คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4468/2531
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
เจ้าพนักงานท้องถิ่นมีอำนาจสั่งระงับการก่อสร้างอาคารที่ฝ่าฝืนกฎหมายได้ หากการกระทำนั้นยังคงมีอยู่ หรือหากก่อสร้างเสร็จแล้วแต่ไม่สามารถแก้ไขให้ถูกต้องตามกฎหมายได้ ก็ให้สั่งรื้อถอน แต่หากสามารถแก้ไขให้ถูกต้องได้ ให้สั่งให้ดำเนินการแก้ไขให้ถูกต้อง
ย่อคำพิพากษา
บทบัญญัติมาตรา 40 วรรคแรก แห่งพระราชบัญญัติควบคุมอาคาร พ.ศ. 2522 ที่ว่าในกรณีที่มีการฝ่าฝืนมาตรา 21 มาตรา 22 มาตรา 24 หรือมีการก่อสร้าง ดัดแปลง หรือเคลื่อนย้ายอาคารโดยฝ่าฝืนมาตรา 31 ให้เจ้าพนักงานท้องถิ่นมีอำนาจสั่งให้เจ้าของหรือผู้ครอบครองอาคาร ผู้ดำเนินการหรือผู้ควบคุมงาน แล้วแต่กรณี ระงับการกระทำนั้นได้นั้นมีความมุ่งหมายใช้บังคับแก่กรณีที่การดำเนินการฝ่าฝืนกฎหมายยังคงมีอยู่ เพื่อมิให้มีการปฏิบัติฝ่าฝืนต่อไป จึงให้เจ้าพนักงานท้องถิ่นมีอำนาจสั่งให้ระงับหรือยุติการกระทำที่ฝ่าฝืนนั้นเสีย
ในกรณีที่การกระทำหรือการก่อสร้างเสร็จแล้ว ต้องพิจารณาว่าการกระทำนั้นสามารถแก้ไขเปลี่ยนแปลงให้ถูกต้องตามที่บัญญัติในมาตรา 42 วรรคแรก และมาตรา 43 วรรคแรกได้หรือไม่ ถ้าเป็นกรณีที่ไม่สามารถแก้ไขเปลี่ยนแปลงให้ถูกต้องได้ ก็ให้เจ้าพนักงานท้องถิ่นสั่งให้รื้อถอนและดำเนินการตามมาตรา 42 แต่ถ้าเป็นกรณีที่สามารถแก้ไขเปลี่ยนแปลงให้ถูกต้องได้ ก็ให้เจ้าพนักงานท้องถิ่นสั่งให้เจ้าของอาคารยื่นคำขอรับใบอนุญาตหรือสั่งให้เจ้าของอาคารหรือผู้ดำเนินการแก้ไขเปลี่ยนแปลงอาคารนั้นให้ถูกต้องและดำเนินการตามมาตรา 43 ต่อไป
เจ้าพนักงานท้องถิ่นสั่งให้จำเลยซึ่งเป็นเจ้าของระงับการก่อสร้างอาคารเพื่อพานิชยกรรมและพักอาศัยที่ผิดไปจากแบบแปลนที่ได้รับอนุญาตแก้ไขอาคารที่ทำการก่อสร้างให้ถูกต้องตามแบบแปลนที่ได้รับอนุญาตภายใน 45 วันนั้น เป็นเรื่องที่เจ้าพนักงานท้องถิ่นสั่งการโดยอาศัยอำนาจตามพระราชบัญญัติควบคุมอาคาร พ.ศ. 2522 มาตรา 43 วรรคแรก เมื่อมีคำสั่งภายหลังจากที่จำเลยก่อสร้างอาคารเสร็จไปแล้ว ในกรณีเช่นนี้ไม่มีบทบัญญัติว่าการฝ่าฝืนคำสั่งของเจ้าพนักงานท้องถิ่นเป็นความผิดและกำหนดโทษไว้แต่อย่างใด การที่จำเลยไม่ปฏิบัติตามคำสั่ง จึงไม่เป็นความผิดฐานไม่ปฏิบัติตามคำสั่งของเจ้าพนักงานท้องถิ่น
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
พระราชบัญญัติควบคุมอาคาร พ.ศ.2522 ม.40 พระราชบัญญัติควบคุมอาคาร พ.ศ.2522 ม.41 พระราชบัญญัติควบคุมอาคาร พ.ศ.2522 ม.42 พระราชบัญญัติควบคุมอาคาร พ.ศ.2522 ม.43
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามพระราชบัญญัติควบคุมอาคาร พ.ศ. ๒๕๒๒ มาตรา ๔, ๓๑, ๔๐, ๖๕, ๖๗, ๗๐ ข้อบัญญัติกรุงเทพมหานคร เรื่อง ควบคุมการก่อสร้างอาคาร พ.ศ. ๒๕๒๒ หมวด ๕ ข้อ ๓๒ ขอให้ปรับจำเลยวันละ ๕,๐๐๐ บาท จำนวน ๑๖๐ วัน เป็นเงิน ๘๐๐,๐๐๐ บาท
จำเลยให้การรับสารภาพ
ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามพระราชบัญญัติควบคุมอาคาร พ.ศ. ๒๕๒๒ มาตรา ๔, ๓๑, ๔๐, ๖๕, ๗๐ ข้อบัญญัติกรุงเทพมหานคร เรื่อง ควบคุมการก่อสร้างอาคาร พ.ศ. ๒๕๒๒ หมวด ๕ ข้อ ๓๒ ฐานก่อสร้างอาคารเพื่อพาณิชยกรรมผิดไปจากแบบแปลนที่ได้รับอนุญาต จำคุก ๖ เดือน ปรับ ๒๐,๐๐๐ บาท ฐานไม่ปฏิบัติตามคำสั่งของพนักงานท้องถิ่นลงโทษปรับวันละ ๕,๐๐๐ บาท นับแต่วันฝ่าฝืนจนถึงวันฟ้อง แต่โจทก์ขอให้ปรับเพียง ๑๖๐ วัน จึงลงโทษปรับไม่เกินตามที่โจทก์ขอเป็นเงินรวม ๘๐๐,๐๐๐ บาท รวมโทษจำคุก ๖ เดือน ปรับ ๘๒๐,๐๐๐ บาท รับลดกึ่งตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๗๘ คงจำคุก ๓ เดือน ปรับ ๔๑๐,๐๐๐ บาท โทษจำคุกรอการลงโทษไว้ ๒ ปี ไม่ชำระค่าปรับให้กักขังแทนมีกำหนด ๒ ปี ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๒๙, ๓๐
จำเลยอุทธรณ์
ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า จำเลยไม่มีความผิดข้อหาฐานไม่ปฏิบัติตามคำสั่งของเจ้าพนักงานท้องถิ่น ตามพระราชบัญญัติควบคุมอาคาร พ.ศ. ๒๕๒๒ มาตรา ๔, ๓๑, ๔๐ วรรคหนึ่ง, ๖๗, ๗๐ ข้อบัญญัติกรุงเทพมหานคร เรื่องควบคุมการก่อสร้างอาคาร พ.ศ. ๒๕๒๒ หมวด ๔ ข้อ ๓๒ คงจำคุกจำเลย ๓ เดือน ปรับ ๑๐,๐๐๐ บาท ฐานก่อสร้างอาคารเพื่อพาณิชยกรรมผิดไปจากแบบแปลนที่ได้รับอนุญาตตามพระราชบัญญัติควบคุมอาคาร พ.ศ. ๒๕๒๒ มาตรา ๔, ๓๑, ๖๕ วรรคหนึ่ง, ๗๐ นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น
โจทก์ฎีกา
ศาลฎีกาวินิจฉัยข้อกฎหมายว่า พระราชบัญญัติควบคุมอาคาร พ.ศ. ๒๕๒๒ มาตรา ๔๐ วรรคแรก บัญญัติว่า "ในกรณีที่มีการฝ่าฝืนมาตรา ๒๑ มาตรา ๒๒ มาตรา ๒๔ หรือมีการก่อสร้าง ดัดแปลง หรือเคลื่อนย้ายอาคารโดยฝ่าฝืนมาตรา ๓๑ ให้เจ้าพนักงานท้องถิ่นมีอำนาจสั่งให้เจ้าของหรือผู้ครอบครองอาคาร ผู้ดำเนินการ หรือผู้ควบคุมงาน แล้วแต่กรณี ระงับการกระทำนั้นได้......" บทบัญญัติมาตรานี้มีความมุ่งหมายใช้บังคับแก่กรณีที่การดำเนินการฝ่าฝืนกฎหมายยังคงมีอยู่ เพื่อมิให้มีการปฏิบัติฝ่าฝืนต่อไป จึงให้เจ้าพนักงานท้องถิ่นมีอำนาจสั่งให้ระงับหรือยุติการกระทำที่ฝ่าฝืนนั้นเสีย สำหรับการกระทำหรือการก่อสร้างที่ทำไปแล้วจะต้องดำเนินการอย่างไรต่อไปนั้น จะต้องพิจารณาว่า การกระทำนั้นสามารถแก้ไขเปลี่ยนแปลงให้ถูกต้องตามที่บัญญัติในมาตรา ๔๒ วรรคแรก และมาตรา ๔๓ วรรคแรกได้หรือไม่ หากเป็นกรณีที่ไม่สามารถแก้ไขเปลี่ยนแปลงให้ถูกต้องได้ ก็ให้เจ้าพนักงานท้องถิ่นมีอำนาจสั่งให้รื้อถอน และดำเนินการตามมาตรา ๔๒ ต่อไป ถ้าหากเป็นกรณีที่สามารถแก้ไขเปลี่ยนแปลงให้ถูกต้องได้ ก็ให้เจ้าพนักงานท้องถิ่นมีอำนาจสั่งให้เจ้าของอาคารยื่นคำขอรับใบอนุญาตหรือสั่งให้เจ้าของอาคารหรือผู้ดำเนินการ ดำเนินการแก้ไขเปลี่ยนแปลงอาคารนั้นให้ถูกต้องและดำเนินการตามมาตรา ๔๓ ต่อไป สำหรับคดีนี้ ตามฟ้องโจทก์ ข้อ ๑ (ข) ระบุว่า เจ้าพนักงานท้องถิ่นได้สั่งให้จำเลยซึ่งเป็นเจ้าของระงับการก่อสร้างอาคารเพื่อพาณิชยกรรมและพักอาศัยที่ผิดไปจากแบบแปลนที่ได้รับอนุญาตดังกล่าวในฟ้อง ข้อ ๑ (ก) แก้ไขอาคารที่ทำการก่อสร้างห้องออกให้ถูกต้องตามแบบแปลนที่ได้รับอนุญาตภายใน ๔๕ วัน...... เห็นว่า คำสั่งของเจ้าพนักงานท้องถิ่นดังกล่าวจึงเป็นเรื่องที่เจ้าพนักงานท้องถิ่นสั่งการโดยอาศัยอำนาจตามพระราชบัญญัติควบคุมอาคาร พ.ศ. ๒๕๒๒ มาตรา ๔๓ วรรคแรกให้จำเลยแก้ไขเปลี่ยนแปลงอาคารที่ก่อสร้างให้ถูกต้อง หลังจากที่จำเลยก่อสร้างอาคารเสร็จไปแล้ว ซึ่งในกรณีนี้หามีบทบัญญัติว่าการฝ่าฝืนคำสั่งเจ้าพนักงานท้องถิ่นเป็นความผิด และกำหนดโทษไว้แต่อย่างใดไม่ การกระทำของจำเลยตามฟ้อง ข้อ ๑ (ข) จึงไม่เป็นความผิด
พิพากษายืน
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4468/2531
พนักงานอัยการ กรมอัยการ โจทก์
นายสุเทพ กนกกันทรากร ล.
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - พนักงานอัยการ กรมอัยการ · ล. - นายสุเทพ กนกกันทรากร |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | อรรถวิทย์ วรรธนวินิจ · ธิรพันธุ์ รัศมิทัต · สมบูรณ์ ฤกษ์สำราญ |
| ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ | ศาลอาญาธนบุรี - นายชัยเจริญ ดุษฎีพร · ศาลอุทธรณ์ - นายชลิต ประไพศาล |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา