⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 2587/2532

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2587/2532

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การประเมินภาษีที่จำเลยมิได้อุทธรณ์ต่อคณะกรรมการพิจารณาอุทธรณ์ ถือว่าชอบแล้ว และเมื่อมีบทบัญญัติเฉพาะเรื่องการชำระเงินเพิ่มกรณีผิดนัดชำระภาษีการค้าแล้ว จะนำบทบัญญัติเรื่องดอกเบี้ยระหว่างผิดนัดตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์มาใช้บังคับซ้ำอีกไม่ได้

ย่อคำพิพากษา

จำเลยนำสินค้าของเด็กเล่นจากเมือง ฮ่องกง เข้ามาในราชอาณาจักรเจ้าหน้าที่ศุลกากรตรวจสอบแล้วปรากฏว่าจำเลยสำแดงราคาสินค้าต่ำกว่าความเป็นจริง จึงแจ้งการประเมินให้จำเลยชำระภาษีอากรขาเข้าภาษีการค้าและภาษีบำรุงเทศบาลเพิ่มเติม เมื่อจำเลยมิได้อุทธรณ์การประเมินที่ประเมินให้จำเลยชำระภาษีการค้าและภาษีบำรุงเทศบาลเพิ่มขึ้นต่อคณะกรรมการพิจารณาอุทธรณ์ตามประมวลรัษฎากร จึงต้องถือว่าการประเมินให้จำเลยชำระภาษีการค้าและภาษีบำรุงเทศบาลเพิ่มขึ้นเป็นอันชอบแล้ว ตามประมวลรัษฎากร มาตรา 89 ทวิ ผู้ประกอบการค้าต้องชำระเงินเพิ่มตามอัตราที่กฎหมายกำหนด เมื่อไม่ชำระภาษีการค้าภายในเวลาที่กฎหมายกำหนดไว้ อันเป็นทางแก้กรณีที่ลูกหนี้ผิดนัดชำระหนี้โดยเฉพาะแล้ว จะนำประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 224 ว่าด้วยดอกเบี้ยระหว่างผิดนัดมาเรียกร้องเอากับลูกหนี้ซ้ำอีกหาได้ไม่

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.224 ประมวลรัษฎากร ม.18 ประมวลรัษฎากร ม.30

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยนำสินค้าของเด็กเล่นจากเมืองฮ่องกงเข้ามาในราชอาณาจักร เจ้าหน้าที่ศุลกากรตรวจสอบแล้ว ปรากฏว่าจำเลยสำแดงราคาสินค้าต่ำกว่าความเป็นจริง เจ้าพนักงานประเมินจึงแจ้งให้จำเลยชำระภาษีอากรเพิ่มเติม จำเลยไม่อุทธรณ์และไม่นำเงินมาชำระจึงต้องรับผิดชำระเงินเพิ่มอากรขาเข้าร้อยละ ๒๐ เป็นเงิน ๒๒,๔๕๗.๖๓บาท เงินเพิ่มร้อยละ ๑ ต่อเดือน ของอากรขาเข้าที่ค้างชำระ ตั้งแต่วันรับของไปจนถึงวันฟ้อง เดือนละ ๑,๑๒๒.๘๘ บาท เป็นเวลา ๔๒ เดือนเป็นเงิน ๔๗,๑๖๐.๙๖ บาท เงินเพิ่มภาษีการค้าในอัตราร้อยละ ๑ ต่อเดือน เป็นเงินเดือนละ ๒๒๑.๙๓ บาท ตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์ ๒๕๒๕ ถึงเดือนกรกฎาคม ๒๕๒๕ รวม ๕ เดือน เป็นเงิน ๑,๑๐๙.๖๕ บาทเงินเพิ่มร้อยละ ๑.๕ ต่อเดือน ตั้งแต่เดือนกรกฎาคม ๒๕๒๕ ถึงวันฟ้องรวม ๓๗ เดือน เป็นเงิน ๑๒,๓๑๗.๑๒ บาท รวมเป็นเงินเพิ่มภาษีการค้า๑๓,๔๒๖.๗๗ บาท เงินเพิ่มภาษีบำรุงเทศบาล ๑,๓๔๒.๖๘ บาท รวมภาษีอากรที่จำเลยจะต้องชำระให้โจทก์ทั้งสิ้น ๒๒๑,๐๘๙.๐๓ บาทขอให้บังคับจำเลยชำระเงินจำนวนนั้นพร้อมด้วยดอกเบี้ยของจำนวนภาษีอากรค้างชำระ ๑๓๖,๗๐๐.๙๙ บาท ในอัตราร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปีนับแต่วันฟ้องจนกว่าจำเลยจะชำระเงินให้โจทก์เสร็จ จำเลยให้การว่า ราคาสินค้าที่จำเลยสำแดงไว้ในใบขนสินค้าเป็นราคาแท้จริงที่ซื้อขายกันในท้องตลาด โจทก์ประเมินราคสินค้าโดยมิได้ถือตามราคาซื้อขายที่แท้จริงในท้องตลาดสำหรับสินค้าชนิดและประเภทเดียวกัน และที่มีแหล่งกำเนิดในประเทศเดียวกันการประเมินราคาสินค้าของโจทก์ปราศจากหลักเกณฑ์ที่แน่นอนเป็นการประเมินที่มิชอบด้วยกฎหมาย และไม่มีกฎหมายบัญญัติให้จำเลยต้องชำระเงินเพิ่มดังที่โจทก์ฟ้อง ทั้งจำเลยไม่ต้องอุทธรณ์การประเมินเพราะมิใช่เป็นการประเมินตามประมวลรัษฎากร ขอให้ยกฟ้อง ศาลชั้นต้นพิจารณาแล้ววินิจฉัยว่า โจทก์มีอำนาจฟ้องจำเลยซึ่งเป็นผู้นำสินค้าเข้า แต่ราคาสินค้าที่จำเลยสำแดงในใบขนเป็นราคาอันแท้จริงในท้องตลาด จำเลยชำระภาษีอากรโดยถูกต้องแล้วพิพากษายกฟ้อง โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิจารณาแล้ว พิพากษายืน โจทก์ฎีกา ศาลฎีกาตรวจสำนวนประชุมปรึกษาแล้ววินิจฉัยว่า ที่นายจิรวัฒน์เจ้าหน้าที่ของโจทก์อ้างว่าก่อนจำเลยนำสินค้าเข้ามาในราชอาณาจักรมีผู้นำเข้ารายอื่นนำสินค้าชนิดเดียวกันจากเมืองฮ่องกง เข้ามาก่อนแล้วปรากฏว่าราคาสูงกว่าราคาที่จำเลยนำเข้า จึงประเมินราคาสินค้าของจำเลยให้สูงขึ้นโดยนำราคาสินค้าที่นำเข้ามาก่อนมาเปรียบเทียบนั้น ศาลฎีกาเห็นว่า มีผู้นำสินค้าอย่างเดียวกันเข้ามาในราชอาณาจักก่อนจำเลยนำสินค้าเข้ามาตามราคาที่นายจิรวัฒน์ประเมินหรือไม่โจทก์ไม่มีพยานอื่นประกอบคำเบิกความของนายจิรวัฒน์จึงเลื่อนลอยมีน้ำหนักน้อย ข้อเท็จจริงฟังไม่ได้ว่า ราคาตามที่นายจิรวัฒน์ประเมินเป็นราคาอันแท้จริงในท้องตลาด ที่โจทก์ฎีกาว่า ทางพิจารณาจำเลยไม่อาจสืบหักล้างหรือพิสูจน์ว่าเจ้าพนักงานประเมินได้กระทำโดยไม่สุจริต หรือไม่เป็นไปตามอำนาจหน้าที่ตามกฎหมาย ข้อเท็จจริงฟังได้ตามที่โจทก์นำสืบนั้น ศาลฎีกาเห็นว่า เมื่อพยานเบิกความลอย ๆไม่ประกอบด้วยเหตุผล แม้คู่ความอีกฝ่ายหนึ่งจะไม่นำสืบหักล้างคำพยานนั้นก็คงเลื่อนลอยไม่ประกอบด้วยเหตุผลเชื่อถือไม่ได้อยู่นั่นเอง ที่ศาลล่างทั้งสองพิพากษายกฟ้องโจทก์ในส่วนภาษีอากรขาเข้านั้น ศาลฎีกาเห็นพ้องด้วย แต่สำหรับภาษีการค้าและภาษีบำรุงเทศบาลซึ่งเป็นภาษีฝ่ายสรรพากรนั้น ศาลฎีกาเห็นว่า จำเลยมิได้อุทธรณ์การประเมินที่ประเมินให้จำเลยชำระภาษีการค้าเพิ่มขึ้นต่อคณะกรรมการพิจารณาอุทธรณ์ ตามประมวลรัษฎากร ข้อเท็จจริงเป็นอันฟังได้ว่าการประเมินให้จำเลยชำระภาษีการค้าเป็นอันชอบแล้วจำเลยจึงต้องชำระภาษีการค้า ๒๒,๑๙๓.๔๙ บาท ภาษีบำรุงเทศบาล๒,๒๑๙.๓๕ บาท เงินเพิ่มภาษีการค้า ๑๓,๔๒๖.๗๗ บาท และเงินเพิ่มภาษีบำรุงเทศบาล ๑,๓๔๒.๖๘ บาท รวมเป็นเงิน ๓๙,๑๘๒.๒๙ บาท ให้โจทก์สำหรับคำขอของโจทก์ที่ให้จำเลยชำระดอกเบี้ยในอัตราร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปีของภาษีอากรค้างชำระนับแต่วันฟ้องจนกว่าจะชำระเสร็จนั้นศาลฎีกาเห็นว่า ตามประมวลรัษฎากร มาตรา ๘๙ ทวิ ผู้ประกอบการค้าต้องชำระเงินเพิ่มตามที่อัตราที่กฎหมายกำหนด เมื่อไม่ชำระภาษีการค้าภายในเวลาที่กฎหมายกำหนดไว้ อันเป็นทางแก้กรณีที่ลูกหนี้ผิดนัดชำระหนี้โดยเฉพาะแล้ว จะนำประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์มาตรา ๒๒๔ ว่าด้วยดอกเบี้ยระหว่างผิดนัดมาเรียกร้องเอากับลูกหนี้ซ้ำอีกหาได้ไม่ สรุปแล้วศาลฎีกาเห็นว่าฎีกาโจทก์ฟังขึ้นบางส่วน พิพากษาแก้เป็นว่า ให้จำเลยชำระภาษีอากรให้โจทก์เป็นเงิน๓๙,๑๘๒.๒๙ บาท นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลอุทธรณ์. ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2587/2532 กรมศุลกากร กับพวก โจทก์ นายเอี้ยงเม้งหรือเอี่ยวเม้ง หรือมนัส แซ่เตียว จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - กรมศุลกากร กับพวก · จำเลย - นายเอี้ยงเม้งหรือเอี่ยวเม้ง หรือมนัส แซ่เตียว
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)เดชา สุวรรณโณ · วิฑูรย์ ตั้งตรงจิตต์ · ประวิทย์ ขัมภรัตน์
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลแพ่ง - นายประคอง มากมิ่ง · ศาลอุทธรณ์ - นายบุญส่ง วรรณกลาง
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 4246/2539ฎีกา 1698/2515ฎีกา 6928/2555ฎีกา 2680/2551ฎีกา 497/2528ฎีกา 2625/2534ฎีกา 5291/2540ฎีกา 392/2535ฎีกา 2826/2536ฎีกา 1962/2548ฎีกา 2546/2524ฎีกา 1912/2540ฎีกา 5607/2550ฎีกา 2074/2545ฎีกา 8273/2551ฎีกา 10166/2539ฎีกา 1471/2542ฎีกา 2439/2531ฎีกา 358/2540ฎีกา 1781/2509ฎีกา 8396/2538ฎีกา 4623/2540ฎีกา 42/2518ฎีกา 4225/2529
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา