⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 784/2531

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 784/2531

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การที่จำเลยไม่ปฏิบัติตามคำสั่งของเจ้าพนักงานท้องถิ่นให้ระงับการก่อสร้าง ถือเป็นความผิดอีกกรรมหนึ่งต่างหากจากการก่อสร้างอาคารโดยไม่ได้รับอนุญาต

ย่อคำพิพากษา

โจทก์ได้บรรยายฟ้องไว้ชัดแจ้งว่าจำเลยกระทำผิดกฎหมายหลายกรรมต่างกัน และในคำฟ้องข้อ 1 ก. ก็บรรยายไว้ด้วยว่าเจ้าพนักงานท้องถิ่นมีคำสั่งให้จำเลยระงับการก่อสร้างอาคาร จำเลยได้รับคำสั่งในวันที่ 27 มกราคม 2528 แต่จำเลยมิได้ปฏิบัติตามคำสั่งของเจ้าพนักงานท้องถิ่นภายในกำหนด ซึ่งถือว่าจำเลยฝ่าฝืนคำสั่งของเจ้าพนักงานท้องถิ่น จำเลยจึงมีความผิดอีกกรรมหนึ่งต่างหากจากการก่อสร้างอาคารโดยไม่ได้รับอนุญาต โจทก์บรรยายฟ้องแต่เพียงว่า การก่อสร้างอาคารของจำเลยไม่ขัดต่อกฎกระทรวง ไม่อาจหมายความไปถึงว่าเป็นอาคารที่ก่อสร้างเสร็จแล้ว โจทก์บรรยายฟ้องไว้ชัดแจ้งว่าเจ้าพนักงานท้องถิ่นมีคำสั่งให้จำเลยระงับการก่อสร้างอาคาร จำเลยมิได้ปฏิบัติตามคำสั่งของเจ้าพนักงานท้องถิ่น ดังนี้มีความหมายอยู่ในตัวว่าจำเลยฝ่าฝืนคำสั่งเจ้าพนักงานท้องถิ่นโดยทำการก่อสร้างต่อไปอีก.(ที่มา-ส่งเสริมฯ)

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายอาญา ม.91 พระราชบัญญัติควบคุมอาคาร พ.ศ.2522 ม.21 พระราชบัญญัติควบคุมอาคาร พ.ศ.2522 ม.40 พระราชบัญญัติควบคุมอาคาร พ.ศ.2522 ม.43 พระราชบัญญัติควบคุมอาคาร พ.ศ.2522 ม.65 พระราชบัญญัติควบคุมอาคาร พ.ศ.2522 ม.67 พระราชบัญญัติควบคุมอาคาร พ.ศ.2522 ม.69

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยกระทำผิดหลายกรรม เมื่อระหว่างวันที่ 25พฤศจิกายน 2527 ถึงวันที่ 26 พฤศจิกายน 2527 จำเลยได้ก่อสร้างอาคารโดยไม่ได้รับอนุญาต เจ้าพนักงานท้องถิ่นมีคำสั่งให้จำเลยระงับการก่อสร้าง จำเลยได้รับคำสั่งแล้วไม่ปฏิบัติตาม เจ้าพนักงานท้องถิ่นพิจารณาเห็นว่าการก่อสร้างอาคารของจำเลยไม่ขัดต่อกฎกระทรวง จึงมีคำสั่งให้จำเลยยื่นคำขอรับใบอนุญาตก่อสร้างต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ภายใน 30 วัน จำเลยได้รับคำสั่งแล้วไม่ปฏิบัติตาม และเมื่อระหว่างวันที่ 1 กรกฎาคม 2528 ถึงวันที่ 31กรกฎาคม 2528 จำเลยได้ทำการก่อสร้างอาคารโดยไม่ได้รับอนุญาตอีก ขอให้ลงโทษตามพระราชบัญญัติควบคุมอาคาร มาตรา 4, 21, 40วรรคหนึ่ง, 43, 65, 67, 69, 71 และให้ปรับจำเลยกรณีฝ่าฝืนไม่ระงับการก่อสร้างอาคารวันละ 500 บาท ตั้งแต่วันที่ 27 มกราคม 2528จนถึงวันที่จำเลยระงับตามคำสั่งนั้น จำเลยให้การรับสารภาพ ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามฟ้อง เรียงกระทงลงโทษรับลดกึ่งหนึ่ง ความผิดฐานก่อสร้างอาคารโดยเจ้าของไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าพนักงานท้องถิ่นปรับ 5,000 บาท ฐานฝ่าฝืนคำสั่งของเจ้าพนักงานท้องถิ่นปรับวันละ 500 บาท ตั้งแต่วันที่ 27 มกราคม2528 ซึ่งเป็นวันที่จำเลยรับทราบคำสั่งจนถึงวันที่จำเลยได้ระงับการก่อสร้างตามคำสั่งของเจ้าพนักงานท้องถิ่นดังกล่าวนั้น จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน จำเลยฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า 'ที่จำเลยฎีกาว่าฟ้องของโจทก์ระบุการกระทำผิดของจำเลยเป็นความผิดฐานก่อสร้างอาคารโดยเจ้าของไม่ได้รับอนุญาต 2 กรรม ศาลไม่มีอำนาจลงโทษฐานฝ่าฝืนคำสั่งของเจ้าพนักงานท้องถิ่นอีกกรรมหนึ่งนั้น เห็นว่า โจทก์ได้บรรยายฟ้องไว้ชัดแจ้งว่าจำเลยกระทำผิดกฎหมายหลายกรรมต่างกัน และในคำฟ้องข้อ 1 ก. ก็บรรยายไว้ด้วยว่า เจ้าพนักงานท้องถิ่นมีคำสั่งให้จำเลยระงับการก่อสร้างอาคาร จำเลยได้รับคำสั่งในวันที่ 27มกราคม 2528 แต่จำเลยมิได้ปฏิบัติตามคำสั่งของเจ้าพนักงานท้องถิ่นภายในกำหนด ซึ่งถือว่าจำเลยฝ่าฝืนคำสั่งของเจ้าพนักงานท้องถิ่น จำเลยจึงมีความผิดอีกกรรมหนึ่งต่างหากจากการก่อสร้างอาคารโดยไม่ได้รับอนุญาต ศาลมีอำนาจลงโทษจำเลยฐานนี้ได้อีกกระทงหนึ่ง จำเลยฎีกาว่า ฟ้องของโจทก์เคลือบคลุม มิได้บรรยายฟ้องว่าจำเลยมิได้ปฏิบัติตามคำสั่งของเจ้าพนักงานท้องถิ่นอย่างไร และตามฟ้องของโจทก์ก็ปรากฏว่าจำเลยสร้างอาคารเสร็จแล้วก่อนที่เจ้าพนักงานท้องถิ่นจะออกคำสั่งให้ระงับการก่อสร้าง จะลงโทษจำเลยฐานฝ่าฝืนคำสั่งเจ้าพนักงานท้องถิ่นไม่ได้นั้น เห็นว่าตามคำบรรยายฟ้องของโจทก์ทั้งหมดมิได้มีความหมายว่าจำเลยได้ก่อสร้างอาคารเสร็จเรียบร้อยแล้วโจทก์เพียงแต่บรรยายว่า การก่อสร้างอาคารของจำเลยไม่ขัดต่อกฎกระทรวง ไม่อาจหมายความไปถึงว่าเป็นอาคารที่ก่อสร้างเสร็จแล้ว ถึงอย่างไรก็ตามข้อต่อสู้ดังกล่าวจำเลยมิได้ยกขึ้นกล่าวอ้างมาตั้งแต่ศาลชั้นต้นว่า ขณะที่เจ้าพนักงานท้องถิ่นมีคำสั่งห้ามนั้นจำเลยก่อสร้างอาคารเสร็จแล้ว จำเลยจะยกขึ้นอ้างในชั้นฎีกาไม่ได้ และโจทก์ได้บรรยายฟ้องไว้ชัดแจ้งว่า เจ้าพนักงานท้องถิ่นมีคำสั่งให้จำเลยระงับการก่อสร้างอาคารจำเลยมิได้ปฏิบัติตามคำสั่งของเจ้าพนักงานท้องถิ่นก็มีความหมายอยู่ในตัวว่า จำเลยฝ่าฝืนคำสั่งเจ้าพนักงานท้องถิ่นโดยทำการก่อสร้างต่อไปอีก ฟ้องของโจทก์จึงไม่เคลือบคลุม ศาลมีอำนาจลงโทษจำเลยฐานนี้ได้ จำเลยฎีกาว่า ตามฟ้องโจทก์บรรยายถึงการฝ่าฝืนคำสั่งของเจ้าพนักงานท้องถิ่นที่ให้จำเลยยื่นคำขอรับใบอนุญาตก่อสร้างตลอดมาจนบัดนี้ ศาลมีอำนาจลงโทษปรับจำเลยฐานฝ่าฝืนคำสั่งของเจ้าพนักงานท้องถิ่นที่ให้ระงับการก่อสร้างได้เพียงวันที่ 27 มกราคม 2528 วันเดียวเท่านั้น เห็นว่า พระราชบัญญัติควบคุมอาคาร พ.ศ. 2522 มาตรา 67 เป็นบทบัญญัติพิเศษให้อำนาจศาลลงโทษผู้กระทำความผิดตลอดเวลาที่ฝ่าฝืน อีกทั้งจำเลยให้การรับสารภาพ แสดงว่าจำเลยรับว่าได้ฝ่าฝืนคำสั่งเจ้าพนักงานท้องถิ่นตั้งแต่วันที่ 27 มกราคม 2528 ตลอดมาจนถึงวันฟ้องแล้วเช่นนี้ศาลจึงมีอำนาจลงโทษจำเลยฐานฝ่าฝืนคำสั่งเจ้าพนักงานท้องถิ่นที่ให้ระงับการก่อสร้างไปจนถึงวันที่จำเลยได้ระงับการก่อสร้างตามคำสั่งของเจ้าพนักงานได้ จำเลยฎีกาว่า ศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์ต่างพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามพระราชบัญญัติควบคุมอาคาร เป็นการพิพากษาลงโทษจำเลยต่างกับที่โจทก์ฟ้องเห็นว่าฟ้องโจทก์ขอให้ลงโทษจำเลยตามพระราชบัญญัติควบคุมอาคาร พ.ศ. 2522 เป็นการถูกต้องแล้ว ที่ศาลชั้นต้นย่อฟ้องของโจทก์เป็นพระราชบัญญัติควบคุมอาคารโดยมิได้ระบุ พ.ศ. 2522 เท่านั้น เห็นได้ชัดว่าเป็นการย่อฟ้องของโจทก์ผิดพลาดเพียงเล็กน้อย แต่จำเลยก็เข้าใจฟ้องของโจทก์ได้ดีแล้ว ไม่ถือว่าเป็นการลงโทษจำเลยต่างกับฟ้อง ส่วนฎีกาข้อสุดท้ายของจำเลยว่า ศาลลงโทษปรับจำเลยถึงวันละ1,000 บาท ลดรับสารภาพกึ่งหนึ่งเหลือปรับวันละ 500 บาทไม่ได้นั้น เห็นว่า โจทก์บรรยายฟ้องไว้ชัดแจ้งว่าจำเลยเป็นเจ้าของอาคารและเป็นผู้ทำการก่อสร้างอาคารจำเลยจึงเป็นทั้งเจ้าของและผู้ดำเนินการก่อสร้างด้วย เมื่อจำเลยฝ่าฝืนไม่ปฏิบัติตามคำสั่งของเจ้าพนักงานท้องถิ่นที่ให้ระงับการก่อสร้าง ศาลจึงมีอำนาจลงโทษจำเลยฐานฝ่าฝืนคำสั่งของเจ้าพนักงานท้องถิ่นตามมาตรา 40 วรรคหนึ่ง โดยให้เจ้าพนักงานท้องถิ่นมีคำสั่งให้ระงับการก่อสร้างได้ และกำหนดโทษปรับตามมาตรา 67 ให้ปรับวันละ 500บาท ประกอบมาตรา 69 ระวางโทษเป็นสองเท่าของโทษตามมาตรา 67 จึงปรับได้วันละ 1,000 บาท แต่ตามฟ้องโจทก์ขอให้ปรับจำเลยเพียงวันละ 500 บาท ดังนั้น การที่ศาลล่างทั้งสองพิพากษาให้ปรับจำเลยวันละ 1,000 บาทจึงเป็นการเกินคำขอ ปัญหานี้เป็นปัญหาอันเกี่ยวกับความสงบเรียบร้อย แม้จำเลยมิได้ฎีกา ศาลฎีกาก็มีอำนาจหยิบยกขึ้นวินิจฉัยและแก้ไขให้ถูกต้องได้ พิพากษาแก้เป็นว่า ฐานฝ่าฝืนคำสั่งของเจ้าพนักงานท้องถิ่น ให้ปรับจำเลยวันละ 500 บาท จำเลยให้การรับสารภาพลดโทษให้ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 ลงกึ่งหนึ่ง คงปรับจำเลยวันละ 250 บาทนอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์' ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 784/2531 พนักงานอัยการ ประจำศาล แขวง พระนคร เหนือ โจทก์ นาย ชัย เรือง สินทรัพย์ จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - พนักงานอัยการ ประจำศาล แขวง พระนคร เหนือ · จำเลย - นาย ชัย เรือง สินทรัพย์
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)สุนทร จันทรศักดิ์ · สมศักดิ์ เกิดลาภผล · เจริญ นิลเอสงฆ์
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 7570/2541ฎีกา 3345/2535ฎีกา 1514/2532ฎีกา 7722/2544ฎีกา 2165/2531ฎีกา 4180/2548ฎีกา 1089/2551ฎีกา 1336/2553ฎีกา 2884/2519ฎีกา 4943/2567ฎีกา 1567/2535ฎีกา 5305/2539ฎีกา 7958/2555ฎีกา 1268/2515ฎีกา 1699/2525ฎีกา 1774/2536ฎีกา 1715/2545ฎีกา 6355/2544ฎีกา 1875/2547ฎีกา 2047/2533ฎีกา 6847/2567ฎีกา 8297/2540ฎีกา 2766/2546ฎีกา 9797/2555
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา