⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 3475/2532

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3475/2532

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
การกระทำเพื่อป้องกันโดยชอบด้วยกฎหมายนั้น ผู้กระทำต้องมีภยันตรายอันเกิดจากการประทุษร้ายอันละเมิดต่อกฎหมาย และเป็นภยันตรายที่ใกล้จะถึง หากการกระทำนั้นเป็นการป้องกันเกินกว่ากรณีแห่งสภาวะจำต้องกระทำไปเพื่อป้องกัน อาจไม่ต้องรับโทษหากพิสูจน์ได้ว่าเกิดจากการตกใจ กลัว หรือความสับสนจนเกินกว่าจะควบคุมได้

ย่อคำพิพากษา

ขณะที่จำเลยกับ ส. บุตรของจำเลยนั่งรับประทานอาหารอยู่ในครัวของจำเลย ผู้เสียหายซึ่งอยู่ในภาวะของโรคจิตมีอาการคลุ้มคลั่งจะทำร้ายผู้อื่น ได้บุกรุกเข้าไปในบริเวณบ้านของจำเลยเรียก ส. ออกมาพูดและกล่าวหาว่า ส. ลักน้ำมันของผู้เสียหายไป เมื่อ ส. ปฏิเสธ ผู้เสียหายก็ควักปืนสั้นออกมายิง 1 นัด จากนั้นผู้เสียหายยังถือปืนและมีดบุกรุกขึ้นไปบนบ้านจำเลยด้วยกิริยาอาการขู่เข็ญคุกคามจะยิงจำเลยและบุตรของจำเลยซึ่งในภาวะเช่นนั้นจำเลยย่อมเข้าใจว่าผู้เสียหายซึ่งเป็นคนวิกลจริตอาจยิงทำร้ายจำเลยภริยาและบุตรของจำเลยได้ การที่จำเลยใช้ปืนยิงผู้เสียหายไป 6 นัด โดยไม่ปรากฏว่าผู้เสียหายล้มลงหรือหยุดการคุกคามเมื่อใดและผู้เสียหายยังสามารถหลบหนีออกไปจากบ้านของจำเลยได้เช่นนี้ถือได้ว่าจำเลยได้กระทำไปเพื่อป้องกันตน และเป็นการกระทำที่พอสมควรแก่เหตุ จำเลยจึงไม่มีความผิด

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายอาญา ม.68 ประมวลกฎหมายอาญา ม.288

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องขอให้ลงโทษจำเลยตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๒๘๘, ๘๐ และริบของกลาง จำเลยให้การต่อสู้อ้างเหตุป้องกัน ในระหว่างการพิจารณา ศาลชั้นต้นได้มีคำสั่งตั้งนางวันเพ็ญ โภคะสุนทรางกูร พี่สาวร่วมบิดามารดาของผู้เสียหายเป็นผู้แทนเฉพาะคดี เพราะผู้เสียหายป่วยเป็นโรคจิตเภทมีอาการแบบวิกลจริตไม่มีผู้อนุบาลและอนุญาตให้ผู้แทนเฉพาะคดีเข้าเป็นโจทก์ร่วม ศาลชั้นต้นพิพากษาว่า จำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา ๒๘๘, ๘๐ ประกอบด้วยมาตรา ๖๙ จำคุกจำเลย ๒ ปี ริบของกลาง โจทก์ร่วมและจำเลยอุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษากลับ ให้ยกฟ้อง คืนอาวุธปืนและปลอกกระสุนปืนของกลางให้จำเลย โจทก์ฎีกาขอให้ลงโทษจำเลยตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า ในขณะที่จำเลยกับนายสุวรรณบุตรของจำเลยนั่งรับประทานอาหารเช้าอยู่ในครัวของจำเลย ผู้เสียหายซึ่งอยู่ในภาวะของโรคจิตมีอาการคลุ้มคลั่งจะทำร้ายผู้อื่นได้บุกรุกเข้าไปในบริเวณบ้านของจำเลย เรียนายสุวรรณบุตรของจำเลยออกมาพูดและกล่าวหาว่านายสุวรรณลักน้ำมันของผู้เสียหายไป ซึ่งนายสุวรรณปฏิเสธ ทันใดนั้นผู้เสียหายก็ควักปืนสั้นออกมายิงขึ้น ๑ นัด ซึ่งย่อมก่อให้เกิดความตกใจและความกลัวแก่จำเลยและคนในบ้านของจำเลย จากนั้นผู้เสียหายยังถือปืนและมีดบุกรุกขึ้นไปบนบ้านของจำเลยด้วยกิริยาอาการขู่เข็ญคุกคามจะยิงจำเลยและบุตรของจำเลย ซึ่งในภาวะเช่นนั้นจำเลยย่อมเข้าใจว่าผู้เสียหายซึ่งเป็นคนวิกลจริตอาจยิงทำร้ายจำเลย ภริยาและบุตรของจำเลยได้ การที่จำเลยใช้ปืนยิงผู้เสียหายไป ๖ นัดโดยไม่ปรากฏว่าผู้เสียหายล้มลงหรือหยุดการคุกคามเมื่อใดและผู้เสียหายยังสามารถหลบหนีออกไปจากบ้านของจำเลยได้เช่นนี้ ถือได้ว่าจำเลยได้กระทำไปเพื่อป้องกันตน และเป็นการกระทำที่พอสมควรแก่เหตุ จำเลยจึงไม่มีความผิด พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3475/2532 พนักงานอัยการจังหวัดสิงห์บุรี โจทก์ นางวันเพ็ญ โภคะสุนทรางกูล โจทก์ร่วม นายวิเชียร พุทธาวงษ์ จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - พนักงานอัยการจังหวัดสิงห์บุรี · โจทก์ร่วม - นางวันเพ็ญ โภคะสุนทรางกูล · จำเลย - นายวิเชียร พุทธาวงษ์
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)ประเสริฐ บุญศรี · สุทิน นนทแก้ว · พนม พ่วงภิญโญ
ศาลชั้นต้น / อุทธรณ์ศาลจังหวัดสิงห์บุรี - นายจินดา ปัณฑะโชติ · ศาลอุทธรณ์ - นายไมตรีย์ โมรรัต
แหล่งที่มากองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 1203/2482ฎีกา 2669/2538ฎีกา 1597/2522ฎีกา 2530/2527ฎีกา 180/2554ฎีกา 138/2532ฎีกา 268/2482ฎีกา 593/2510ฎีกา 1336/2553ฎีกา 619/2513ฎีกา 226/2529ฎีกา 2015/2521ฎีกา 1268/2515ฎีกา 1162/2508ฎีกา 235/2499ฎีกา 551/2514ฎีกา 9308/2546ฎีกา 2470/2515ฎีกา 3237/2543ฎีกา 1005/2532ฎีกา 7601/2540ฎีกา 1082/2511ฎีกา 1165/2537ฎีกา 3380/2531
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · กองผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา