⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 2884/2532

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2884/2532

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การขอเลื่อนการขายทอดตลาดทรัพย์ที่ถูกยึด ไม่ใช่กรณีที่เจ้าพนักงานบังคับคดีดำเนินการบังคับคดีโดยฝ่าฝืนต่อกฎหมายตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 296 วรรคสอง. การยกข้อโต้แย้งเรื่องผู้ประมูลซื้อเพียงรายเดียวและซื้อในราคาต่ำกว่าราคาจริงในชั้นฎีกา โดยมิได้ยกขึ้นว่ากล่าวในศาลชั้นต้น ศาลฎีกาไม่อาจวินิจฉัยให้ได้.

ย่อคำพิพากษา

การที่จำเลยยื่นคำร้องขอให้ศาลชั้นต้นเลื่อนการขายทอดตลาดออกไป เพื่อที่จำเลยจะได้หาเงินมาชำระให้แก่โจทก์นั้น มิใช่กรณีที่จำเลยอ้างว่า เจ้าพนักงานบังคับคดีขายทอดตลาดทรัพย์ที่ถูกยึดโดยไม่ถูกต้องตามกฎหมายอย่างใด จึงนำประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง มาตรา 296 วรรคสอง มาใช้บังคับไม่ได้ เพราะมาตราดังกล่าวเป็นเรื่องที่เจ้าพนักงานบังคับคดีดำเนินการบังคับคดีโดยฝ่าฝืนต่อกฎหมาย ดังนั้น เมื่อจำเลยขอเลื่อนการขายทอดตลาด ภายหลังศาลชั้นต้นได้สั่งอนุญาตให้ขายทรัพย์ที่ยึดไว้นั้นแล้ว จึงไม่มีเหตุที่ศาลชั้นต้นจะอนุญาต ปัญหาว่า มีผู้ประมูลซื้อเพียงรายเดียวและซื้อในราคาที่ต่ำกว่าราคาจริง ขอให้ศาลชั้นต้นทำการไต่สวนนั้น เมื่อมิได้ยกขึ้นว่ากล่าวในศาลชั้นต้น เพิ่งยกขึ้นมาว่ากล่าวในชั้นฎีกา ศาลฎีกาจึงวินิจฉัยให้ไม่ได้

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.183 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.249 ประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ม.296

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

คดีสืบเนื่องมาจากเจ้าพนักงานบังคับคดี ได้ดำเนินการขายทอดตลาดทรัพย์เพื่อบังคับชำระหนี้ตามคำพิพากษา และศาลชั้นต้นได้มีคำสั่งให้ขายแก่ ส. จำเลยยื่นคำร้องในวันเดียวกันนั้น ขอให้เลื่อนการขายทอดตลาดทรัพย์ไป ศาลชั้นต้นมีคำสั่งให้ยกคำร้องของจำเลย จำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษายืน จำเลยฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ข้อเท็จจริงได้ความว่าเมื่อวันที่ ๒๒กรกฎาคม ๒๕๒๙ จำเลยที่ ๑ ได้ยื่นคำร้องขอให้ศาลชั้นต้นเลื่อนการขายทอดตลาดทรัพย์ที่ถูกยึดเพื่อจะได้หาเงินมาชำระให้แก่โจทก์ศาลชั้นต้นสั่งว่า "สำเนาให้โจทก์และเจ้าพนักงานบังคับคดีเรียกสอบ" และได้ความจากรายงานกระบวนพิจารณาลงวันที่ ๒๒ กรกฎาคม๒๕๒๙ ว่า "วันนี้นัดขายทอดตลาดเจ้าพนักงานบังคับคดีรายงานว่ามีการขายทอดตลาดและมีผู้ซื้อทรัพย์ ๑ ราย ให้ราคา ๑๐,๐๐๐ บาท ฯลฯจำเลยที่ ๑ ยื่นคำร้องขอให้เลื่อนการขายเพราะจำเลยที่ ๑ จะชำระหนี้ให้โจทก์ สอบโจทก์และเจ้าพนักงานบังคับคดีแล้ว ฯลฯ เจ้าพนักงานบังคับคดีแถลงว่า ได้ดำเนินการขายทอดตลาดตั้งแต่ ๑๐ นาฬิกาและเสร็จสิ้นตั้งแต่เวลา ๑๐.๑๐ นาฬิกา จำเลยที่ ๑ ยื่นคำร้องขอเลื่อนคดีภายหลัง ฯลฯ พิเคราะห์แล้ว จำเลยที่ ๑ ยื่นคำร้องหลังจาขายทอดตลาดเสร็จแล้ว จึงอนุญาตให้เลื่อนไม่ได้ ให้ยกคำร้อง" นั้นเห็นว่า เมื่อจำเลยที่ ๑ ยื่นคำร้องขอให้ศาลชั้นต้นเลื่อนการขายทอดตลาดออกไป เพื่อที่จำเลยที่ ๑ จะได้หาเงินมาชำระให้แก่โจทก์นั้น จำเลยที่ ๑ ไม่ได้อ้างว่า เจ้าพนักงานบังคับคดีขายทอดตลาดทรัพย์ที่ถูกยึดโดยไม่ถูกต้องตามกฎหมายอย่างใด จึงไม่มีปัญหาที่ศาลชั้นต้นจะวินิจฉัยให้ คดีคงมีปัญหาเพียงประการเดียวว่าจะให้เลื่อนการขายทอดตลาดออกไปตามคำร้องของจำเลยที่ ๑ หรือไม่เท่านั้น เมื่อข้อเท็จจริงได้ความว่าจำเลยที่ ๑ ขอเลื่อนการขายทอดตลาด ภายหลังศาลชั้นต้นได้สั่งอนุญาตให้ขายทรัพย์ที่ยึดไว้นั้นแล้ว จึงไม่มีเหตุที่ศาลชั้นต้นจะอนุญาตให้เลื่อน เพราะการขายทอดตลาดเสร็จสิ้นไปแล้ว ที่ศาลชั้นต้นสั่งไม่อนุญาตและให้ยกคำร้องของจำเลยที่ ๑ จึงชอบแล้วที่จำเลยที่ ๑ ฎีกาอ้างมาตรา ๒๙๖วรรคสอง แห่งประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งมาใช้บังคับในเรื่องนี้นั้น เห็นว่า มาตราดังกล่าวเป็นบทบัญญัติในเรื่องที่เจ้าพนักงานบังคับคดีดำเนินการบังคับคดีโดยฝ่าฝืนต่อบทบัญญัติกฎหมายเมื่อคำร้องของจำเลยที่ ๑ ไม่ปรากฏว่าเจ้าพนักงานบังคับคดีดำเนินการบังคับคดีโดยฝ่าฝืนต่อบทบัญญัติกฎหมายอย่างใด จึงนำมาตรา ๒๙๖ วรรคสอง มาใช้บังคับในคดีนี้ไม่ได้และไม่มีเหตุที่ศาลชั้นต้นจะต้องทำการไต่สวนคำร้องของจำเลยที่ ๑ ด้วย การที่ศาลชั้นต้นไม่ทำการไต่สวนจึงชอบแล้ว ที่จำเลยที่ ๑ ฎีกาอ้างว่ามีผู้ประมูลซื้อเพียงรายเดียวและซื้อในราคาที่ต่ำกว่าราคาจริง จึงขอให้ศาลชั้นต้นทำการไต่สวนนั้น เห็นว่า ปัญหาดังกล่าวจำเลยที่ ๑ มิได้ยกขึ้นว่ากล่าวในคำร้องฉบับลงวันที่ ๒๒ กรกฎาคม ๒๕๒๙ ซึ่งยื่นต่อศาลชั้นต้น เพิ่งยกขึ้นมาว่ากล่าวในชั้นฎีกาศาลฎีกาจึงวินิจฉัยให้ไม่ได้ ฎีกาจำเลยที่ ๑ ฟังไม่ขึ้น ศาลอุทธรณ์พิพากษาชอบแล้ว พิพากษายืน. ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 2884/2532 ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร โจทก์ นายเจริญ นิสสะ ที่ 1 กับพวก จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร · จำเลย - นายเจริญ นิสสะ ที่ 1 กับพวก
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)ธิรพันธุ์ รัศมิทัต · นาม ยิ้มแย้ม · อรรถวิทย์ วรรธนวินิจ
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลจังหวัดลพบุรี - นายธัชพันธ์ ประพุทธนิติสาร · ศาลอุทธรณ์ - นายจิระ บุญพจนสุนทร
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 770/2535ฎีกา 5473/2548ฎีกา 2573/2552ฎีกา 99/2541ฎีกา 3206/2537ฎีกา 3345/2535ฎีกา 6968/2537ฎีกา 2409/2551ฎีกา 3616/2558ฎีกา 7466/2538ฎีกา 8875/2542ฎีกา 5332/2553ฎีกา 4549/2540ฎีกา 1360/2544ฎีกา 6321/2544ฎีกา 4432/2534ฎีกา 2709/2538ฎีกา 8444/2538ฎีกา 6058/2538ฎีกา 1165/2537ฎีกา 4484/2536ฎีกา 497/2539ฎีกา 459/2546ฎีกา 1065/2513
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา