⚖️ LawAraiค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 2180/2532

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2180/2532

ป.อาญา ม.68, 69, 288

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การกระทำที่เกินกว่าเหตุแห่งการจำต้องกระทำเพื่อป้องกันสิทธิของตนให้พ้นภยันตรายซึ่งเกิดจากการประทุษร้ายอันละเมิดต่อกฎหมายนั้น ไม่ถือว่าเป็นการป้องกันโดยชอบด้วยกฎหมาย.

ย่อคำพิพากษา

ผู้ตายรูปร่างแข็งแรงใหญ่โตกว่าจำเลยปกติมีนิสัยเกเร และชอบพกอาวุธปืนตลอดแต่วันเกิดเหตุไม่มีใครเห็นผู้ตายชักอาวุธปืนออกมาเพื่อจะยิงจำเลย และไม่ได้อาวุธปืนจากตัวผู้ตายหรือในที่เกิดเหตุมาเป็นพยานหลักฐานการที่จำเลยถูกผู้ตายชกต่อยล้มลงแล้วจำเลยใช้อาวุธปืนยิงผู้ตายที่ท้องหนึ่งนัด จึงเป็นการทำให้ผู้ตายได้รับบาดเจ็บหมดโอกาสทำร้ายจำเลยได้อีก เป็นการป้องกันพอสมควรแก่เหตุ แต่เมื่อถูกยิงแล้วผู้ตายงอ ตัวก้มศีรษะลงเพราะพิษกระสุนนัดแรก ผู้ตายย่อมไม่อยู่ในสภาพที่จะทำร้ายจำเลยได้อีก ดังนี้การที่จำเลยยิงผู้ตายอีกหนึ่งนัดถูกท้ายทอยผู้ตาย จึงเป็นการป้องกันเกินสมควรแก่เหตุ.

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายอาญา ม.68 ประมวลกฎหมายอาญา ม.69 ประมวลกฎหมายอาญา ม.288

🔎 คำพิพากษาอื่นที่อ้างมาตราเดียวกัน: ประมวลกฎหมายอาญา ม.68 → ประมวลกฎหมายอาญา ม.69 → ประมวลกฎหมายอาญา ม.288 →

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยใช้อาวุธปืนยิงนายสมพร ศรพรหม ถึงแก่ความตายสมเจตนาของจำเลย ขอให้ลงโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 288 จำเลยให้การปฏิเสธ ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 288 จำคุก 15 ปี ลดโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78หนึ่งในสาม คงจำคุก 10 ปี จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 288 ประกอบมาตรา 68, 69 ให้จำคุก 4 ปี จำเลยฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "พิเคราะห์แล้วข้อเท็จจริงที่โจทก์จำเลยนำสืบรับกันฟังได้ว่าผู้ตายชกต่อยจำเลยจนล้มลง จำเลยจึงใช้อาวุธปืนยิงผู้ตาย 2 นัด กระสุนปืนถูกที่ท้อง 1 นัด ท้ายทอย 1 นัดกระสุนปืนฝังใน คงมีปัญหาตามฎีกาของจำเลยว่า จำเลยกระทำไป เพื่อป้องกันตัวพอสมควรแก่เหตุหรือไม่ นายเลิศ ศรีบุรินทร์ ประจักษ์พยานของโจทก์เบิกความว่าระหว่างผู้ตายทำร้ายจำเลยนั้น ผู้ตายจะมีอาวุธปืนหรือไม่ ไม่ทราบ จำเลยก็เบิกความว่าไม่เห็นผู้ตายมีอาวุธปืนคงเห็นเพียงผู้ตายล้วงที่เอวด้านหลัง จำเลยจึงเข้าใจเอาเองว่าผู้ตายมีอาวุธปืน นายหลั่น ศรีบุรินทร์ พยานจำเลยก็ว่าเห็นที่เอวด้านหลังของผู้ตายมีวัตถุสีดำ ๆ เข้าใจว่าเป็นด้ามปืน แต่ไม่ได้อาวุธปืนจากตัวผู้ตายหรือในที่เกิดเหตุมาเป็นพยานหลักฐานว่าผู้ตายมีอาวุธปืนจริง แม้นายอินตา ศรพรหม บิดาผู้ตายจะเบิกความว่าผู้ตายเวลาเมาสุราชอบอาละวาดแล้วชกต่อย ปกติธรรมดามีนิสัยเกเรผู้ตายรูปร่างแข็งแรงสูงใหญ่กว่าจำเลย ผู้ตายพกอาวุธปืนตลอด แต่วันเกิดเหตุก็ไม่มีใครเห็นผู้ตายชักอาวุธปืนออกมาเพื่อจะยิงจำเลยการที่จำเลยถูกผู้ตายชกต่อยทำร้ายร่างกายจนล้มลงแล้วจำเลยใช้อาวุธปืนยิงผู้ตายที่ท้อง 1 นัด น่าจะเป็นการป้องกันตัวพอสมควรแก่เหตุแล้ว เพราะเชื่อว่าผู้ตายคงได้รับบาดเจ็บจนหมดโอกาสที่จะทำร้ายจำเลยได้อีกการที่จำเลยใช้อาวุธปืนยิงผู้ตายที่ท้ายทอยอีก1 นัด น่าจะเป็นการยิงในขณะที่ผู้ตายถูกกระสุนปืนนัดแรกแล้วงอตัวก้มศีรษะลง เพราะพิษกระสุนปืนนัดแรก กระสุนปืนจึงถูกที่ท้ายทอยของผู้ตาย การที่จำเลยยิงผู้ตายขณะผู้ตายก้มศีรษะลงเพราะถูกกระสุนปืนนัดแรกย่อมเห็นได้ว่าผู้ตายไม่อยู่ในสภาพที่จะทำร้ายจำเลยได้อีกการกระทำของจำเลยจึงเป็นการป้องกันตัวเกินสมควรแก่เหตุ ฎีกาของจำเลยฟังไม่ขึ้น แต่เห็นว่าผู้ตายรูปร่างสูงใหญ่กว่าจำเลยและมีนิสัยเกเร ทั้งยังก่อเหตุทำร้ายจำเลยตลอดมาตั้งแต่ก่อนเกิดเหตุสมควรลงโทษจำเลยสถานเบา..." พิพากษาแก้เป็นว่า ให้จำคุกจำเลย 2 ปี นอกจากที่แก้คงให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2180/2532 พนักงานอัยการ จังหวัด เลย โจทก์ นาย เสมือน ศรีบุรินทร์ จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - พนักงานอัยการ จังหวัด เลย · จำเลย - นาย เสมือน ศรีบุรินทร์
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)สุนทร จันทรศักดิ์ · ชูศักดิ์ บัณฑิตกุล · ครีภูมิ สุวรรณโรจน์
แหล่งที่มาสำนักงานส่งเสริมงานตุลาการ

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 20504/2556ฎีกา 1597/2522ฎีกา 2530/2527ฎีกา 180/2554ฎีกา 226/2529ฎีกา 1268/2515ฎีกา 1162/2508ฎีกา 235/2499ฎีกา 551/2514ฎีกา 3237/2543ฎีกา 16867/2557ฎีกา 7601/2540ฎีกา 1082/2511ฎีกา 960/2559ฎีกา 1165/2537ฎีกา 5957/2530ฎีกา 1189/2537ฎีกา 110/2513ฎีกา 1215/2501ฎีกา 4903/2562ฎีกา 2632/2529ฎีกา 8534/2544ฎีกา 4344/2561ฎีกา 4952/2536
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · สำนักงานส่งเสริมงานตุลาการ