⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 3030/2531

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3030/2531

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
1. การที่โจทก์บรรยายฟ้องโดยระบุสภาพแห่งข้อหา คำขอบังคับ และข้ออ้างที่อาศัยเป็นหลักแห่งข้อหาอย่างชัดแจ้งแล้ว แม้จะมิได้แนบเอกสารที่อ้างถึงมาด้วย ก็ไม่ทำให้ฟ้องเคลือบคลุม 2. การแสดงเจตนาลวงโดยสมรู้กันระหว่างคู่กรณี เป็นนิติกรรมโมฆะตามกฎหมาย

ย่อคำพิพากษา

ฟ้องโจทก์บรรยายชัดแจ้งซึ่งสภาพแห่งข้อหา คำขอบังคับและข้ออ้างที่อาศัยเป็นหลักแห่งข้อหาแล้ว แม้มิได้แนบเอกสารสัญญาซื้อขายที่ได้กล่าวอ้างถึงก็หาทำให้ฟ้องโจทก์เคลือบคลุมไม่ จำเลยที่ 1 จดทะเบียนขายที่พิพาทให้จำเลยที่ 2 โดยมิได้มีเจตนาซื้อขายกันจริงจัง แต่เป็นการแสดงเจตนาลวงโดยสมรู้กันเท่านั้น การซื้อขายดังกล่าวจึงเป็นโมฆะตาม ป.พ.พ. มาตรา 118 วรรคแรก

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.172 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.118

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยที่ ๑ ได้ขายที่ดิน ๑ แปลงให้แก่โจทก์และส่งมอบการครอบครองให้แก่โจทก์แล้ว ต่อมาจำเลยที่ ๒ กับบริวารเข้าไปตัดฟันต้นไม้ในที่ดินดังกล่าวอ้างว่าซื้อที่ดินดังกล่าวมาจากจำเลยที่ ๑ โจทก์ตรวจสอบแล้วปรากฏว่าจำเลยที่ ๑ ได้รับโฉนดที่ดินแล้วโอนขายให้จำเลยที่ ๒ การกระทำของจำเลยทั้งสองเป็นการแสดงเจตนาลวงสมรู้กันฉ้อฉลโจทก์ ขอให้พิพากษาว่าที่ดินเป็นของโจทก์ ห้ามจำเลยทั้งสองเข้าเกี่ยวข้อง ให้เพิกถอนนิติกรรมซื้อขายที่ดินระหว่างจำเลยทั้งสองและให้จำเลยที่ ๑ โอนกรรมสิทธิ์ที่ดินให้โจทก์ หากไม่โอนก็ให้ถือเอาคำพิพากษาาเป็นการแสดงเจตนาแทน จำเลยทั้งสองให้การว่า จำเลยที่ ๑ ไม่เคยขายที่ดินให้โจทก์แต่ขายให้จำเลยที่ ๒ และจำเลยที่ ๒ เข้าครอบครองที่ดินพิพาท การซื้อขายกระทำโดยสุจริต เสียค่าตอบแทนฟ้องโจทก์เคลือบคลุมกละขาดอายุความ ศาลชั้นต้นพิพากษาว่าที่ดินเป็นของโจทก์ ห้ามจำเลยและบริวารเกี่ยวข้อง ให้เพิกถอนนิติกรรมโอนขายระหว่างจำเลยทั้งสองให้จำเลยที่ ๑ จดทะเบียนโอนที่พิพาทให้โจทก์หากไม่ไปให้ถือคำพิพากษาเป็นการแสดงเจตนาของจำเลยที่ ๑ จำเลยทั้งสองอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน จำเลยทั้งสองฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า จำเลยทั้งสองฎีกาว่า ฟ้องโจทก์เคลือบคลุม เพราะโจทก์ฟ้องคดีอ้างว่าซื้อที่ดินพิพาทจากจำเลยที่ ๑ แต่โจทก์มิได้แนบเอกสารไปกับคำฟ้อง เห็นว่า เมื่อฟ้องโจทก์ได้บรรยายชัดแจ้งซึ่งสภาพแห่งข้อหาคำขอบังคับ และข้ออ้างที่อาศัยเป็นหลักแห่งข้อหาแล้ว แม้มิได้แนบเอกสารสัญญาซื้อขายที่ได้กล่าวอ้างถึงก็หาทำให้ฟ้องโจทก์เคลือบคลุมไม่ ฯลฯ สำหรับประเด็นข้อ ๓ นั้น เห็นว่า เมื่อได้วินิจฉัยมาแล้วว่า จำเลยที่ ๑ ได้ขายที่ดินพิพาทและมอบการครอบครองให้โจทก์แล้วตั้งแต่ปี พ.ศ. ๒๕๒๒ โดยมีข้อตกลงกันว่าจะโอนให้โจทก์ จำเลยที่ ๑ ย่อมทราบดีว่าตนมีข้อผูกพันที่จะต้องโอนที่ดินให้โจทก์ไม่อาจจะเอาไปโอนให้บุคคลอื่นได้ และนายคำตา ขันดี พยานโจทก์เบิกความว่า ชาวบ้านโดยทั่วไปรวมทั้งจำเลยที่ ๒ ด้วย ทราบเรื่องที่โจทก์ซื้อที่พิพาทจากจำเลยที่ ๑ และต่างเห็นโจทก์เข้าทำประโยชน์ในที่ดินพิพาทตลอดมา ซึ่งจำเลยที่ ๒ ก็เบิกความว่า ที่ดินพิพาทอยู่ห่างบ้านจำเลยประมาณ ๑ เส้นเศษ นอกจากนี้ในสัญญาซื้อขายระหว่างจำเลยทั้งสองก็มีราคาซื้อขายกันเพียง ๒,๐๐๐ บาท แม้จะนำสืบว่าชำระกันแล้ว ๙,๐๐๐ บาท ก็เป็นเรื่องกล่าวอ้วงกันง่าย ๆ ไม่มีน้ำหนักให้รับฟังพฤติการณ์ต่าง ๆ ดังกล่าวมาแล้วเชื่อว่าที่ได้มีการจดทะเบียนซื้อขายที่พิพาทระหว่างจำเลยทั้งสองนั้นเป็นเรื่องมิได้มีเจตนาซื้อขายกันจริงจัง หากแต่เป็นการแสดงเจตนาลวงโดยสมรู้กันเท่านั้น ซึ่งย่อมเป็นโมฆะตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา ๑๑๘ วรรคแรก ฯลฯ พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3030/2531 นายคูณ โสดาโคตร โจทก์ นายเภา เหมาะสมาน กับพวก จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นายคูณ โสดาโคตร · จำเลย - นายเภา เหมาะสมาน กับพวก
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)นิเวศน์ คำผอง · สหัส สิงหวิริยะ · มงคล เปาอินทร์
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลจังหวัดศรีสะเกษ - นายประเสริฐ เขียนนิลศิริ · ศาลอุทธรณ์ - นายไมตรีย์ โมรรัต
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 767/2518ฎีกา 2749/2538ฎีกา 681/2506ฎีกา 610/2520ฎีกา 5473/2548ฎีกา 1415/2540ฎีกา 272/2490ฎีกา 3542/2545ฎีกา 6105/2531ฎีกา 56/2520ฎีกา 1896/2492ฎีกา 991/2548ฎีกา 3649/2525ฎีกา 7051/2540ฎีกา 1145/2512ฎีกา 2170/2517ฎีกา 2224/2528ฎีกา 1959/2529ฎีกา 848/2534ฎีกา 119/2532ฎีกา 1687/2497ฎีกา 1189/2495ฎีกา 1620/2492ฎีกา 1510/2520
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา