⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 270/2531

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 270/2531

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การฟ้องคดีในประเด็นที่เกี่ยวเนื่องจากมูลกรณีเดียวกันกับคดีที่ได้มีคำพิพากษาถึงที่สุดแล้ว ไม่ถือเป็นฟ้องซ้ำตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 148 วรรคแรก

ย่อคำพิพากษา

แม้คดีก่อนมีประเด็นในเรื่องโจทก์ขอแสดงกรรมสิทธิ์ที่พิพาทโดยขอให้ถอนชื่อจำเลยทั้งสองออกจากโฉนดที่พิพาทและให้โจทก์เป็นผู้ถือกรรมสิทธิ์แทน และคดีนี้มีประเด็นเฉพาะเงินค่าเช่าห้องแถวซึ่งปลูกอยู่ในที่พิพาทที่จำเลยทั้งสี่ได้เรียกเก็บจากผู้เช่าระหว่างที่จำเลยที่ 4 ครอบครองที่พิพาทก็ตามแต่ค่าเช่าดังกล่าวเป็นดอกผลของที่พิพาทซึ่งมีมาตั้งแต่เมื่อโจทก์ฟ้องในคดีก่อนประเด็นในเรื่องกรรมสิทธิ์กับประเด็นในเรื่องค่าเช่า จึงเกี่ยวเนื่องจากมูลกรณีเดียวกัน โจทก์อาจฟ้องในเรื่องค่าเช่าพร้อมกับฟ้องในเรื่องกรรมสิทธิ์ได้ กรณีจึงต้องด้วยประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 148 วรรคแรก โจทก์จะรื้อร้องฟ้องในเรื่องค่าเช่าซึ่งอยู่ในประเด็นกรรมสิทธิ์ที่พิพาทซึ่งถึงที่สุดแล้วไม่ได้เป็นฟ้องซ้ำกับคดีเรื่องก่อน

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.148

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า โจทก์จดทะเบียนเป็นนิติบุคคล มีกรรมการซึ่งได้รับแต่งตั้งจากคณะกรรมการอิสลามประจำจังหวัดนครศรีธรรมราช ๑๒ คน เดิมกรรมสิทธิ์ที่ดินตามโฉนดเป็นของนายโต๊ะหมัด และนายโต๊ะดำ คนทั้งสองอุทิศให้แก่สุเหร่าวัดคิด และสร้างสุเหร่าในที่ดิน ขณะนั้นสุเหร่าวัดคิดยังไม่ฐานะเป็นนิติบุคคล จึงไม่อาจรับโอนที่ดินดังกล่าวได้ ที่ดินจึงตกทอดมาถึงจำเลยที่ ๑ ที่ ๒ โดยรับโอนไว้แทนสุเหร่าวัดคิด ต่อมาสุเหร่าวัดคิดจดทะเบียนเป็นนิติบุคคล ซึ่งมัสยิดดุสลาม คือ โจทก์ในคดีนี้ โจทก์จึงแจ้งให้จำเลยที่ ๑ ที่ ๒ โอนที่ดินดังกล่าวให้แก่โจทก์ แต่จำเลยทั้งสองไม่ยอมโอน โจทก์จึงฟ้องจำเลยทั้งสอง ระหว่างพิพากษาจำเลยที่ ๑ ที่ ๒ และที่ ๓ กับพวกสมคบกันไม่ให้โจทก์ได้รับโอนที่ดิน โดยจัดตั้งมูลนิธิขึ้น แล้วโอนที่ดินนั้นให้แก่มูลนิธิชื่อ มุสลิมนครศรีธรรมราชวัดคิดมูลนิธิ โจทก์จึงขอให้ศาลเรียกมูลนิธิดังกล่าวเข้ามาเป็นจำเลยร่วม คดีได้ถึงที่สุดแล้ว โดยศาลฎีกาพิพากษาให้จำเลยทั้งสองถอนชื่อออกจากโฉนดทั้งสองแปลง และให้โจทก์เป็นผู้ถือกรรมสิทธิ์แทน บัดนี้โจทก์ได้รับโอนโดยถูกต้องแล้ว การที่จำเลยที่ ๑ ที่ ๒ และที่ ๓ โอนกรรมสิทธิ์ที่ดินพิพาทให้แก่มุสลิมนครศรีธรรมราชวัดคิดมูลนิธิจำเลยที่ ๔ ในคดีก่อน ทำให้โจทก์ได้รับความเสียหายไม่ได้รับดอกผลของที่ดิน กล่าวคือที่ดินทั้งสองแปลงมีห้องแถว ๒ ชั้นรวม ๑๐ ห้อง จำเลยที่ ๔ ได้เรียกเก็บค่าเช่าจากผู้เช่ารวมทั้งสิ้น ๒๒๙,๐๐๐ บาท จำเลยทั้งสี่ต้องรับผิดและส่งมอบให้โจทก์ ขอให้ศาลพิพากษาให้จำเลยทั้งสี่ร่วมกันหรือแทนกันชำระเงินดอกผลของทรัพย์โจทก์พร้อมค่าเสียหายเท่ากับอัตราดอกเบี้ยร้อยละ ๗ ครึ่งต่อปีของต้นเงินดังกล่าว จำเลยทั้งสี่ให้การว่าฟ้องโจทก์เคลือบคลุม คดีโจทก์ขาดอายุความ และฟ้องโจทก์เป็นฟ้องซ้ำกับคดีก่อน เพราะประเด็นที่จะต้องวินิจฉัยในคดีนี้อาศัยเหตุอย่างเดียวกับเหตุในคดีก่อน ขอให้พิพากษายกฟ้อง วันชี้สองสถาน คู่ความแถลงรับข้อเท็จจริงว่า จำเลยที่ ๑ ที่ ๒ เรียกเก็บค่าเช่าห้องแถว ๑๐ ห้อง ซึ่งโจทก์ฟ้องเรียกค่าเช่านั้น ก่อนที่โจทก์จะฟ้องคดีก่อน และเรียกเก็บจนกระทั่งได้โอนให้จำเลยที่ ๔ ศาลชั้นต้นเห็นว่า ข้อเท็จจริงที่รับกันพอจะวินิจฉัยคดีได้แล้วจึงให้งดสืบพยาน และวินิจฉัยว่าฟ้องโจทก์เป็นฟ้องซ้ำกับคดีก่อน พิพากษายกฟ้อง โจทก์อุทธรณ์คำพิพากษาและคำสั่ง ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ถึงแม้คดีนี้คู่ความจะพิพาทกันในเรื่องเงินค่าเช่าก็ตาม แต่เงินค่าเช่าดังกล่าวเป็นดอกผลของที่พิพาทซึ่งมีมาตั้งแต่เมื่อโจทก์ฟ้องในเรื่องกรรมสิทธิ์ที่ดินในคดีก่อน ประเด็นในเรื่องกรรมสิทธิ์กับประเด็นในเรื่องค่าเช่าจึงเกี่ยวเนื่องจากมูลกรณีเดียวกัน โจทก์อาจที่จะฟ้องในเรื่องค่าเช่าพร้อมกับฟ้องในเรื่องกรรมสิทธิ์ได้ เมื่อเป็นเช่นนี้ กรณีจึงต้องด้วยประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา ๑๔๘ วรรคแรก กล่าวคือ เมื่อคดีในเรื่องกรรมสิทธิ์ที่พิพาทถึงที่สุดแล้ว โจทก์จึงรื้อร้องฟ้องในเรื่องค่าเช่าซึ่งอยู่ในประเด็นกรรมสิทธิ์ที่พิพาทซึ่งถึงที่สุดแล้วไม่ได้ ศาลอุทธรณ์พิพากษาชอบแล้ว ฎีกาโจทก์ฟังไม่ขึ้น พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 270/2531 มัสยิดดุสลาม โจทก์ นายลาเต๊ะ พงษ์ยี่ล้า กับพวก จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - มัสยิดดุสลาม · จำเลย - นายลาเต๊ะ พงษ์ยี่ล้า กับพวก
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)ธิรพันธุ์ รัศมิทัต · ชูเชิด รักตะบุตร์ · สง่า ศิลปประสิทธิ์
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลจังหวัดนครศรีธรรมราช - นายรุ่ง เรืองโรจน์ · ศาลอุทธรณ์ - นายประศาสน์ ธำรงกาญจน์
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 2354/2566ฎีกา 2570/2554ฎีกา 345/2495ฎีกา 2779/2544ฎีกา 26/2524ฎีกา 4742/2553ฎีกา 945/2504ฎีกา 1030/2509ฎีกา 2585/2525ฎีกา 3195/2540ฎีกา 5283/2540ฎีกา 3785/2545ฎีกา 7706/2548ฎีกา 1182/2491ฎีกา 4549/2540ฎีกา 4991/2552ฎีกา 1228/2539ฎีกา 1081/2549ฎีกา 1642/2545ฎีกา 261/2506ฎีกา 1592/2521ฎีกา 218/2481ฎีกา 3895/2533ฎีกา 265/2534
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา