คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2641/2531
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การกระทำที่เกิดจากเหตุสุดวิสัยหรืออุบัติเหตุโดยไม่มีเจตนาที่จะเผยแพร่ภาพลามกสู่สาธารณะ ไม่เป็นความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 287.
ย่อคำพิพากษา
การที่จำเลยทำหน้าที่ควบคุมการฉายภาพยนตร์ทางโทรทัศน์ได้นำแถบบันทึกภาพลามกมาอัดภาพยนตร์จีนที่กำลังแพร่ภาพเพื่อใช้เป็นการส่วนตัว แต่ได้เกิดเหตุขัดข้องทางด้านเทคนิคการส่งภาพทำให้ภาพลามกที่บันทึกไว้ออกไปปรากฏทางเครื่องรับโทรทัศน์นั้น เหตุที่เกิดขึ้นดังกล่าวเป็นไปในลักษณะบังเอิญ จำเลยมิได้มีเจตนาที่จะแพร่ภาพลามกนั้นออกไปสู่สาธารณะ จึงหามีความผิดตาม ประมวลกฎหมายอาญามาตรา287 ไม่.
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 287,91, 32, 33 พระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายอาญา (ฉบับที่ 5) พ.ศ. 2525 มาตรา 6 พระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายอาญา (ฉบับที่ 6) พ.ศ. 2526 มาตรา 4 สั่งริบของกลาง
จำเลยให้การปฏิเสธ
ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดฐานมีแถบบันทึกภาพลามกอนาจารเพื่อเผยแพร่ ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 287 (1) ให้ลงโทษจำคุกจำเลยมีกำหนด 6 เดือน ข้อหาอื่นให้ยก
จำเลยอุทธรณ์
ศาลอุทธรณ์พิพากษากลับให้ยกฟ้อง
โจทก์ฎีกา
ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า 'ข้อเท็จจริงในทางพิจารณาฟังเป็นยุติว่า ในคืนวันเกิดเหตุเวลาประมาณ 22 นาฬิกา ในขณะที่สถานีวิทยุโทรทัศน์แห่งประเทศไทย ช่อง 7 สุราษฎร์ธานี กำลังทำการแพร่ภาพรายการของสถานีอยู่นั้น ได้เกิดการแพร่ภาพลามกปรากฏออกไปทางเครื่องรับโทรทัศน์ เหตุที่เกิดภาพลามกขึ้นเนื่องจากจำเลยซึ่งทำหน้าที่ควบคุมการฉายภาพยนตร์อันเป็นรายการปกติของสถานีอยู่ ได้นำแถบบันทึกภาพของกลางซึ่งมีภาพลามกแสดงการเล้าโลมทางเพศบันทึกไว้มาใช้อัดภาพยนตร์จีนที่กำลังแพร่ภาพในขณะเกิดเหตุ เพื่อใช้เป็นการส่วนตัว แต่ได้เกิดเหตุขัดข้องทางด้านเทคนิคการส่งภาพโดยเครื่องเล่นวีดีโอเทประบบ วี.เอช.เอส. ซึ่งทำงานควบคู่อยู่กับเครื่องเล่นวีดีโอเทประบบยูเมติคแพร่ภาพลามกที่บันทึกไว้ออกไปปรากฏทางเครื่องรับโทรทัศน์เป็นเวลาประมาณ 4-5 วินาที ก่อนที่นายประจักษ์ ร่อนลอยหา เจ้าหน้าที่ฝ่ายกำกับภาพจะตัดภาพที่เกิดเหตุนั้นออกไป คดีคงมีปัญหาในชั้นฎีกาว่า การกระทำของจำเลยเป็นความผิดฐานมีแถบบันทึกภาพลามกไว้เพื่อแสดงอวดแก่ประชาชนตามที่โจทก์ฎีกาขึ้นมาหรือไม่ พิเคราะห์แล้วเห็นว่า ตามฎีกาโจทก์ก็รับว่าเหตุที่เกิดการแพร่ภาพลามกออกไปสู่เครื่องรับโทรทัศน์ในคืนเกิดเหตุเนื่องมาจากจำเลยนำแถบบันทึกภาพของกลางซึ่งบันทึกภาพเก่าไว้แล้วมาใช้บันทึกภาพใหม่ ซึ่งสอดคล้องกับข้อเท็จจริงในทางนำสืบของโจทก์ว่าเหตุที่เกิดขึ้นเป็นไปในลักษณะบังเอิญในขณะที่สถานีกำลังแพร่ภาพตามรายการปกติอยู่ในขณะเกิดเหตุ อันแสดงว่าจำเลยมิได้มีเจตนาที่จะแพร่ภาพลามกนั้นออกไปสู่สาธารณะ และโจทก์มิได้นำสืบให้ปรากฏพฤติการณ์ของจำเลยว่ามีแถบบันทึกภาพของกลางไว้โดยมีเจตนาเพื่อใช้แสดงออกต่อสาธารณชนแต่อย่างใด ซึ่งสำหรับข้อหาดังกล่าวจำเลยก็นำสืบต่อสู้ว่าได้ซื้อแถบบันทึกภาพของกลางมาจากผู้อื่นโดยไม่ทราบว่าบันทึกภาพลามกไว้ ข้อเท็จจริงที่ได้ความเพียงว่าจำเลยมีแถบบันทึกภาพที่บันทึกภาพลามกไว้ โดยไม่ปรากฏพยานหลักฐานอื่นอันจะแสดงว่าจำเลยมีแถบบันทึกภาพดังกล่าวไว้โดยมีเจตนาที่จะแพร่ภาพแสดงออกแก่ประชาชนทั่วไป จึงยังไม่อาจรับฟังว่า การกระทำของจำเลยเป็นความผิดตามที่โจทก์กล่าวหาคำวินิจฉัยของศาลอุทธรณ์ชอบแล้ว ฎีกาโจทก์ฟังไม่ขึ้น'
พิพากษายืน.
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2641/2531
พนักงานอัยการ ประจำศาล แขวง สุราษฎร์ธานี โจทก์
นาย จรัส คงเพ็ชร์ จำเลย
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - พนักงานอัยการ ประจำศาล แขวง สุราษฎร์ธานี · จำเลย - นาย จรัส คงเพ็ชร์ |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | ถาวร ตันตราภรณ์ · ชูเชิด รักตะบุตร์ · สง่า ศิลปประสิทธิ์ |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา