⚖️ LawArai ค้นกฎหมาย · ค้นฎีกา · ✨ ผู้ช่วยร่าง
หน้าแรกค้นฎีกา › ฎีกา 3520/2532

คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3520/2532

📌 หลักกฎหมายที่วางไว้
ที่ดินที่มีหนังสือรับรองการทำประโยชน์ (น.ส.3) ที่มีข้อกำหนดห้ามโอนภายใน 10 ปี เป็นที่ดินที่รัฐยังไม่ได้มอบสิทธิครอบครองให้แก่ผู้ถือหนังสือฯ ผู้ถือหนังสือฯ จึงยังไม่มีสิทธิครอบครองตามกฎหมายที่จะโอนให้แก่บุคคลอื่นได้

ย่อคำพิพากษา

ที่ดินพิพาทเป็นที่ดินที่มีหนังสือรับรองการทำประโยชน์ที่ทางราชการออกให้แก่โจทก์ ตาม ป. ที่ดิน มาตรา 58 ทวิห้ามโอนภายใน 10 ปีนั้น เป็นที่ดินที่รัฐยังไม่มอบสิทธิครอบครองให้แก่โจทก์ จึงยังไม่มีสิทธิครอบครองตาม ป.พ.พ.หรือตาม ป. ที่ดิน ดังนั้นโจทก์ไม่อาจโอนสิทธิครอบครองตามป.พ.พ. มาตรา 1377 หรือมาตรา 1378 ให้ผู้อื่นได้ การที่โจทก์ขายและมอบการครอบครองที่ดินพิพาทให้แก่บิดาโจทก์ภายในกำหนดเวลาห้ามโอน แล้วต่อมาบิดาโจทก์ได้นำไปขายและมอบการครอบครองให้แก่จำเลยครอบครองทำกินโดยจะไปโอนให้จำเลยหลังจากพ้นกำหนดระยะเวลาห้ามโอนแล้วนั้น จำเลยหาอาจยกสิทธิครอบครองขึ้นต่อสู้โจทก์ได้ไม่.

⚠️ ย่อนี้สรุปอัตโนมัติจากคำพิพากษาต้นฉบับ ยังไม่ได้ตรวจทานโดยนักกฎหมาย — โปรดตรวจสอบกับฉบับเต็มด้านล่าง

มาตราที่เกี่ยวข้อง

ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.1377 ประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ ม.1378

คำพิพากษาศาลฎีกา (ฉบับเต็ม)

โจทก์ฟ้องว่าโจทก์เป็นเจ้าของที่ดินหนังสือรับรองการทำประโยชน์เลขที่ 4205 ตำบลบ้านแก้ง อำเภอภูเขียว จังหวัดชัยภูมิซึ่งเป็นหนังสือรับรองการทำประโยชน์ที่ห้ามโอนตามประมวลกฎหมายที่ดิน มาตรา 31 แก้ไขโดยประกาศของคณะปฏิวัติ ฉบับที่334 โจทก์มอบให้นายพัด ที่ดินดำ บิดาโจทก์ทำกินชั่วคราว ต่อมาบิดาโจทก์ถึงแก่กรรม โจทก์จะเข้าทำกินจึงทราบว่าจำเลยได้บุกรุกเข้าครอบครองที่ดินของโจทก์ดังกล่าว ขอให้บังคับจำเลยออกจากที่ดินและใช้ค่าเสียหาย 8,000 บาท และค่าเสียหายเดือนละ 4,000 บาทนับแต่วันฟ้องจนกว่าจะออกไป จำเลยทั้งสี่ให้การว่า ที่ดินตามฟ้องโจทก์มอบให้บิดาโจทก์ขายให้แก่จำเลยโดยทำสัญญาจะซื้อจะขาย โจทก์จะโอนทะเบียนให้ภายหลัง จำเลยเข้าครอบครองตั้งแต่ทำสัญญาและโจทก์สละการครอบครองแล้ว ที่ดินตามฟ้องมิได้ห้ามโอนเด็ดขาด เมื่อพ้นกำหนดโจทก์มีหน้าที่โอนให้จำเลย โจทก์ไม่เสียหาย ค่าเสียหายตามฟ้องไม่แน่นอน ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้อง โจทก์อุทธรณ์ ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้เป็นว่า ให้จำเลยทั้งสี่ออกจากที่ดินพิพาท นอกจากที่แก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น จำเลยทั้งสี่ฎีกา ศาลฎีกาวินิจฉัยว่า "ข้อเท็จจริงตามที่ศาลอุทธรณ์วินิจฉัยโดยโจทก์จำเลยไม่ได้โต้แย้งฟังได้ว่า ที่ดินพิพาทเป็นที่ดินที่มีหนังสือรับรองการทำประโยชน์ที่ทางราชการออกให้แก่โจทก์เมื่อ พ.ศ.2519 โดยมีข้อกำหนดห้ามโอนสิบปี ตามประมวลกฎหมายที่ดิน มาตรา58 ทวิ ก่อนพ้นกำหนดเวลาดังกล่าว โจทก์ขายและมอบการครอบครองที่ดินพิพาทให้แก่บิดาโจทก์ และต่อมาบิดาโจทก์ได้ขายที่ดินพิพาทและมอบที่ดินพิพาทให้จำเลยทั้งสี่ครอบครองทำกินตลอดมา คงมีปัญหาข้อกฎหมายที่จะต้องวินิจฉัยตามฎีกาของจำเลยทั้งสี่ว่า การที่โจทก์ขายและมอบการครอบครองที่ดินพิพาทให้แก่บิดาโจทก์ และบิดาโจทก์ได้ขายที่ดินพิพาทและมอบการครอบครองให้กับจำเลยทั้งสี่โดยจะไปโอนให้จำเลยทั้งสี่หลังจากพ้นกำหนดระยะเวลาห้ามโอนแล้วมีผลสมบูรณ์หรือไม่เห็นว่าประมวลกฎหมายที่ดิน มาตรา 58 ทวิ แก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายที่ดิน (ฉบับที่ 2) พ.ศ.2521 มาตรา 5 วรรคห้า บัญญัติว่า "ภายในสิบปีนับแต่วันที่ได้รับโฉนดที่ดินหรือหนังสือรับรองการทำประโยชน์ตามวรรคหนึ่ง ห้ามมิให้บุคคลตามวรรคสอง (3) ซึ่งได้มาซึ่งสิทธิในที่ดินดังกล่าวโอนที่ดินนั้นให้แก่ผู้อื่น เว้นแต่เป็นการตกทอดทางมรดกหรือโอนให้แก่ทบวงการเมือง หรือโอนให้แก่สหกรณ์เพื่อชำระหนี้ และได้รับอนุมัติจากนายทะเบียนสหกรณ์แล้ว" และวรรคหกบัญญัติว่า "ภายในกำหนดระยะเวลาห้ามโอนตามวรรคห้า" ที่ดินนั้นไม่อยู่ในข่ายการบังคับคดี" ดังนั้นที่ดินพิพาทที่โจทก์ได้รับมาตามประมวลกฎหมายที่ดิน มาตรา 58 ทวิซึ่งอยู่ระหว่างกำหนดห้ามโอนภายในสิบปีนั้น จึงเป็นที่ดินที่รัฐยังไม่มอบสิทธิครอบครองให้แก่โจทก์ โจทก์ซึ่งยึดถือที่ดินพิพาทที่มีเงื่อนไขดังกล่าว จึงยังไม่มีสิทธิครอบครองตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ หรือตามประมวลกฎหมายที่ดิน โจทก์ไม่อาจโอนสิทธิครอบครองที่ดินพิพาทตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์มาตรา 1377 หรือ 1378 ให้แก่ผู้อื่นได้ จำเลยจึงไม่อาจยกสิทธิครอบครองขึ้นต่อสู้โจทก์..." พิพากษายืน ดูฉบับย่อ ฎีกาตัดสินเกี่ยวกับปัญหาข้อกฎหมาย คำพิพากษาศาลฎีกาที่ 3520/2532 นาย หนู เจ็น ที่ดิน ดำ โจทก์ นาย สมัย สาย บุญ จันทร์ กับพวก จำเลย

รายละเอียดคดี

คู่ความโจทก์ - นาย หนู เจ็น ที่ดิน ดำ · จำเลย - นาย สมัย สาย บุญ จันทร์ กับพวก
องค์คณะ (ผู้พิพากษา)เคียง บุญเพิ่ม · วิฑูรย์ ตั้งตรงจิตต์ · ประวิทย์ ขัมภรัตน์
แหล่งที่มาสำนักงานส่งเสริมงานตุลาการ

ฎีกาที่เกี่ยวข้อง

ฎีกา 942-943/2515ฎีกา 759/2494ฎีกา 2757/2538ฎีกา 712-713/2520ฎีกา 1057/2515ฎีกา 1405/2515ฎีกา 1280/2492ฎีกา 107/2493ฎีกา 138/2499ฎีกา 7706/2548ฎีกา 607/2506ฎีกา 975/2519ฎีกา 1293/2538ฎีกา 1922/2522ฎีกา 6163/2537ฎีกา 10544/2553ฎีกา 1575/2531ฎีกา 844/2508ฎีกา 6436/2550ฎีกา 805/2506ฎีกา 2744/2517ฎีกา 402/2548ฎีกา 1884/2505ฎีกา 779/2535
💬 ให้ AI อธิบายฎีกานี้แบบเข้าใจง่าย + ปรับกับเรื่องของคุณ

แหล่งที่มา: คำพิพากษาศาลฎีกา (เอกสารสาธารณะ) · สำนักงานส่งเสริมงานตุลาการ