คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2211/2532
📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การที่ลูกจ้างขาดงานติดต่อกันเกิน 3 วันทำงาน โดยมีเหตุอันสมควร เช่น การไปรับราชการทหารตามกฎหมาย ถือว่าไม่ใช่การละทิ้งหน้าที่โดยไม่มีเหตุอันสมควรที่นายจ้างจะเลิกจ้างได้โดยไม่ต้องจ่ายค่าชดเชย
ย่อคำพิพากษา
การที่ลูกจ้างขาดงานเป็นเวลา 3 วันทำงานติดต่อกัน จะเป็นการละทิ้งหน้าที่โดยไม่มีเหตุสมควรหรือไม่ ต้องพิจารณาถึงเหตุที่ทำให้ลูกจ้างนั้นไม่ได้มาทำงานว่ามีเหตุสมควรหรือไม่ เพียงใด ไม่ใช่ว่าเมื่อลูกจ้างไม่มาทำงานโดยฝ่าฝืนระเบียบหรือข้อบังคับเกี่ยวกับการทำงานเรื่องการลาแล้ว จะเป็นการละทิ้งหน้าที่โดยไม่มีเหตุสมควรเสมอไป
โจทก์ละทิ้งหน้าที่เกิน 3 วันทำงานติดต่อกันเนื่องจากไปรับราชการทหารตามกฎหมาย ไม่ใช่เป็นการละทิ้งหน้าที่โดยไม่มีเหตุอันสมควรที่จำเลยจะเลิกจ้างโจทก์ได้โดยไม่ต้องจ่ายค่าชดเชย
⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง
มาตราที่เกี่ยวข้อง
ประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่อง การคุ้มครองแรงงาน ม.47
คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)
โจทก์ฟ้องขอให้จำเลยรับโจทก์กลับเข้าทำงานในตำแหน่งและอัตราค่าจ้างเดิม หากรับกลับเข้าทำงานไม่ได้ให้จ่ายค่าชดเชย สินจ้างแทนการบอกกล่าวล่วงหน้า เงินสะสม ค่าเสียหาย พร้อมดอกเบี้ยให้แก่โจทก์ตามฟ้อง
จำเลยให้การว่า เลิกจ้างโจทก์เพราะโจทก์ขาดงานเกินกว่า ๓ วัน โดยไม่ยื่นใบลาและแจ้งเหตุให้ทราบว่าถูกเกณฑ์ไปรับราชการทหาร เป็นการฝ่าฝืนกฎข้อบังคับเกี่ยวกับการทำงานของจำเลยอย่างร้ายแรง ขอให้ยกฟ้อง
ศาลแรงงานกลางพิพากษาให้จำเลยจ่ายค่าชดเชยจำนวน ๙,๐๓๐ บาท พร้อมดอกเบี้ยตามฟ้องแก่โจทก์
จำเลยอุทธรณ์ต่อศาลฎีกา
ศาลฎีกาแผนกคดีแรงงานวินิจฉัยว่า จำเลยอุทธรณ์ว่า ตามระเบียบปฏิบัติสำหรับพนักงานของจำเลยตาม ข้อ ๓.๕ ระบุว่า การลากิจในทุกกรณีให้ส่งใบลากิจก่อนลาทุกครั้ง มิฉะนั้นจะถือเป็นการขาดงาน ใบลาทุกใบจะต้องนำส่งด้วยตนเองผ่านหัวหน้าแผนกที่พนักงานสังกัดอยู่โดยอนุมัติจากผู้บังคับบัญชาตามลำดับชั้น และฝ่ายบุคคล และตามข้อ ๔.๒ ระบุว่า การขาดงาน ๓ วันติดต่อกันในทุกกรณีจะขาดสภาพจากการเป็นพนักงานของบริษัทจำเลยทันที โจทก์ไม่ได้ลาจำเลยไปรับราชการทหาร โจทก์ละทิ้งหน้าที่ไป อันเป็นการผิดระเบียบข้อบังคับเกี่ยวกับการทำงานของจำเลยโดยชัดแจ้ง ถือได้ว่าโจทก์ละทิ้งหน้าที่เป็นเวลา ๓ วันทำงานติดต่อกันโดยไม่มีเหตุอันสมควร ตามประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่อง การคุ้มครองแรงงาน ข้อ ๔๗ (๔) จำเลยไม่ต้องจ่ายค่าชดเชยเมื่อเลิกจ้างพิเคราะห์แล้วเห็นว่า การที่จะถือว่าลูกจ้างละทิ้งหน้าที่เป็นเวลาสามวันทำงานติดต่อกันเป็นการละทิ้งหน้าที่โดยไม่มีเหตุสมควรหรือไม่ จะต้องพิจารณาถึงเหตุที่ทำให้ลูกจ้างนั้นไม่ได้มาทำงานว่ามีเหตุสมควรหรือไม่ เพียงใด มิใช่ว่าเมื่อลูกจ้างไม่มาทำงานโดยไม่ส่งใบลากิจและไม่ได้รับอนุมัติให้ลาได้ อันเป็นการกระทำผิดต่อระเบียบข้อบังคับเกี่ยวกับการทำงานแล้ว จะเป็นการละทิ้งหน้าที่โดยไม่มีเหตุสมควรเสมอไปไม่ คดีนี้ได้ความว่า ที่โจทก์ละทิ้งหน้าที่ไปสืบเนื่องจากโจทก์ต้องไปรับราชการทหารตามกฎหมาย อันเป็นเหตุที่ทำให้โจทก์ไม่ได้มาทำงาน การที่โจทก์ละทิ้งหน้าที่ไปดังกล่าว จึงไม่ใช่เป็นการละทิ้งหน้าที่โดยไม่มีเหตุอันสมควรที่จำเลยจะเลิกจ้างโจทก์ได้โดยไม่ต้องจ่ายค่าชดเชย
พิพากษายืน.
ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย
คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2211/2532
นายมนัส หลวงเทพ โจทก์
บริษัท เอ.ที.พี.อินดัสตรี้ จำกัด จำเลย
รายละเอียดคดี
| คู่ความ | โจทก์ - นายมนัส หลวงเทพ · จำเลย - บริษัท เอ.ที.พี.อินดัสตรี้ จำกัด |
| องค์คณะ (ผู้พิพากษา) | ครีภูมิ สุวรรณโรจน์ · มาโนช เพียรสนอง · นำชัย สุนทรพินิจกิจ |
| ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ | ศาลแรงงานกลาง - นายเกียรติพงศ์ อมาตยกุล · ศาลอุทธรณ์ |
| แหล่งที่มา | กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา |
ฎีกาที่เกี่ยวข้อง
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณแหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา