⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 2983/2531

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2983/2531

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การป้องกันโดยชอบด้วยกฎหมายนั้น ผู้กระทำจำต้องไม่ใช้กำลังเกินกว่ากรณีแห่งจำเป็น หากผู้กระทำใช้กำลังเกินกว่ากรณีแห่งจำเป็น การกระทำนั้นอาจเป็นความผิดฐานประมาทหรือเจตนาตามแต่กรณี

ย่อคำพิพากษา

ก่อนเกิดเหตุผู้ตายนั่งซ้อนท้ายรถจักรยานยนต์จะกลับบ้านระหว่างทางพบจำเลยขี่รถจักรยานยนต์ตามมา เมื่อเข้าใกล้กันจำเลยได้ทวงหนี้ค่าสุราจากผู้ตาย ผู้ตายเรียกให้จำเลยหยุดรถเพื่อจะใช้เงิน แต่เมื่อเข้ามาจริง ๆ ผู้ตายมีลักษณะโกรธเคือง และพูดว่าต้องสั่งสอน ผู้ตายเดินเข้าไปหาจำเลยเพื่อจะทำร้าย ปรากฏว่าผู้ตายเป็นคนรูปร่างสูงใหญ่ แข็งแรง และอ้วนกว่าจำเลย จำเลยจึงมีสิทธิป้องกันตัวไม่ให้ถูกทำร้าย แต่การป้องกันตัวของจำเลยดังกล่าวจำเลยได้ใช้อาวุธปืนซึ่งเป็นอาวุธร้ายแรงยิงผู้ตายซึ่งเชื่อว่ามีเพียงมือเปล่าเท่านั้น จึงเป็นการป้องกันเกินสมควรแก่เหตุการกระทำของจำเลยเป็นความผิดฐานฆ่าผู้อื่นโดยป้องกันตัวเกินสมควรแก่เหตุตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 288 ประกอบด้วยมาตรา 69

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายอาญา ม.68 ประมวลกฎหมายอาญา ม.69 ประมวลกฎหมายอาญา ม.288

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา288 จำเลยให้การปฏิเสธ ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 288 ประกอบด้วยมาตรา 69 ให้จำคุก6 ปี จำเลยให้การรับสารภาพชั้นจับกุมเป็นเหตุบรรเทาโทษลดโทษให้หนึ่งในสามตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 จำคุก4 ปี โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 288 จำคุก 20 ปี ลดโทษให้หนึ่งในสี่คงจำคุก 15 ปี จำเลยฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "ข้อเท็จจริงรับกันว่า จำเลยใช้ปืนยิงผู้ตายถึงแก่ความตายจริง คดีคงมีปัญหาว่า การกระทำของจำเลยเป็นการป้องกันตัวเกินสมควรแก่เหตุ ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 69หรือไม่ ปัญหานี้โจทก์มีนายปรีชาซึ่งเป็นประจักษ์พยานปากเดียวเบิกความว่าผู้ตายลงจากรถจักรยานยนต์แล้วเดินเข้าไปหาจำเลยเมื่อผู้ตายเข้าไปใกล้จำเลยจำเลยพูดขึ้นว่า "อย่าเข้ามา อย่าเข้ามา"แต่ผู้ตายยังคงเดินเข้าไปเมื่อเข้าใกล้ประมาณ 1 วา จำเลยชักปืนยิง 1 นัด ผู้ตายล้มลง ตามคำพยานโจทก์ปากนี้ ฟังได้ชัดเจนว่าผู้ตายเดินเข้าไปหาจำเลย แต่มีปัญหาว่าผู้ตายเดินเข้าไปหาจำเลยทำไม จำเลยว่าผู้ตายเรียกให้หยุดรถเพื่อจะใช้เงินแต่เมื่อเข้ามาจริง ๆ ผู้ตายมีลักษณะโกรธเคือง และพูดว่าต้องสั่งสอน คำของพยานโจทก์จึงเจือสมฝ่ายจำเลยว่า ผู้ตายเข้าไปหาจำเลยเพื่อจะทำร้ายและปรากฏตามคำนายปรีชาพยานโจทก์ว่าผู้ตายเป็นคนรูปร่างสูงใหญ่แข็งแรงและอ้วนกว่าจำเลย จำเลยจึงมีสิทธิป้องกันตัวไม่ให้ถูกทำร้ายแต่การป้องกันตัวของจำเลยดังกล่าวจำเลยได้ใช้อาวุธปืนซึ่งเป็นอาวุธร้ายแรงยิงผู้ตายซึ่งเชื่อว่ามีเพียงมือเปล่าเท่านั้น เพราะไม่ปรากฏว่าใครเห็นว่าผู้ตายมีอาวุธจึงเป็นการป้องกันเกินสมควรแก่เหตุ การกระทำของจำเลยเป็นความผิดฐานฆ่าผู้อื่น ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 288 โดยป้องกันตัวเกินสมควรแก่เหตุ ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 69 ฎีกาจำเลยฟังขึ้น" พิพากษาแก้เป็นว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 288 ประกอบด้วยมาตรา 69 ให้จำคุก 10 ปี จำเลยให้การรับสารภาพในชั้นจับกุมเป็นประโยชน์แก่การพิจารณา เป็นเหตุบรรเทาโทษสมควรลดโทษให้หนึ่งในสี่ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78คงจำคุกจำเลย 7 ปี 6 เดือน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2983/2531 อัยการ พัทลุง โจทก์ นาย ประคอง ไมยรัตน์หรือไมย์รัตน์ จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - อัยการ พัทลุง · จำเลย - นาย ประคอง ไมยรัตน์หรือไมย์รัตน์
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)ไมตรี กลั่นนุรักษ์ · วิฑูรย์ ตั้งตรงจิตต์ · ประวิทย์ ขัมภรัตน์
แหล่งที่มาเนติบัณฑิตยสภา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 1203/2482ฎีกา 2669/2538ฎีกา 1597/2522ฎีกา 2530/2527ฎีกา 180/2554ฎีกา 138/2532ฎีกา 268/2482ฎีกา 593/2510ฎีกา 1336/2553ฎีกา 619/2513ฎีกา 226/2529ฎีกา 2015/2521ฎีกา 1268/2515ฎีกา 1162/2508ฎีกา 235/2499ฎีกา 551/2514ฎีกา 9308/2546ฎีกา 2470/2515ฎีกา 3237/2543ฎีกา 1005/2532ฎีกา 7601/2540ฎีกา 1082/2511ฎีกา 1165/2537ฎีกา 3380/2531
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · เนติบัณฑิตยสภา