⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 230/2532

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 230/2532

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การที่ลูกจ้างป่วยจนไม่สามารถปฏิบัติหน้าที่ได้ ไม่เป็นเหตุยกเว้นที่นายจ้างไม่ต้องจ่ายค่าชดเชยตามกฎหมาย และนายจ้างต้องจ่ายค่าชดเชยแก่ลูกจ้างเมื่อเลิกจ้างโดยมิพักต้องทวงถาม

ย่อคำพิพากษา

จำเลยปลดโจทก์ออกจากงานเพราะเหตุโจทก์ป่วยจนไม่สามารถปฏิบัติหน้าที่ได้ไม่เป็นเหตุยกเว้นไม่ต้องจ่ายค่าชดเชยตามข้อ 47 แห่งประกาศกระทรวงมหาดไทยเรื่อง การคุ้มครองแรงงานจำเลยต้องจ่ายค่าชดเชยแก่โจทก์ เมื่อจำเลยไม่จ่ายถือว่าตกเป็นผู้ผิดนัดนับแต่วันเลิกจ้างโดยมิต้องทวงถาม.(ที่มา-ส่งเสริม)

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.204 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.224

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยเลิกจ้างโจทก์โดยโจทก์ไม่มีความผิด และจำเลยไม่ยอมจ่ายค่าชดเชยให้โจทก์ ขอให้ศาลพิพากษาให้จำเลยจ่ายค่าชดเชยแก่โจทก์พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปี จำเลยให้การว่า จำเลยปลดโจทก์ออกจากงาน เพราะโจทก์ป่วยจนไม่สามารถปฏิบัติหน้าที่ได้ จำเลยได้จ่ายเงินบำนาญให้มีจำนวนสูงกว่าค่าชดเชยและมีเงื่อนไขการจ่ายอย่างเดียวกับค่าชดเชย ก่อนฟ้องโจทก์ไม่เคยทวงถาม จำเลยจึงไม่ต้องเสียดอกเบี้ย ศาลแรงงานกลางพิพากษาให้จำเลยจ่ายค่าชดเชยแก่โจทก์พร้อมด้วยดอกเบี้ยร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปี จำเลยอุทธรณ์ต่อศาลฎีกา ศาลฎีกาแผนกคดีแรงงานวินิจฉัยว่า "จำเลยอุทธรณ์ว่า โจทก์ป่วยเป็นโรคทางสมองจนไม่สามารถทำงานให้แก่จำเลยได้ เป็นเหตุให้จำเลยได้รับความเสียหายอย่างร้ายแรง และการหย่อนความสามารถของโจทก์ถือว่าเป็นการฝ่าฝืนระเบียบข้อบังคับเกี่ยวกับการทำงานหรือคำสั่งอันชอบด้วยกฎหมายของจำเลยซึ่งเป็นนายจ้างอย่างร้ายแรงตามประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่อง การคุ้มครองแรงงาน ประกอบกับจำเลยยังได้จ่ายเงินทุนเลี้ยงชีพประเภทหนึ่ง (บำนาญ) ให้แก่โจทก์เดือนละ9,374.40 บาท ตามระเบียบการธนาคารออมสิน ฉบับที่ 67 หมวด 3 และโจทก์จะได้รับเรื่อยไปทุกเดือน รวมแล้วมีจำนวนสูงกว่าค่าชดเชยและถือว่าเป็นเงินประเภทเดียวกับค่าชดเชย จำเลยจึงไม่ต้องจ่ายค่าชดเชยให้โจทก์อีก ส่วนดอกเบี้ย โจทก์ไม่เคยทวงถามและจำเลยไม่เคยผิดนัดจำเลยจึงไม่ต้องรับผิดชำระดอกเบี้ยแก่โจทก์ พิเคราะห์แล้วเห็นว่าการที่จำเลยซึ่งเป็นนายจ้างเลิกจ้างโจทก์ผู้เป็นลูกจ้าง จำเลยจะได้รับยกเว้นไม่ต้องจ่ายค่าชดเชยให้โจทก์ต่อเมื่อโจทก์ผู้เป็นลูกจ้างได้กระทำการอย่างใดอย่างหนึ่ง ตามประกาศกระทรวงมหาดไทยเรื่อง การคุ้มครองแรงงาน ลงวันที่ 16 เมษายน 2515 ข้อ 47 คือ (1) ทุจริตต่อหน้าที่หรือกระทำความผิดอาญา โดยเจตนาแก่นายจ้าง (2) จงใจทำให้นายจ้างได้รับความเสียหาย (3) ฝ่าฝืนข้อบังคับหรือระเบียบเกี่ยวกับการทำงาน หรือคำสั่งอันชอบด้วยกฎหมายของนายจ้างและนายจ้างได้ตักเตือนเป็นหนังสือแล้วเว้นแต่กรณีที่ร้ายแรงนายจ้างไม่จำต้องตักเตือน ฯลฯ การที่จะถือว่าลูกจ้างจงใจทำให้นายจ้างได้รับความเสียหายหรือฝ่าฝืนข้อบังคับหรือระเบียบเกี่ยวกับการทำงานหรือคำสั่งอันชอบด้วยกฎหมายของนายจ้างนั้นจะต้องเป็นเรื่องที่ลูกจ้างได้กระทำหรือละเว้นกระทำการอย่างใดอย่างหนึ่งโดยมีเจตนาจะให้นายจ้างได้รับความเสียหายหรือได้กระทำการอย่างใดอย่างหนึ่งอันเป็นการฝ่าฝืนข้อบังคับหรือระเบียบเกี่ยวกับการทำงานฯ แต่โจทก์ในคดีนี้หาได้กระทำการดังกล่าวไม่ หากแต่เจ็บป่วยเป็นโรคทางสมองจนไม่สามารถทำงานให้จำเลยได้ อันเป็นเรื่องที่โจทก์มิได้มีส่วนก่อให้เกิดขึ้นแต่ประการใด ทั้งยังเป็นพฤติการณ์นอกเหนือที่โจทก์ไม่สามารถจะป้องกันได้ กรณีจึงมิใช่เป็นเรื่องที่โจทก์ฝ่าฝืนข้อบังคับหรือระเบียบเกี่ยวกับการทำงานหรือคำสั่งอันชอบด้วยกฎหมายของจำเลยอันเป็นกรณีร้ายแรงดังที่จำเลยอุทธรณ์ จึงไม่ต้องด้วยข้อยกเว้นตามประกาศฯ ข้างต้น ข้อ 47(3) ที่จำเลยจะเลิกจ้างโจทก์โดยไม่ต้องจ่ายค่าชดเชยสำหรับเงินทุนเลี้ยงชีพประเภทหนึ่ง (บำนาญ) ที่จำเลยจ่ายให้โจทก์นั้นมีหลักเกณฑ์และวิธีการการจ่ายต่างกับค่าชดเชย จะถือว่าเป็นเงินค่าชดเชยที่จำเลยจ่ายให้โจทก์แล้วหาได้ไม่ และค่าชดเชยนี้เป็นเงินที่กฎหมายบังคับให้จำเลยต้องจ่ายแก่โจทก์ทันทีที่เลิกจ้าง เมื่อจำเลยไม่จ่ายให้โจทก์นับแต่วันเลิกจ้าง ก็ได้ชื่อว่าตกเป็นผู้ผิดนัดนับแต่วันดังกล่าวโดยมิต้องทวงถาม จำเลยจึงต้องชำระดอกเบี้ยให้แก่โจทก์นับแต่นั้นเป็นต้นมา ที่ศาลแรงงานกลางพิพากษาให้จำเลยจ่ายค่าชดเชยจำนวน 104,160 บาทแก่โจทก์พร้อมดอกเบี้ยร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปีนับแต่วันที่จำเลยเลิกจ้างโจทก์ชอบแล้ว อุทธรณ์ของจำเลยฟังไม่ขึ้น" พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 230/2532 นาย วิศาล นันทเส น โจทก์ ธนาคารออมสิน จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นาย วิศาล นันทเส น · จำเลย - ธนาคารออมสิน
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)วิศิษฏ์ ลิมานนท์ · มาโนช เพียรสนอง · ศิลปชัย มัทธุรศ
แหล่งที่มาสำนักงานส่งเสริมงานตุลาการ

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 2886/2545ฎีกา 10022/2553ฎีกา 405/2550ฎีกา 28/2535ฎีกา 1854/2493ฎีกา 2620/2517ฎีกา 2165/2537ฎีกา 5736/2540ฎีกา 1339/2516ฎีกา 6988/2545ฎีกา 1124/2511ฎีกา 554/2513ฎีกา 8322/2544ฎีกา 2558/2533ฎีกา 4941/2539ฎีกา 1169-1170/2509ฎีกา 1195/2511ฎีกา 896/2547ฎีกา 265/2510ฎีกา 10889/2546ฎีกา 11036/2553ฎีกา 3081/2545ฎีกา 7666/2552ฎีกา 4963/2536
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · สำนักงานส่งเสริมงานตุลาการ