คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4946/2531
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การกระทำที่ผู้กระทำมีเจตนาเพียงทำร้ายร่างกาย แต่ผลของการกระทำนั้นเป็นเหตุให้ผู้ถูกกระทำได้รับอันตรายสาหัส ถือว่ามีความผิดฐานทำร้ายร่างกายเป็นเหตุให้ได้รับอันตรายสาหัสตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 297
ย่อคำพิพากษา
จำเลยเป็นพี่ชายผู้เสียหาย คนทั้งสองทำงานอยู่ด้วยกันกับบิดา ก่อนเกิดเหตุผู้เสียหายกับจำเลยทะเลาะโต้เถียงด่าว่ากันอันเป็นเรื่องที่ไม่ร้ายแรงถึงกับจะต้องเอาชีวิตกัน การที่จำเลยได้ใช้เหล็กขูดชาฟท์ยาวประมาณ 4 นิ้ว แทงผู้เสียหายที่ชายโครงขวา 1 ครั้งแล้วหลบหนีไปโดยมิได้แทงซ้ำอีก ผู้เสียหายมีบาดแผลทะลุกะบังลมและตับ ต้องรักษาโดยการผ่าตัดและรักษาตัวต่ออีก 9 วัน จึงออกจากโรงพยาบาล บาดแผลต้องรักษาเป็นเวลา 4-6 อาทิตย์จึงจะหาย พฤติการณ์ดังกล่าวยังถือไม่ได้ว่าจำเลยมีเจตนาฆ่าผู้เสียหาย คงมีความผิดฐานทำร้ายร่างกายเป็นเหตุให้ผู้เสียหายได้รับอันตรายสาหัสตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 297
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
โจทก์ฟ้องว่า จำเลยได้ใช้เหล็กขูดชาฟท์ยาวเฉพาะตัวเหล็กไม่รวมด้ามยาวประมาณ ๖ นิ้ว เป็นอาวุธแทงนายพิศาล แซ่ตั้ง ผู้เสียหาย ๑ ครั้ง โดยเจตนาฆ่าถูกบริเวณชายโครงขวาเป็นบาดแผลรูปแฉกกว้าง ๒ เซนติเมตร แผลทะลุกะบังลมและตับ มีเลือดออกในช่องท้อง แต่ผู้เสียหายไม่ถึงแก่ความตายเพราะแพทย์รักษาได้ทันท่วงที เพียงแต่ได้รับอันตรายแก่กายสาหัส ขอให้ลงโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๒๘๘, ๘๐
จำเลยให้การปฏิเสธ
ศาลชั้นต้นพิพากษาว่าจำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา ๒๘๘, ๘๐ จำคุก ๑๐ ปี ลดโทษให้หนึ่งในสาม คงจำคุก ๖ ปี ๘ เดือน
จำเลยอุทธรณ์
ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน
จำเลยฎีกา
ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ปัญหาว่าจำเลยมีเจตนาฆ่าผู้เสียหายหรือไม่นั้นได้ความว่าผู้เสียหายกับจำเลยเป็นพี่น้องกัน ทั้งสองคนทำงานอยู่ด้วยกันกับนายเต็กคุณบิดา เหตุคดีนี้เกิดขึ้นเพราะผู้เสียหายกับจำเลยทะเลาะโต้เถียงด่าว่ากันก่อน อันเป็นเรื่องไม่ร้ายแรงถึงกับจะต้องเอาชีวิตกัน จำเลยซึ่งเป็นพี่ชายของผู้เสียหายใช้เหล็กขูดชาฟท์แทงผู้เสียหายในขณะนั้น ๑ ครั้ง แล้วหลบหนีไป โดยไม่ได้แทงซ้ำอีกได้ความว่าเหล็กขูดชาฟท์ที่ใช้แทงมีความยาวประมาณ ๔ นิ้วเท่านั้น พฤติการณ์แห่งคดียังไม่พอฟังว่าจำเลยมีเจตนาฆ่าผู้เสียหาย คงฟังได้เพียงว่าจำเลยมีเจตนาทำร้ายร่างกายผู้เสียหายเท่านั้น แต่ผู้เสียหายได้รับอันตรายแก่กายสาหัสการกระทำของจำเลยจึงเป็นความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๒๙๗ ซึ่งศาลลงโทษตามมาตรานี้ได้ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา ๑๙๒
พิพากษาแก้เป็นว่าจำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา ๒๙๗ จำคุก ๓ ปี ลดโทษให้หนึ่งในสาม คงจำคุก ๒ ปี
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 4946/2531
พนักงานอัยการจังหวัดสมุทรสาคร โจทก์
นายเซียมหยงหรือตี๋ แซ่ตั้ง ล.
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - พนักงานอัยการจังหวัดสมุทรสาคร · ล. - นายเซียมหยงหรือตี๋ แซ่ตั้ง |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | ประชา บุญวนิช · บุญส่ง วรรณกลาง · นิเวศน์ คำผอง |
| ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ | ศาลจังหวัดสมุทรสาคร - นายชวลิต ชัยโธดก · ศาลอุทธรณ์ - นายประจักษ์ พุทธสมบัติ |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา