คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4558/2531
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การนำสำเนาเอกสารมาสืบแทนต้นฉบับ จะต้องเข้าข้อยกเว้นตามกฎหมายที่กำหนดไว้เท่านั้น และการที่ศาลรับสำเนาเอกสารไว้ระหว่างพิจารณา ไม่ถือว่าเป็นการอนุญาตให้สืบสำเนาโดยปริยาย
ย่อคำพิพากษา
โจทก์ส่งสำเนา (ภาพถ่ายเอกสาร) หนังสือรับสภาพหนี้ของจำเลยเป็นพยานต่อศาล โดยมิได้นำสืบหรือแถลงโดยชัดแจ้งให้รับฟังได้ว่าต้นฉบับเอกสารดังกล่าวหายสาบสูญหรือค้นหาไม่พบหรือถูกทำลายโดยเหตุสุดวิสัยหรือไม่สามารถนำต้นฉบับมาได้โดยประการอื่นกรณีจึงไม่เข้าข้อยกเว้นตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งมาตรา 93(2) ซึ่งทำให้โจทก์มีสิทธินำสำเนา (ภาพถ่ายเอกสาร) หรือพยานบุคคลมาสืบได้ และการที่ศาลรับสำเนาหนังสือดังกล่าวไว้ระหว่างพิจารณา จะถือว่าเป็นการที่ศาลอนุญาตให้โจทก์อ้างสำเนาหรือพยานบุคคลมาสืบโดยปริยายแล้วไม่ได้
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
โจทก์ฟ้องขอให้มีคำสั่งพิทักษ์ทรัพย์ของจำเลยทั้งสองเด็ดขาดและพิพากษาให้เป็นบุคคลล้มละลาย จำเลยทั้งสองไม่ได้ยื่นคำให้การและขาดนัดพิจารณา ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้อง โจทก์อุทธรณ์ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน โจทก์ฎีกา
ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "ที่โจทก์ฎีกาว่า หนังสือรับสภาพหนี้ของจำเลยทั้งสอง แม้เป็นภาพถ่ายไม่ใช่ต้นฉบับเอกสาร ก็รับฟังเป็นพยานหลักฐานได้ เพราะประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งมาตรา 93(2) ได้บัญญัติข้อยกเว้นในการที่ศาลจะรับฟังสำเนาเอกสารหรือพยานบุคคลเป็นพยานหลักฐานได้นั้น ได้ตรวจคำเบิกความพยานโจทก์ทุกปากแล้ว ไม่ปรากฏว่าโจทก์ได้นำสืบหรือแถลงโดยชัดแจ้งให้รับฟังได้ว่าต้นฉบับเอกสารหายสาบสูญหรือค้นหาไม่พบ หรือถูกทำลายโดยเหตุสุดวิสัย หรือไม่สามารถนำต้นฉบับมาได้โดยประการอื่นเพราะฉะนั้นจึงยังไม่เป็นกรณีเข้าข้อยกเว้นตามบทกฎหมายที่โจทก์อ้าง ซึ่งทำให้โจทก์มีสิทธินำสำเนา (หรือภาพถ่ายเอกสาร) หรือพยานบุคคลมาสืบได้ ที่โจทก์ฎีกาว่าการที่โจทก์อ้างส่งสำเนาเอกสารส่งศาลเป็นกรณีที่โจทก์ไม่สามารถนำต้นฉบับมาได้โดยประการอื่นและการที่ศาลรับสำเนาหนังสือรับสภาพหนี้เป็นการที่ศาลอนุญาตให้โจทก์อ้างสำเนาหรือพยานบุคคลมาสืบโดยปริยายจึงรับฟังเป็นพยานหลักฐานได้นั้น เห็นว่า คดีไม่ปรากฏข้อเท็จจริงตามข้อยกเว้นของบทกฎหมายที่โจทก์อ้างมาในตอนต้นแล้ว ดังนั้นที่ศาลชั้นต้นรับสำเนา (ภาพถ่าย) จะถือว่าเป็นกรณีที่มีข้อเท็จจริงอันเป็นข้อยกเว้นตามบทกฎหมายที่โจทก์อ้างหาได้ไม่ เพราะฉะนั้นจึงรับฟังไม่ได้ว่า จำเลยทั้งสองได้ทำหนังสือรับสภาพหนี้ไว้ให้โจทก์เมื่อวันที่ 1 กันยายน 2518 อันจะทำให้อายุความในหนี้ที่โจทก์นำมาฟ้องสะดุดหยุดลง เมื่อหนี้ตามสัญญาทรัสทรีซีทรายนี้ถึงกำหนดชำระในปีพ.ศ. 2514 แต่โจทก์นำคดีมาฟ้องเมื่อวันที่ 2 กันยายน 2528 คดีโจทก์จึงขาดอายุความ ไม่จำเป็นต้องวินิจฉัยฎีกาโจทก์ข้ออื่นอีกศาลล่างทั้งสองพิพากษามาชอบแล้ว ฎีกาโจทก์ฟังไม่ขึ้น"
พิพากษายืน
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4558/2531
ธนาคาร สยาม จำกัด โจทก์
ห้างหุ้นส่วนจำกัด ฮั่วเฮงเชียง กับพวก จำเลย
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - ธนาคาร สยาม จำกัด · จำเลย - ห้างหุ้นส่วนจำกัด ฮั่วเฮงเชียง กับพวก |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | เสริมพงศ์ วรยิ่งยง · ดุสิต วราโห · เกียรติ จาตนิลพันธ์ |
| แหล่งที่มา | เนติบัณฑิตยสภา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · เนติบัณฑิตยสภา