⚖️ LawAraiค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 2687-2688/2532

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2687-2688/2532

ป.พ.พ. ม.204, 224

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การฟ้องคดีต่อศาลเพื่อเรียกให้ชำระหนี้ ถือเป็นการทวงถามให้ลูกหนี้ผิดนัด และลูกหนี้ต้องรับผิดชำระดอกเบี้ยนับแต่วันผิดนัดเป็นต้นไป

ย่อคำพิพากษา

การฟ้องศาลให้จำเลยชำระเงินบำเหน็จแก่โจทก์ถือได้ว่าเป็นการทวงถามเตือนให้จำเลยชำระเงินดังกล่าวอยู่ในตัว จำเลยจึงตกเป็นผู้ผิดนัดแล้ว และจะต้องรับผิดชำระดอกเบี้ยให้แก่โจทก์นับแต่วันผิดนัดเป็นต้นไปตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา 224วรรคแรก

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.204 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.224

🔎 คำพิพากษาอื่นที่อ้างมาตราเดียวกัน: ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.204 → ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.224 →

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่า จำเลยจ้างโจทก์เป็นพนักงานประจำ โจทก์ลาออกจากงาน โจทก์มีสิทธิได้รับเงินบำเหน็จ แต่จำเลยจ่ายเงินบำเหน็จให้โจทก์ขาดไปโดยไม่นำค่าครองชีพมารวมคำนวณ ขอให้บังคับจำเลยชำระเงินบำเหน็จส่วนที่ขาดให้แก่โจทก์ พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปีนับแต่วันฟ้องจนกว่าจะชำระเสร็จ จำเลยให้การว่า ค่าครองชีพไม่ใช่เงินเดือนหรือค่าจ้างไม่อาจนำมารวมกับค่าจ้างปกติเพื่อเป็นฐานคำนวณเงินบำเหน็จโจทก์ไม่เคยทวงถามค่าครองชีพ จำเลยจึงไม่ตกเป็นผู้ผิดนัดอันจะต้องเสียดอกเบี้ย ขอให้ยกฟ้อง ศาลแรงงานพิพากษาให้จำเลยชำระเงินบำเหน็จที่ขาดแก่โจทก์พร้อมดอกเบี้ยอัตราร้อยละเจ็ดครึ่งต่อปี นับแต่วันฟ้องจนกว่าจะชำระเสร็จ จำเลยอุทธรณ์ต่อศาลฎีกา ศาลฎีกาแผนกคดีแรงงานวินิจฉัยข้อกฎหมายว่าประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา ๒๐๔ วรรคแรก ได้บัญญัติไว้เพียงว่า ภายหลังจากหนี้ถึงกำหนดชำระ ถ้าเจ้าหนี้ให้คำเตือนลูกหนี้แล้ว ลูกหนี้ยังไม่ได้ชำระหนี้ ลูกหนี้ย่อมตกเป็นผู้ผิดนัดเพราะเขาเตือนแล้วโดยไม่ได้กำหนดรูปแบบคำเตือนไว้ว่าจะต้องทำอย่างไรการฟ้องศาลให้จำเลยชำระบำเหน็จแก่โจทก์ถือได้ว่าเป็นการทวงถามเตือนให้จำเลยชำระเงินดังกล่าวอยู่ในตัว จำเลยจึงตกเป็นผู้ผิดนัดแล้ว และจะต้องรับผิดชำระดอกเบี้ยให้แก่โจทก์นับแต่วันผิดนัดเป็นต้นไปตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ มาตรา ๒๒๔ วรรคแรก หาใช่เริ่มรับผิดชำระดอกเบี้ยตั้งแต่วันที่มีคำพิพากษาถึงที่สุดดังที่จำเลยอุทธรณ์ไม่ พิพากษายืน. ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2687 - 2688/2532 นายอภิวัฒน์ คล้ายทรัพย์ กับพวก โจทก์ องค์การทอผ้า จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นายอภิวัฒน์ คล้ายทรัพย์ กับพวก · จำเลย - องค์การทอผ้า
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)มาโนช เพียรสนอง · ศักดา โมกขมรรคกุล · นำชัย สุนทรพินิจกิจ
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลแรงงานกลาง - นายกมล เพียรพิทักษ์ · ศาลอุทธรณ์
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 10166/2539ฎีกา 1471/2542ฎีกา 394/2550ฎีกา 358/2540ฎีกา 13922/2558ฎีกา 1781/2509ฎีกา 6239/2551ฎีกา 4225/2529ฎีกา 4873/2528ฎีกา 6695/2548ฎีกา 8114-8868/2546ฎีกา 3145/2545ฎีกา 8938-8992/2552ฎีกา 2794/2526ฎีกา 7633/2550ฎีกา 1776/2541ฎีกา 75/2481ฎีกา 4145/2542ฎีกา 3005/2541ฎีกา 521/2569ฎีกา 6187/2564ฎีกา 8736/2563ฎีกา 462/2507ฎีกา 369/2539
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา