีชา บุญญานันท์ · ศาลอุทธรณ์
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 2354/2566ฎีกา 4715/2542ฎีกา 4359/2540ฎีกา 4838/2548ฎีกา 685/2550ฎีกา 1968/2533ฎีกา 26/2524ฎีกา 2328/2533ฎีกา 4742/2553ฎีกา 8875/2542ฎีกา 945/2504ฎีกา 5086/2537ฎีกา 1030/2509ฎีกา 4549/2540ฎีกา 4991/2552ฎีกา 2572/2541ฎีกา 1228/2539ฎีกา 2093/2532ฎีกา 5712/2541ฎีกา 1592/2521ฎีกา 218/2481ฎีกา 3895/2533ฎีกา 265/2534ฎีกา 15617/2558
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา