คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1338/2532
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
* ผู้เสียหายในความผิดฐานทำให้เสียทรัพย์ คือ เจ้าของทรัพย์สินที่ถูกทำให้เสียหาย หรือผู้มีสิทธิครอบครองในทรัพย์สินนั้น
* การสอบสวนคดีความผิดต่อส่วนตัวโดยไม่มีการร้องทุกข์จากผู้เสียหาย เป็นการสอบสวนที่ไม่ชอบด้วยกฎหมาย
* การเข้าไปในเคหสถานหรือสถานที่อันเป็นที่หวงห้ามในเวลากลางคืนโดยไม่มีเหตุอันสมควร ถือเป็นความผิดฐานบุกรุก
ย่อคำพิพากษา
แม้ปูนซีเมนต์ที่จำเลยทำให้เสียหายจะอยู่ในบริเวณโรงเรียนซึ่ง อยู่ในความครอบครองดูแลของ ส. ครูใหญ่ แต่ปูนซีเมนต์ดังกล่าวเป็นของ ล. ซึ่งรับเหมาก่อสร้างให้โรงเรียน และมีคนงานของ ล. พักอาศัยอยู่ในบริเวณโรงเรียนด้วย แสดงว่า ล. มอบปูนซีเมนต์ดังกล่าวให้อยู่ในความครอบครองดูแลของคนงานของตน ส. จึงมิใช่ผู้เสียหาย ไม่มีอำนาจร้องทุกข์ให้ดำเนินคดีแก่จำเลยในความผิดฐานทำให้เสียทรัพย์
ความผิดฐานทำให้เสียทรัพย์เป็นความผิดต่อส่วนตัว เมื่อผู้เสียหายไม่ได้ร้องทุกข์ให้ดำเนินคดี พนักงานสอบสวนจึงไม่มีอำนาจสอบสวน การสอบสวนไม่ชอบตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 121 วรรคสอง โจทก์จึงไม่มีอำนาจฟ้อง
การที่จำเลยเดินเข้าไปในบริเวณโรงเรียนในเวลากลางคืนจนไปถึงอาคาร 2 ซึ่งไม่ใช่ทางผ่านและฉีกถุงปูนซีเมนต์ที่เก็บไว้หน้าอาคาร 2 แสดงว่าจำเลยมีเจตนาเข้าไปรบกวนการครอบครองอสังหาริมทรัพย์ของ ส. ครูใหญ่ของโรงเรียนดังกล่าวโดยปกติสุขจำเลยจึงมีความผิดฐานบุกรุก
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๘๐, ๒๒๔, ๒๒๕ (๑) (๘), ๓๖๒, ๓๖๕, ๓๕๘, ๙๐, ๙๑
จำเลยให้การปฏิเสธ
ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๓๕๘, ๓๖๔, ๓๖๕ (๓) ลงโทษฐานบุกรุกซึ่งเป็นบทหนักจำคุก ๑ ปี ยกฟ้องข้อหาพยายามลักทรัพย์
จำเลยอุทธรณ์
ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า ยกฟ้องโจทก์สำหรับความผิดฐานบุกรุกและทำให้เสียทรัพย์ นอกจากที่แก้คงให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น
โจทก์ฎีกา
ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ข้อเท็จจริงฟังเป็นยุติว่า ขณะเกิดเหตุโรงเรียนบ้านทุ่งกระจูดจ้างเหมานางเล็กก่อสร้างส้วม ปูนซีเมนต์ที่ได้รับความเสียหายเป็นของนางเล็ก และคนงานของนางเล็กพักอาศัยอยู่ในโรงเรียนด้วย ดังนี้ นางเล็กจึงเป็นผู้เสียหายโดยตรง แม้ปูนซีเมนต์จะอยู่ในบริเวณโรงเรียนซึ่งอยู่ในความครอบครองดูแลของนางสมร ครูใหญ่ เมื่อข้อเท็จจริงได้ความว่า นางเล็กมีคนงานพักอาศัยอยู่ในบริเวณโรงเรียนด้วย แสดงในเห็นว่านางเล็กมอบปูนซีเมนต์ดังกล่าวให้อยู่ในความครอบครองดูแลของคนงานของนางเล็ก หาใช่นางสมรไม่ นางสมรจึงไม่ใช่ผู้เสียหาย ไม่มีอำนาจร้องทุกข์ให้เจ้าพนักงานดำเนินคดีแก่จำเลยได้และคดีนี้เป็นความผิดส่วนตัว เมื่อผู้เสียหายไม่ได้ร้องทุกข์ให้ดำเนินคดี พนักงานสอบสวนจึงไม่มีอำนาจสอบสวน การสอบสวนในข้อหาความผิดฐานทำให้เสียทรัพย์ จึงไม่ชอบตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา ๑๒๑ วรรคสอง โจทก์จึงไม่มีอำนาจฟ้อง แล้ววินิจฉัยว่าพยานหลักฐานโจทก์จึงมีน้ำหนักมั่นคง พยานหลักฐานจำเลยไม่อาจหักล้างได้ ฟังได้ว่าจำเลยเข้าไปในโรงเรียนบ้านทุ่งกระจูดและไปฉีกถุงปูนซีเมนต์ซึ่งเก็บไว้ที่หน้าอาคาร ๒ พฤติการณ์ของจำเลยดังกล่าวถึงแม้จำเลยจะมีสิทธิเดินผ่านโรงเรียนได้ แต่การที่จำเลยเดินเข้าไปในบริเวณโรงเรียนในเวลากลางคืนจนไปถึงอาคาร ๒ ซึ่งไม่ใช่ทางผ่านและฉีกถุงปูนซีเมนต์ที่เก็บไว้หน้าอาคาร ๒ แสดงให้เห็นว่าจำเลยมีเจตนาเข้าไปรบกวนการครอบครองอสังหาริมทรัพย์ของนางสมรโดยปกติสุข จำเลยจึงต้องมีความผิดฐานบุกรุก
พิพากษาแก้เป็นว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๓๖๕ (๒) ประกอบด้วยมาตรา ๓๖๒ จำคุก ๖ เดือน ปรับ ๒,๐๐๐ บาท โจทก์จำคุกให้รอไว้มีกำหนด ๑ ปี นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 1338/2532
พนักงานอัยการประจำศาลจังหวัดทุ่งสง โจทก์
นายวิโรจน์ สุวรรณมณี จำเลย
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - พนักงานอัยการประจำศาลจังหวัดทุ่งสง · จำเลย - นายวิโรจน์ สุวรรณมณี |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | บุญส่ง วรรณกลาง · ประชา บุญวนิช · เธียร ยูงทอง |
| ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ | ศาลจังหวัดทุ่งสง - นายอรรจน์ โลมุท · ศาลอุทธรณ์ - นายสมศักดิ์ วิธุรัตน์ |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา