⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 5132/2531

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5132/2531

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
* ศาลมีอำนาจเรียกให้คู่ความสืบพยานเพิ่มเติมเพื่อประโยชน์แห่งความยุติธรรมได้ แม้จะเลยกำหนดสืบพยานไปแล้ว * ผู้ขายมีสิทธิคิดดอกเบี้ยจากยอดหนี้ที่ค้างชำระนับแต่วันที่ผู้ซื้อผิดนัด แต่หากผู้ขายมิได้นำสืบว่าทวงถามเมื่อใด ศาลให้คิดดอกเบี้ยนับแต่วันฟ้อง

ย่อคำพิพากษา

การที่ศาลชั้นต้นเรียกให้โจทก์สืบพยานเพิ่มเติมภายหลังจากสืบพยานโจทก์และพยานจำเลยเสร็จแล้วเพียงรอฟัง คำพิพากษา เพื่อพิสูจน์ชื่อโจทก์เพราะชื่อโจทก์ตามฟ้องกับหนังสือรับรองของกระทรวงพาณิชย์ไม่ตรงกันนั้นเพื่อประโยชน์แห่งความยุติธรรม ศาลชั้นต้นมีอำนาจดำเนินการได้ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 86 วรรคท้าย และ 187 จำเลยผู้ซื้อผิดนัดชำระราคาตามสัญญาซื้อขาย โจทก์ผู้ขายมีสิทธิคิดดอกเบี้ยจากยอดหนี้ที่ค้างชำระนับแต่วันที่จำเลยผิดนัด แต่เมื่อโจทก์มิได้นำสืบว่าโจทก์ทวงถามวันใดอันจะถือว่าจำเลยผิดนัด ศาลให้จำเลยชำระดอกเบี้ยนับแต่วันฟ้อง

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.86 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.187 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.204 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.224 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.490

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยซื้อถ่านหินจากโจทก์ ๒ คราวแล้วไม่ชำระราคา โจทก์ทวงถามแล้ว จำเลยเพิกเฉยขอให้จำเลยชำระเงิน ๙๘,๑๕๙.๗๒ บาทแก่โจทก์พร้อมดอกเบี้ย จำเลยให้การว่า โจทก์ส่งถ่านหินมาให้จำเลยทดรองใช้จำเลยทดรองแล้วไม่ได้ผล จำเลยจึงปฏิเสธไม่ซื้อราคาถ่านหินต่ำกว่าที่โจทก์ฟ้องจำเลยไม่เคยผิดนัด ศาลชั้นต้นพิพากษาให้จำเลยใช้เงิน ๗๔,๕๐๓ บาท แก่โจทก์พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปีจากต้นเงิน ๓๙,๕๖๕.๕๐ บาท นับแต่วันที่ ๑๒ กุมภาพันธ์ ๒๕๒๕ และจากต้นเงิน ๓๔,๙๓๗.๕๐ บาท นับแต่วันที่ ๑๖ มีนาคม ๒๕๒๕ จนกว่าจะชำระเสร็จ ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า ให้จำเลยชำระดอกเบี้ยในอัตราร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปีในต้นเงิน ๗๔,๕๐๓ บาทแก่โจทก์ นับแต่วันฟ้องจนกว่าจะชำระเสร็จ นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยข้อกฎหมายว่า ที่จำเลยฎีกาว่าการดำเนินกระบวนพิจารณาของศาลชั้นต้นที่เรียกให้โจทก์สืบพยานเพิ่มเติมภายหลังจากสืบพยานโจทก์และพยานจำเลยเสร็จแล้วเหลือเพียงรอฟังคำพิพากษา เป็นการไม่ชอบ เพราะทำให้จำเลยเสียเปรียบและหลงข้อต่อสู้ ขอให้เพิกถอนเสียนั้น เห็นว่าที่ศาลชั้นต้นดำเนินการไปดังกล่าวก็เพื่อพิสูจน์ชื่อโจทก์ เพราะชื่อโจทก์ตามฟ้องกับตามหนังสือรับรองของกระทรวงพาณิชย์ไม่ตรงกัน ซึ่งศาลชั้นต้นมีอำนาจดำเนินการได้ตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา ๘๖ วรรคท้าย และ ๑๘๗ ทั้งนี้เพื่อประโยชน์แห่งความยุติธรรมและการดำเนินการดังกล่าวก็หาทำให้จำเลยเสียเปรียบหลงข้อต่อสู้ไม่เพราะจำเลยรับแล้วว่าได้รับถ่านหินไว้จากโจทก์ตามฟ้อง ดังนี้ที่ศาลชั้นต้นดำเนินกระบวนพิจารณาไปดังกล่าวจึงชอบแล้วกับวินิจฉัยปัญหาเรื่องวันเริ่มคิดดอกเบี้ยว่า เมื่อกรณีเป็นการซื้อขายและจำเลยผิดนัดไม่ชำระหนี้ โจทก์ย่อมมีสิทธิคิดดอกเบี้ยจากยอดหนี้ที่ค้างชำระนับแต่วันที่จำเลยผิดนัด แต่เมื่อโจทก์มิได้นำสืบว่าโจทก์ทวงถามวันใดอันจะถือว่าจำเลยผิดนัด ที่ศาลอุทธรณ์พิพากษาให้จำเลยชำระดอกเบี้ยนับแต่วันฟ้องจึงชอบแล้ว พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 5132/2531 บริษัท บาวี จำกัด โจทก์ บริษัท เอ็ม.ไทยอินดัชทเรียล จำกัด ล.

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - บริษัท บาวี จำกัด · ล. - บริษัท เอ็ม.ไทยอินดัชทเรียล จำกัด
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)นาม ยิ้มแย้ม · ธิรพันธุ์ รัศมิทัต · อรรถวิทย์ วรรธนวินิจ
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลชั้นต้น - นายสัมฤทธิ์ ไชยศิริ · ศาลอุทธรณ์ - นายสุทิน นนทแก้ว
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 10166/2539ฎีกา 1471/2542ฎีกา 394/2550ฎีกา 4359/2540ฎีกา 358/2540ฎีกา 3007/2525ฎีกา 1781/2509ฎีกา 1195/2535ฎีกา 6239/2551ฎีกา 4225/2529ฎีกา 4873/2528ฎีกา 6695/2548ฎีกา 8114-8868/2546ฎีกา 1603/2551ฎีกา 3145/2545ฎีกา 8938-8992/2552ฎีกา 2794/2526ฎีกา 7633/2550ฎีกา 1776/2541ฎีกา 75/2481ฎีกา 3005/2541ฎีกา 462/2507ฎีกา 369/2539ฎีกา 1302/2535
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา