คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3277/2532
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามคำสั่งของเจ้าพนักงานท้องถิ่นที่ให้รื้อถอนอาคารตามมาตรา 42 วรรคสอง แห่งพระราชบัญญัติควบคุมอาคาร พ.ศ. 2522 เป็นความผิดตามมาตรา 65 แห่งพระราชบัญญัติฉบับเดียวกัน และการก่อสร้างอาคารผิดไปจากแบบแปลนที่ได้รับอนุญาต ถือเป็นความผิดอีกกรรมหนึ่งต่างหากจากการไม่ปฏิบัติตามคำสั่งให้รื้อถอน.
ย่อคำพิพากษา
ฟ้องโจทก์ขอให้ลงโทษจำเลยฐานไม่ปฏิบัติตามคำสั่งเจ้าพนักงานท้องถิ่นที่ให้รื้อถอนอาคารตามพระราชบัญญัติควบคุมอาคารพ.ศ. 2522 มาตรา 42 วรรคสอง และมาตรา 65 ด้วยนั้น เมื่อตามมาตรา 65 ดังกล่าวระบุว่า "ผู้ใดฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามมาตรา42 วรรคสอง...ต้องระวางโทษ..." ดังนี้ เมื่อจำเลยฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามมาตรา 42 วรรคสอง ย่อมหมายถึงจำเลยได้กระทำความผิดฐานนี้ด้วย จำเลยจึงต้องรับโทษตามมาตรา 65 แห่งพระราชบัญญัติฉบับดังกล่าวอีกกรรมหนึ่ง การที่จำเลยก่อสร้างอาคารผิดไปจากแบบแปลนที่ได้รับอนุญาตจากเจ้าพนักงานท้องถิ่น ถือเป็นการกระทำความผิดไปกรรมหนึ่งแล้วเมื่อเจ้าพนักงานท้องถิ่นสั่งให้ระงับการก่อสร้าง จำเลยยังคงสร้างต่อไปอีก จึงเป็นการกระทำผิดกรรมหนึ่งต่างไปจากกรรมแรก
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
ประมวลกฎหมายอาญา ม.91 พระราชบัญญัติควบคุมอาคาร พ.ศ.2522 ม.31 พระราชบัญญัติควบคุมอาคาร พ.ศ.2522 ม.42 พระราชบัญญัติควบคุมอาคาร พ.ศ.2522 ม.65 คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษตามพระราชบัญญัติควบคุมอาคาร พ.ศ. 2522มาตรา 4, 31, 40, 42, 65, 67, 69, 70, 71, 79, 80ข้อบัญญัติกรุงเทพมหานคร เรื่อง ควบคุมการก่อสร้างอาคาร พ.ศ. 2522ลงวันที่ 8 มีนาคม 2522 ข้อ 72 ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 91พระราชบัญญัติ แก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายอาญา (ฉบับที่ 6)พ.ศ. 2526 มาตรา 4 สั่งปรับจำเลยเป็นรายวันตามกฎหมาย นับตั้งแต่วันถัดจากวันฟ้องจนถึงวันที่จำเลยจะได้ปฏิบัติให้ถูกต้องตามกฎหมายและตามคำสั่งของเจ้าพนักงานท้องถิ่น จำเลยให้การรับสารภาพตามฟ้องทุกประการหลังจากสืบพยานโจทก์ไปบ้างแล้ว ศาลชั้นต้นพิพากษาว่าจำเลยมีความผิดตามพระราชบัญญัติควบคุมอาคาร พ.ศ. 2522 มาตรา 4,31, 40, 42, 65, 67, 69, 70, 71, 79, 80 ข้อบัญญัติกรุงเทพมหานครเรื่องควบคุมการก่อสร้างอาคาร พ.ศ. 2522 ลงวันที่ 8 มีนาคม 2522ข้อ 72 ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 91 พระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายอาญา (ฉบับที่ 6) พ.ศ. 2526 มาตรา 4 ให้เรียงกระทงลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 91 ฐานก่อสร้างผิดไปจากแผนผังที่ได้รับอนุญาต ให้จำคุก 3 เดือน ฐานฝ่าฝืนคำสั่งเจ้าพนักงานที่สั่งให้ระงับการก่อสร้างให้จำคุก 3 เดือน ฐานไม่ปฏิบัติตามคำสั่งเจ้าพนักงานที่ให้รื้อถอนให้จำคุก 3 เดือน รวมจำคุก 9 เดือนจำเลยให้การรับสารภาพหลังจากสืบพยานโจทก์ไปบ้างแล้ว มีเหตุบรรเทาโทษลดโทษ ให้ 1 ใน 3 ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 คงจำคุกมีกำหนด 6 เดือน และให้ปรับจำเลยวันละ 5,000 บาท นับตั้งแต่วันถัดจากวันฟ้องจนถึงวันที่จำเลยจะได้ปฏิบัติให้ถูกต้องตามกฎหมายจำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า จำเลยไม่มีความผิดฐานไม่ปฏิบัติตามคำสั่งของเจ้าพนักงานที่ให้รื้อถอนอาคารและให้ลงโทษจำเลยฐานก่อสร้างอาคารผิดไปจากแผนผังบริเวณ แบบแปลนและรายการประกอบแบบแปลนที่ได้รับอนุญาตจำคุก 2 เดือน ฐานฝ่าฝืนคำสั่งเจ้าพนักงานที่สั่งให้ระงับการก่อสร้างจำคุก 2 เดือน รวมจำคุก4 เดือน จำเลยให้การรับสารภาพลดโทษให้กึ่งหนึ่งตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 78 คงจำคุก 2 เดือน ไม่ปรับ นอกจากที่แก้ให้คงเป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น โจทก์จำเลยฎีกา
ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "ข้อเท็จจริงเป็นอันยุติฟังได้ตามคำฟ้องของโจทก์ที่โจทก์ฎีกาขอให้ลงโทษในความผิดฐานไม่ปฏิบัติตามคำสั่งของเจ้าพนักงานท้องถิ่นที่ให้รื้อถอนอาคารตามพระราชบัญญัติควบคุมอาคาร พุทธศักราช 2522 มาตรา 42 วรรคสอง และ 65 ด้วยนั้นเห็นว่า ตามมาตรา 65 ดังกล่าวระบุไว้ชัดว่า "ผู้ใดฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามมาตรา...42 วรรคสอง...ต้องระวางโทษ..." เมื่อข้อเท็จจริงฟังได้ว่าจำเลยฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามมาตรา 42 วรรคสองดังที่จำเลยรับสารภาพว่าได้กระทำผิดตามฟ้องทุกประการ ซึ่งย่อมหมายถึงความผิดฐานนี้ด้วย จำเลยจึงต้องรับโทษตามมาตรา 65 แห่งพระราชบัญญัติ ฉบับดังกล่าวอีกกรรมหนึ่ง ฎีกาของโจทก์ฟังขึ้น
ส่วนที่จำเลยฎีกาว่า การกระทำของจำเลยเป็นกรรมเดียวอันเป็นความผิดต่อกฎหมายหลายบทนั้น เห็นว่า จำเลยก่อสร้างอาคารผิดไปจากแผนผังบริเวณ และแบบแปลน ที่ได้รับอนุญาตจากเจ้าพนักงานท้องถิ่นอันเป็นการกระทำความผิดไปกรรมหนึ่งแล้ว เมื่อเจ้าพนักงานท้องถิ่นสั่งให้ระงับการก่อสร้าง จำเลยก็ยังคงก่อสร้างต่อไปอีก เป็นการกระทำอีกกรรมหนึ่งต่างไปจากกรรมแรก ทั้งระยะเวลากระทำความผิดทั้งสองกรรมนั้น ก็เป็นคนละเวลากัน จึงเป็นที่เห็นได้ชัดว่า การกระทำของจำเลยเป็นการกระทำอันเป็นความผิดหลายกรรม
ส่วนที่จำเลยฎีกาขอให้รอการลงโทษนั้น เป็นฎีกาโต้แย้งดุลพินิจในการลงโทษซึ่งเป็นฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง ต้องห้ามตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 218"
พิพากษาแก้เป็นว่า จำเลยมีความผิดฐานไม่ปฏิบัติตามคำสั่งของเจ้าพนักงานท้องถิ่นที่ให้รื้อถอนอาคาร ตามพระราชบัญญัติควบคุมอาคาร พ.ศ. 2522 มาตรา 42 วรรคสอง, 65 วรรคสอง, 69, 70อีกกรรมหนึ่ง ลงโทษจำคุก 2 เดือน จำเลยให้การรับสารภาพ ลดโทษให้กึ่งหนึ่งตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 คงจำคุก 1 เดือนเมื่อรวมกับโทษในความผิดฐานอื่นอีกสองกรรมตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์แล้ว ให้จำคุก 3 เดือน นอกจากที่แก้คงให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3277/2532
อัยการ กรมอัยการ โจทก์
นาย ดำ เกิง จันทร์ ปรุง จำเลย
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - อัยการ กรมอัยการ · จำเลย - นาย ดำ เกิง จันทร์ ปรุง |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | ประวิทย์ ขัมภรัตน์ · วิฑูรย์ ตั้งตรงจิตต์ · เคียง บุญเพิ่ม |
| แหล่งที่มา | เนติบัณฑิตยสภา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · เนติบัณฑิตยสภา