⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 3806/2531

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3806/2531

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การฝ่าฝืนระเบียบข้อบังคับเกี่ยวกับการทำงานอย่างขัดแจ้งและเป็นกรณีร้ายแรง เป็นเหตุให้ลูกจ้างสมควรถูกเลิกจ้างโดยนายจ้างไม่ต้องจ่ายค่าชดเชย

ย่อคำพิพากษา

จำเลยได้กำหนดระเบียบปฏิบัติเกี่ยวกับการจัดหาวัสดุอุปกรณ์การเกษตรเป็นเงินสดว่า ให้หัวหน้าหน่วยอำเภอเป็นผู้เก็บรักษาเงินสดที่ได้จากการจัดหาวัสดุอุปกรณ์และเป็นผู้รับผิดชอบส่งเงินสดที่มีจำนวนตั้งแต่ 1,000 บาท ขึ้นไปฝากธนาคารหรือส่งให้สาขา โจทก์เป็นหัวหน้าหน่วยสินเชื่ออำเภอสุไหงปาดีมีหน้าที่รับผิดชอบด้านการเงิน จึงต้องปฏิบัติตามระเบียบข้อบังคับดังกล่าวอย่างเคร่งรัด มิฉะนั้นแล้วจะส่งผลกระทบกระเทือนไปถึงความเชื่อถือของประชาชนที่มีต่อกิจการธนาคารของจำเลย จนอาจทำให้ไม่สามารถดำรงอยู่ต่อไปได้ การที่โจทก์รับเงินจากลุกค้าการเกษตรไว้จำนวน 1,074 บาท แม้จะเกินจำนวนที่โจทก์สามารถเก็บรักษาไว้ได้โดยไม่ต้องส่งฝากเข้าบัญชีเงินฝากของสาขาเพียง 74 บาท แต่เมื่อโจทก์ส่งฝากเข้าบัญชีสาขาล่าช้าถึง 5 วัน ทั้งที่โจทก์สามารถนำเงินไปฝากได้ทันทีตามกำหนดนั้น ถือได้ว่าโจทก์จงใจฝ่าฝืนระเบียบข้อบังคับเกี่ยวกับการทำงานของจำเลยอย่างขัดแจ้งอันเป็นกรณีร้ายแรงตามประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่อง การคุ้มครองแรงงาน ข้อ 47 (3) จำเลยสามารถเลิกจ้างโจทก์ได้โดยไม่ต้องจ่ายค่าชดเชย

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่อง การคุ้มครองแรงงาน ม.47

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องขอให้บังคับจำเลยจ่ายค่าเสียหายเนื่องจากเลิกจ้างโดยไม่เป็นธรรม ค่าชดเชย และค่าสินจ้างแทนการบอกกล่าวล่วงหน้ารวมเป็นเงิน ๒,๓๙๐,๘๘๐ บาท พร้อมดอกเบี้ยให้แก่โจทก์ จำเลยให้การว่า เลิกจ้างโจทก์เพราะโจทก์จงใจไม่ปฏิบัติตามวิธีปฏิบัติเกี่ยวกับการจัดหาวัสดุอุปกรณ์การเกษตรเป็นเงินสด ซึ่งเป็นการกระทำผิดวินัยเป็นกรณีร้ายแรง จำเลยไม่ต้องจ่ายเงินตามฟ้องให้แก่โจทก์ ศาลแรงงานกลางพิพากษาให้จำเลยจ่ายค่าชดเชยแก่โจทก์เป็นเงิน ๔๘,๙๖๐ บาท พร้อมด้วยดอกเบี้ยร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปีนับแต่วันฟ้องจนกว่าจะชำระเสร็จให้แก่โจทก์ คำขออื่นนอกจากนี้ให้ยก จำเลยอุทธรณ์ต่อศาลฎีกา ศาลฎีกาแผนกคดีแรงงานวินิจฉัยว่า จำเลยได้กำหนดวิธีปฏิบัติเกี่ยวกับการจัดหาวัสดุอุปกรณ์การเกษตรเป็นเงินสดตามหนังสือที่ ๐๔๑๔/ว ๙๔ ลงวันที่ ๔ กรกฎาคม ๒๕๒๙ ตามเอกสารหมาย ล.๕ ข้อ ๑.๒.๓ ว่า " ให้หัวหน้าหน่วยอำเภอเป็นผู้เก็บรักษาเงินสดที่ได้จากการจัดหาวัสดุอุปกรณ์การเกษตร และเป็นผู้รับผิดชอบส่งฝากเข้าบัญชีเงินฝากของสาขาที่ธนาคารพาณิชย์หรือส่งให้สาขาทางไปรษณีย์ธนาณัติทุกวันทำการ อย่างไรก็ตามถ้าในวันใดวันหนึ่งมีจำนวนเงินสดไม่ถึง ๑,๐๐๐ บาท หัวหน้าหน่วยอำเภออาจพิจารณาเก็บรักษาไว้ก่อนได้ จนกว่าจะมีจำนวนเงินสดตั้งแต่ ๑,๐๐๐ บาทขึ้นไป จึงนำเงินทั้งหมดไปฝากธนาคารหรือส่งให้สาขาทางไปรษณีย์ธนาณัติตามที่กล่าวข้างต้น?" สำหรับกรณีของโจทก์ได้ความว่าโจทก์ได้รับชำระเงินค่าขายข้าวสารไว้จากลูกค้าเมื่อวันที่ ๒ กรกฎาคม ๒๕๓๐ มีจำนวน ๑,๐๗๔ บาท แต่โจทก์เพิ่งนำเงินจำนวนดังกล่าวส่งฝากเข้าบัญชีสาขาในวันที่ ๗ กรกฎาคม ๒๕๓๐ การกระทำของโจทก์จึงเป็นการปฏิบัติฝ่าฝืนระเบียบข้อบังคับเกี่ยวกับการทำงานของจำเลยผู้เป็นนายจ้างอย่างชัดแจ้ง แม้จะได้ความตามข้อเท็จจริงที่ศาลแรงงานกลางฟังมาว่า ในวันที่รับชำระเงินไว้จากลูกค้าโจทก์อยู่คนเดียว ศาลแรงงานกลางก็ฟังว่า ถือไม่ได้ว่าเหตุอ้างดังกล่าวเป็นข้อแสดงว่าโจทก์มิได้มีเจตนาจะฝ่าฝืนระเบียบข้อบังคับเกี่ยวกับการทำงานของจำเลย อีกนัยหนึ่งก็คือโจทก์จงใจไม่ปฏิบัติตามระเบียบข้อบังคับของธนาคารนั่นเอง การกระทำของโจทก์ดังกล่าวศาลฎีกาเห็นว่าโจทก์มีหน้าที่ต้องรับผิดชอบด้านการเงิน จึงมีความจำเป็นอย่างยิ่งที่ต้องปฏิบัติตามระเบียบข้อบังคับของจำเลยเกี่ยวกับการเงินอย่างเคร่งครัด มิฉะนั้นแล้วจะส่งผลกระทบกระเทือนไปถึงความเชื่อถือของประชาชนอันมีต่อกิจการของจำเลยซึ่งเป็นกิจการธนาคาร ถึงขนาดที่ในที่สุดอาจทำให้กิจการของจำเลยไม่สามารถดำรงอยู่ต่อไปได้ จริงอยู่จำนวนเงินที่โจทก์รับไว้จากลูกค้ามีจำนวนเพียง ๑,๐๗๔ บาท เกินกว่าจำนวนเงินที่โจทก์สามารถเก็บรักษาไว้ได้โดยไม่ต้องส่งฝากเข้าบัญชีเงินฝากของสาขาที่ธนาคารพาณิชย์ฯ เพียง ๗๔ บาท แต่ตามข้อเท็จจริงที่ศาลแรงงานกลางฟังมานั้น ฟังได้ว่า การที่โจทก์แม้จะอยู่คนเดียวในบ่ายวันที่ ๒ กรกฎาคม ๒๕๓๐ อันเป็นวันที่โจทก์ได้รับเงินไว้จากลูกค้า เหตุและข้ออ้างดังกล่าวยังไม่ถึงกับเป็นข้อขัดขวางการนำเงินส่งเข้าบัญชีแต่อย่างใด หมายความว่าแม้โจทก์จะอยู่คนเดียวก็ยังสามารถนำเงินส่งฝากเข้าบัญชีเงินฝากของสาขาที่ธนาคารพาณิชย์ฯ ได้ตามระเบียบ แต่โจทก์หาได้กระทำไม่ จงใจไม่ปฏิบัติตามระเบียบอย่างเห็นได้ชัด การกระทำของโจทก์เช่นนี้ถือได้ว่าเป็นการฝ่าฝืนข้อบังคับหรือระเบียบเกี่ยวกับการทำงานของนายจ้างอันเป็นกรณีร้ายแรงตามประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่อง การคุ้มครองแรงงานลงวันที่ ๑๖ เมษายน ๒๕๑๕ ข้อ ๔๗ แล้ว จำเลยสามารถเลิกจ้างโจทก์ได้โดยไม่ต้องจ่ายค่าชดเชย พิพากษาแก้เป็นว่า ให้ยกคำขอของโจทก์ที่ให้จำเลยจ่ายค่าชดเชยแก่โจทก์เสียด้วย นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลแรงงานกลาง ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3806/2531 นายชาดก ณ สงขลา โจทก์ ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร ล.

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นายชาดก ณ สงขลา · ล. - ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)วิศิษฏ์ ลิมานนท์ · จุนท์ จันทรวงศ์ · สุพจน์ นาถะพินธุ
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลแรงงานกลาง - นายเกษม วิลาวรรณ · ศาลอุทธรณ์
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 3371/2527ฎีกา 3591/2529ฎีกา 674/2526ฎีกา 2599/2541ฎีกา 2542/2533ฎีกา 3070/2529ฎีกา 4921/2532ฎีกา 3431/2542ฎีกา 2411-2415/2529ฎีกา 97-98/2529ฎีกา 2257/2543ฎีกา 3117/2543ฎีกา 1352/2542ฎีกา 3908/2524ฎีกา 3852/2535ฎีกา 3903/2524ฎีกา 4042/2542ฎีกา 2030/2528ฎีกา 3199/2525ฎีกา 295/2541ฎีกา 3026/2538ฎีกา 2746/2531ฎีกา 116/2543ฎีกา 4490/2529
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา