⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 2563/2532

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2563/2532

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การแต่งตั้งผู้ชำระบัญชีคนใหม่แทนผู้ชำระบัญชีคนเดิมที่ย้ายไปรับราชการที่อื่น ไม่เป็นการผิดวัตถุประสงค์ของคู่ความและไม่เป็นการเปลี่ยนแปลงคำพิพากษาตามยอม หากผู้ชำระบัญชีคนใหม่ดำรงตำแหน่งที่เกี่ยวข้องตามที่คู่ความตกลงไว้.

ย่อคำพิพากษา

ข้อความในสัญญาประนีประนอมยอมความซึ่งศาลได้มีคำพิพากษาตามยอมแล้ว ข้อ (1) ระบุว่าโจทก์และจำเลยทั้งสองยินยอมตั้งเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ สำนักงานบังคับคดีและวางทรัพย์ภูมิภาคที่ 6 (จังหวัด พิษณุโลก ) เป็นผู้ชำระบัญชี ซึ่งขณะนั้น ม.ดำรงตำแหน่งเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ สำนักงานบังคับคดีและวางทรัพย์ภูมิภาคที่ 6 ม. จึงเป็นผู้ชำระบัญชีโดยตำแหน่งราชการไม่ใช่เป็นการเฉพาะตัว เมื่อ ม. ย้ายไปรับราชการที่อื่นและ จ. ย้ายมาดำรงตำแหน่งเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์สำนักงานบังคับคดีและวางทรัพย์ภูมิภาคที่ 6 แทน จ. ก็ย่อมเป็นผู้ชำระบัญชีในคดีนี้ต่อไปได้ การที่ศาลแต่งตั้ง จ. เป็นผู้ชำระบัญชีคนใหม่แทน ม. ผู้ชำระบัญชีคนเดิม จึงไม่เป็นการผิดวัตถุประสงค์เดิมของโจทก์และจำเลย ทั้งไม่เป็นการเปลี่ยนแปลงคำพิพากษาตามยอมของคู่ความ.

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.145 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.852

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

กรณีสืบเนื่องมาจากโจทก์ฟ้อง จำเลยขอเลิกห้างหุ้นส่วนสามัญไม่จดทะเบียนและขอให้ศาลตั้งบุคคลที่ศาลเห็นสมควรเป็นผู้ชำระบัญชีคู่ความได้ทำสัญญาประนีประนอมยอมความ ศาลชั้นต้นพิพากษาตามยอมและหมายตั้งเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ สำนักงานบังคับคดีและวางทรัพย์ภูมิภาคที่ ๖ เป็นผู้ชำระบัญชีตามสัญญาประนีประนอมยอมความดังกล่าว ต่อมาโจทก์ยื่นคำร้องขอให้เพิกถอนคำสั่งตั้งเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ สำนักงานบังคับคดีและวางทรัพย์ภูมิภาคที่ ๖ เพื่อจะทำการชำระบัญชีกันเองจำเลยไม่ตกลง ศาลจึงให้มีการชำระบัญชีโดยผู้ชำระบัญชีคนเดิมที่ได้แต่งตั้งไว้แล้ว โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ที่โจทก์ฎีกาว่า การที่โจทก์และจำเลยทั้งสองทำสัญญาประนีประนอมยอมความตั้งเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์สำนักงานบังคับคดีและวางทรัพย์ภูมิภาคที่ ๖ เป็นผู้ชำระบัญชีเป็นการแต่งตั้งเฉพาะตัว ไม่เกี่ยวแก่ราชการนั้น เห็นว่า ตามสัญญาประนีประนอมยอมความ ลงวันที่ ๒๒ สิงหาคม ๒๕๒๘ ซึ่งศาลชั้นต้นได้มีคำพิพากษาตามยอมแล้ว ข้อ (๑) ระบุว่า โจทก์และจำเลยทั้งสองยินยอมตั้งเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ สำนักงานบังคับคดีและวางทรัพย์ภูมิภาที่ ๖ (จังหวัดพิษณุโลก) เป็นผู้ชำระบัญชี ซึ่งขณะนั้นนายมนัสแจ่มจรรยา ดำรงตำแหน่งเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ สำนักงานบังคับคดีและวางทรัพย์ภูมิภาคที่ ๖ ดังนั้นนายมนัสจึงเป็นผู้ชำระบัญชีโดยตำแหน่งราชการไม่ใช่เป็นการเฉพาะตัว เพราะตามสัญญาประนีประนอมยอมความดังกล่าวระบุไว้ชัดถึงตำแหน่ง ไม่ได้ระบุชื่อนายมนัสโดยเฉพาะ เมื่อนายมนัสย้ายไปรับราชการที่อื่น และนายจำนงค์ ถึงบุญย้ายมาดำรงตำแหน่งเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ สำนักงานบังคับคดีและวางทรัพย์ภูมิภาคที่ ๖ แทน นายจำนงค์ก็ย่อมเป็นผู้ชำระบัญชีในคดีนี้ต่อไปได้ การที่ศาลชั้นต้นแต่งตั้งนายจำนงค์เป็นผู้ชำระบัญชีคนใหม่แทนนายมนัสผู้ชำระบัญชีคนเดิม จึงไม่เป็นการผิดวัตถุประสงค์เดิมของโจทก์และจำเลยทั้งสอง ทั้งไม่เป็นการเปลี่ยนแปลงคำพิพากษาตามยอมของคู่ความดังที่โจทก์กล่าวอ้างแต่อย่างใด ที่ศาลอุทธรณ์พิพากษามาชอบแล้ว ฎีกาโจทก์ฟังไม่ขึ้น พิพากษายืน. ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2563/2532 นายสง่า เจียมปัญญารัช โจทก์ นายธวัชชัย ชัยมงคลตระกูล ที่ 1 กับพวก จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นายสง่า เจียมปัญญารัช · จำเลย - นายธวัชชัย ชัยมงคลตระกูล ที่ 1 กับพวก
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)ประชา บุญวนิช · บุญส่ง คล้ายแก้ว · นิเวศน์ คำผอง
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลจังหวัดนครสวรรค์ - นายปัญญา โต๊ะทอง · ศาลอุทธรณ์ - นายเคลื่อม วัฒนเมธียานนท์
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 795/2543ฎีกา 1721/2528ฎีกา 2660/2536ฎีกา 79/2501ฎีกา 2057/2529ฎีกา 3219/2534ฎีกา 1251/2500ฎีกา 4549/2540ฎีกา 185/2566ฎีกา 6232/2534ฎีกา 2345/2540ฎีกา 2460/2517ฎีกา 6868/2541ฎีกา 1591/2495ฎีกา 560/2529ฎีกา 1592/2521ฎีกา 3190/2530ฎีกา 4470/2543ฎีกา 4564/2543ฎีกา 15617/2558ฎีกา 953/2505ฎีกา 5007/2540ฎีกา 7631/2552ฎีกา 4541/2550
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา